บุญรักษา
“บุญรักษา” ทุกๆ ครั้ง…… ที่เรา “ ตัดสินใจ ” ทำอะไร, ลงไป เรา… ไม่รู้หรอกว่า… มันจะออกมาเป็น “ ผลดี, หรือผลเสีย ” ไม่มี, พรใดๆ จะศักดิ์สิทธิ์… เท่า “ หัวใจที่..แข็งแรง ” และ… การกระทำ ถ้า “ ทำดี ” มัน…ก็จะส่งผลดี…
News and Events in the Las Vegas Thai Community
“บุญรักษา” ทุกๆ ครั้ง…… ที่เรา “ ตัดสินใจ ” ทำอะไร, ลงไป เรา… ไม่รู้หรอกว่า… มันจะออกมาเป็น “ ผลดี, หรือผลเสีย ” ไม่มี, พรใดๆ จะศักดิ์สิทธิ์… เท่า “ หัวใจที่..แข็งแรง ” และ… การกระทำ ถ้า “ ทำดี ” มัน…ก็จะส่งผลดี…
ทำไมเรารู้ว่า ควรปล่อยวาง…แต่ยังคิดมาก ทำไมเรารู้ว่า ควรนิ่ง ควรฟัง…แต่ยังพูด ทำไมเรารู้ว่า ควรหยุดฟุ่มเฟือย…แต่ไม่เคยทำได้ ทำไมเรารู้ว่า ไม่ควรนินทา…แต่ยังนินทา ทำไมเรารู้ว่า ไม่ควรขี้เกียจ…แต่ยังขี้เกียจ ทำไมเรารู้ว่า ไม่ควรเหงา…แต่ยังเหงา ทำไมเรารู้ว่า การเปรียบเทียบไม่ดี …แต่ยังเปรียบเทียบ ทำไมเราอ่านหนังสือฮาวทูไปแล้วร้อยเล่ม…แต่ยังทำตามไม่ได้ ทำไมเราสร้างแรงบันดาลใจได้แล้ว…แต่สามวันถัดไป จิตใจเราเริ่มเหี่ยว ทำไมเรารู้ทุกอย่าง แต่…เราทำอะไรไม่ได้สักอย่าง คำตอบคือ… “รู้” มีอยู่สองแบบ !! หนึ่ง: รู้ด้วยสมอง สอง: รู้ด้วยจิต การฟัง…
ตอนโกหกเอาตัวรอดตอนพยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆตอนแกล้งพูดไม่รู้เรื่องเพื่อเอาชนะ เป็นต้นเหตุของ ‘จิตเพี้ยน’ ที่ชัดที่สุดกล่าวคือ คุณยังพอมีสติรู้ทั้งรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ก็เลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ใช้กำลังกาย กำลังสมองกดความรู้ตามจริงหลอกตัวเอง หลอกคนอื่นด้วยความหวังเฉพาะหน้าเมื่อไม่สนความจริงสนแต่สิ่งที่อยากได้ จะมีความเอาแต่ใจ เอาแต่อารมณ์ก่อตัวขึ้นทีละครั้ง ทีละหนแรงบ้าง แผ่วบ้าง ตามระดับความจงใจดัดแปลงความจริงเหตุผลและข้อเท็จจริงต่างๆแผ่วเลือนจากใจไปเรื่อยๆกระทั่งบางคนไปถึงจุดหนึ่งของชีวิตที่รู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยม่านหมอกไม่สามารถเห็นอะไรไกลเกินกำแพงอารมณ์คือ จะเห็นอะไรจริงได้ก็ต่อเมื่อความจริงนั้นสนองอารมณ์ตัวเองได้ โกหกหนึ่งครั้ง คือสร้างความบิดเบี้ยวให้กับจิตหนึ่งหน สังเกตดูก็ได้เวลาพูดปดแบบรู้ทั้งรู้ว่าเรื่องไม่จริง พูดเสร็จให้ดูเข้ามาในใจตัวเอง จะเห็นความฟุ้งซ่านจับไม่ติด หรือหากมีพื้นฐานเป็นผู้ทรงสติเป็นเยี่ยมอย่างน้อยที่สุด จะเห็นความเย็นชาของจิตมีความรู้สึกอยากเย้ยโลก