กินไปครึ่งหม้อเพิ่งรู้! ลูกนับ “โป๊ยกั๊ก” เจอ 13 แฉก ผงะไม่ใช่เครื่องเทศ แต่เป็นพืชพิษ
กินไปครึ่งหม้อเพิ่งรู้! ลูกนับ “โป๊ยกั๊ก” เจอ 13 แฉก ผงะไม่ใช่เครื่องเทศ แต่เป็นพืชพิษ


กินไปครึ่งหม้อเพิ่งรู้! ลูกนับ “โป๊ยกั๊ก” เจอ 13 แฉก ผงะไม่ใช่เครื่องเทศ แต่เป็น “ม่างเฉ่า” พืชพิษอันตราย

กลายเป็นเรื่องราวเตือนภัยสายทำอาหารและคออาหารจีน เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ได้นำ “โป๊ยกั๊ก” (เครื่องเทศแปดกลีบ) ที่ซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตมาต้มเนื้อวัวให้ครอบครัวรับประทาน

แต่ระหว่างมื้ออาหาร ลูกๆ เกิดความสงสัยและนั่งนับกลีบโป๊ยกั๊กในชาม จนพบว่ามีชิ้นหนึ่งมีกลีบมากถึง 13 แฉก ก่อนจะพบความจริงสุดช็อกว่าเครื่องเทศชิ้นนั้นอาจเป็น “ม่างเฉ่า” (Illicium lanceolatum) พืชพิษที่มีรูปร่างคล้ายโป๊ยกั๊กอย่างมาก

ลูกสงสัยนับกลีบเล่น เจอแจ็กพอต 13 แฉกถาม AI เจอพืชพิษ

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อนางหวัง (นามสมมุติ) ได้นำโป๊ยกั๊กแบบชั่งกิโลขายที่ซื้อไว้มาต้มเนื้อวัวตุ๋นให้คนในบ้านทาน ขณะกำลังรับประทานอาหาร ลูกน้อยทั้งสองคนได้ถามลำโพงอัจฉริยะว่าทำไมโป๊ยกั๊กถึงชื่อโป๊ยกั๊ก ซึ่งคำตอบระบุว่าปกติจะมี 8 กลีบ

เด็กๆ จึงนำโป๊ยกั๊กในหม้อมานั่งนับดู ทว่ากลับพบชิ้นหนึ่งที่มีกลีบมากถึง 13 แฉก เมื่อสอบถามลำโพงอัจฉริยะเพิ่มเติม ระบบเตือนว่าหากมีมากกว่า 10 แฉก อาจไม่ใช่โป๊ยกั๊กธรรมดา แต่อาจเป็น “ม่างเฉ่า” พืชมีพิษ

ด้วยความตกใจ คุณแม่จึงถ่ายรูปสแกนผ่านระบบ AI พร้อมส่งภาพให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ซึ่งผลออกมาตรงกันว่ามีโอกาสสูงมากที่จะเป็นม่างเฉ่า เนื่องจากครอบครัวได้ทานเนื้อตุ๋นหม้อดังกล่าวไปแล้วบางส่วน เธอจึงตัดสินใจเทเนื้อวัวตุ๋นที่เหลือทั้งหมดทิ