และเห็นว่าการสร้างข้อมูลเท็จได้แนบเนียนคืออำนาจที่แท้จริงยิ่งความจริงถูกบิดเบือนให้เพี้ยนมากเท่าใดจิตวิญญาณของผู้บิดเบือนยิ่งเพี้ยนมากเท่านั้นพูดง่ายๆ ยิ่งโกหกบ่อยเท่ากับยิ่งออกแรงดัดจิตให้ผิดรูปดัดเอง เพี้ยนเอง แต่เมื่อใดความจริงตรงหน้าไม่อาจสมอารมณ์ ไม่อาจได้ดังใจภาพความจริงทั้งหมดจะเลือนหาย กลายเป็นสิ่งที่อยู่นอกกำแพงถูกกำแพงอารมณ์บดบังไม่ให้เห็นในทันทีเมื่อสมองเข้าโหมดการทำงานแบบเห็นเพี้ยนก็จะเป็นพวกพูดโพล่งตามอารมณ์หรือพูดอะไรแปลกๆ แบบที่คนอื่นงงว่าเมื่อกี๊พูดรู้เรื่องเหมือนคนปกติอยู่ดีๆทำไมตอนนี้พูดเพี้ยนแบบคนบ้าไปได้และไม่ใช่เพี้ยนแบบทีเล่นทีจริงแต่เพี้ยนแบบเอาจริง ทึกทักไปเองทั้งเพ เหลือเชื่อว่าคิดไปไกลได้ขนาดนั้น ซึ่งวาระนั้นแหละเป็นช่วงสาธิต…
จงจำไว้ลูกเอ๋ย … กรรมที่ทำด้วยเจตนาไม่ว่าดีหรือชั่ว ย่อมมีผลต่อผู้กระทำทั้งสิ้นไม่มีพรหมเทพองค์ใด จะช่วยเจ้าลบล้างกรรมนั้นได้ เจ้าจะต้องช่วยเหลือตนเอง ด้วยการสวดมนต์ ภาวนา แผ่เมตตา ผลแห่งบุญอันเป็นกรรมปัจจุบันจะช่วยเจ้าเอง “ “มนุษย์รู้จักอาบน้ำชำระร่างกายวันละหลายๆ ครั้งทุกวันเพื่อกำจัดเหงื่อไคลสิ่งสกปรกโสโครกที่ติดเกาะเรือนร่างตน แต่มนุษย์ไม่เคยที่จะคิดชำระล้างจิตใจให้สะอาดแม้เพียงหนึ่งนาที ด้วยเหตุนี้จิตใจของมนุษย์จึงมีแต่ ความโลภ โกรธ หลง อันเป็นตัณหาเพิ่มพูนตลอดเวลา ถ้ามนุษย์รู้จักการชำระล้างจิตใจ ด้วยการมีทาน ศีล ภาวนา ทุกๆ วัน ความโลภ โกรธ หลง ก็จะค่อยหมดไปเอง ……
ชีวิตของคนเรามักมีเรื่องกระทบใจหรือมีการกระทบกระทั่งกันเนือง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนบ้านเรือนเคียง ยังไม่ต้องพูดถึงปัญหาในที่ทำงาน ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดความรุ่มร้อนในจิตใจ เปรียบไปไม่ต่างจากการเดินอยู่ในที่โล่งกว้าง แดดแรงกล้า แต่เราคงไม่อยากถูกแดดแผดเผาจนเกรียมใช่ไหม ถ้าเช่นนั้นจะทำอย่างไร ก็ต้องหาร่มมาบังแดดหรือไม่ก็หลบมาอยู่ใต้ร่มไม้ กายหายร้อนได้เพราะร่มเงา ส่วนใจนั้น จะหายร้อนได้ก็ต้องอาศัยร่มธรรม อาทิ สติ สมาธิ สัมปชัญญะ สิ่งเหล่านี้สามารถปกป้องใจจากอารมณ์ที่ร้อนแรงได้ ร่มไม้นั้นมีอยู่เป็นที่ๆ ถ้าอยู่ในเมืองก็หาร่มไม้ยากสักหน่อย จะพบได้ง่ายก็ต้องเข้าสวนหรือเข้าป่า ส่วนร่มธรรมแม้ว่าจะมองไม่เห็น แต่สามารถพบได้ในใจเรา เมื่อพบแล้วก็จะตามเราไปทุกที่ มีหลายคนที่ช่วยให้คนอื่นมีความสุข แต่ใจของตนกลับมีความทุกข์ เต็มไปด้วยความเครียด ความวิตกกังวล ความหนักอกหนักใจ เปรียบไปก็คล้ายๆ…
ปรัชญาที่ 1 มดไม่เคยละความพยายามหากมันมุ่งหน้าไปทางทิศใดแล้วเกิดอุปสรรค = ถูกปิดกั้นหนทาง มันจะพยายามหาทางเดินทางอื่นมันจะไต่ขึ้นไต่ลงไต่ไปรอบ ๆมันจะมองหาหนทางอื่นเสมอ ข้อคิด…จงอย่าละความพยายามในการหาหนทางไปสู่สิ่งที่หมายมาด ปรัชญาที่ 2 มดคิดถึงฤดูหนาวตลอดฤดูร้อน มันไม่เคยรักสบายจนคิดเพียงว่าคิมหันต์ฤดู จะคงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มันจึงพยายามเก็บสะสมเสบียงไว้สำหรับเหมันต์ ตลอดฤดูคิมหันต์หรรษา ข้อคิด…จงตระหนักถึงความเป็นจริงและเตรียมรับกับเหตุการณ์ในอนาคต ปรัชญาที่ 3 มดคิดถึงฤดูร้อนตลอดฤดูหนาว ท่ามกลางความหนาวเหน็บแห่งเหมันห์ มันจะเตือนตัวเองว่า “ความลำบากจะอยู่เพียงไม่นาน แล้วเราก็จะพ้นจากสภาวะเช่นนี้” เมื่อวันที่แสงแห่งความอบอุ่นแรกสาดส่อง มันจะออกมาเริงร่า หากอากาศกลับกลายเป็นหนาวอีก มันจะเข้าไปในโพรงอีกครั้ง และออกมารับความอบอุ่น ในวันอากาศดีโดยทันใด…
ทุกสิ่งบนโลก ล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ทั้งสิ่งที่เรามองเห็น และสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ สิ่งที่สัมผัสได้ และสิ่งที่สัมผัสไม่ได้ ด้วยมือ ด้วยความรู้สึก แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพบเจอล้วนมีประโยชน์ และมีคุณค่าในตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความสุข ปัญหา อุปสรรค ความล้มเหลว ความทุกข์ ความเศร้ารวมถึงเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่เราต้องพบเจอ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์ ล้วนเป็นบทเรียนที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น เข็มแข็งขึ้น อดทนมากขึ้น ทำให้เรารู้ว่าสิ่งใดที่เราควรทำ และสิ่งใดที่เราไม่ควรทำ ใครคบได้ ใครคบไม่ได้ ใครเชื่อใจได้ ใครเชื่อใจไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญที่เราทุกคนควรมี คือ…
10 อย่างที่ “ควรโยนทิ้ง” ก่อนเริ่มต้นปีใหม่ แล้วชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น 1. ทิ้ง “ความอิจฉา” เมื่อคุณเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นๆ มันจะดีก็ต่อเมื่อ มันเป็นแรงบันดาลใจให้คุณในการแข่งขัน และพัฒนาตัวเอง แต่มันจะเริ่มไม่ดี ถ้าความสำเร็จของคนอื่นทำให้คุณรู้สึกริษยา และไม่สามารถยินดีกับคนนั้นได้ นี่จะทำให้คุณทุกข์เอง 2. ทิ้ง “ความกลัวที่จะเปลี่ยน” หลายๆ ครั้ง แม้สถานการณ์ปัจจุบันมันจะแย่แค่ไหน คนเราก็ไม่อยากที่จะเปลี่ยน กลัวที่จะเปลี่ยน เพราะกลัวสิ่งใหม่ มากกว่า แต่คุณหารู้ไม่ว่า บางที่สิ่งใหม่มันอาจจะดีกว่าสิ่งที่คุณเจออยู่มากมายก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น กล้าที่จะเปลี่ยนเถอะ…
ทุกอย่างใน “ ชีวิต ” มีที่มา มีที่ไป บางเรื่องเป็น“ ความสุข ” บางเรื่องเป็น“ บทเรียน ” ไม่ว่า เรื่องอะไร เรียนรู้ จากมันได้ ก็เรียนรู้ ปล่อยวางได้ก็ “ ปล่อยวาง ” “ เคลียร์ ” สิ่งที่ควรเคลียร์ “ ทิ้ง ” สิ่งที่ควรทิ้ง อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป…
เมื่อเราสะดุดคำพูด ของใครสักคนหนึ่ง อย่าได้โต้ตอบ อย่าได้หวั่นไหว ไปกับประโยค….. ที่ไม่สร้างสรรค์เหล่านั้น จงอย่าทำให้….. พลังงานในตัวของเรา สั่นสะเทือนไปกับสิ่งที่ ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น จงมองข้ามและยิ้มให้มัน หากเราเสียใจกับคำพูดเหล่านั้น จงมองข้ามมันแล้วให้อภัย กับคนที่พูดประโยคเหล่านั้น เจอบ่อยครั้ง เราก็ทำเช่นนี้บ่อยๆ ครั้ง สุดท้ายมันก็จะเป็นแค่ ธาตุอากาศ ในสายตาเรา #แพ้บ้างก็ได้นะ #มุมอ่อนแอ
อย่าไปสำคัญว่าคนทำผิด “ด่าไม่เป็นไร ไม่บาป” คนทำผิด เราด่า ก็บาป คนทำผิด เราตำหนิ ก็บาป มันบาปอยู่ที่ตรงไหน เพราะเรากล่าวคำหยาบ ผรุสวาจาย เวรมณี มันเป็นอกุศลกรรมบถ เป็นวจีทุจริต ในเมื่อวจีของเรายังหยาบ ยังทุจริตอยู่ มันก็ผิดศีลข้อมุสาวาท เพราะคำหยาบ เป็นฉายาแห่งมุสาวาท เพราะฉะนั้น นักปฏิบัติพึงสังวร ระวัง เรื่องนี้ไว้ให้ดี พยายามทำความรู้แจ้งเห็นจริง ให้มันปรากฏขึ้นภายในจิตของตัวเอง โอวาทธรรม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ที่มา…
ทุกคนมีหน้าที่ที่แตกต่าง แต่จิตเสมอกันได้ ด้วยความไม่ขุ่นมัว การฝึกเจริญสติปัญญา เป็นสิ่งมีค่าที่สุด ที่เราจะมอบเป็นของขวัญแก่ตัวเองได้ ระหว่างการเดินทางของชีวิต จงรู้ว่าเรามีลูก อย่างที่ลูกไม่ใช่ของเรา เขาจะเป็นอย่างที่เขาเป็น และถ้าเขาเป็นได้อย่างไม่ทุกข์ เราควรจะยกย่องลูกเรา อย่าทำให้ลูกกลับมาตั้งคำถาม ว่าเขาก็ไม่ได้อยากเกิดมา จงรักลูก อย่างที่เขาเป็น แม้เขาไม่น่ารัก ก็อย่าเกลียดเขา ให้โอกาสเขาอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เราเป็นผู้ให้ชีวิต เราให้ชีวิตกับเขา แต่ชีวิตเป็นของเขา ไม่ใช่ของเรา กตัญญูยังไม่พอ ต้องต่อไปให้ถึงกตเวทิตา เพราะกตัญญูแปลว่ารู้คุณท่าน และกตเวทิตาแปลว่าตอบแทน หรือสนองคุณท่าน จงตอบแทนคุณพ่อแม่ กตัญญูครูบาอาจารย์…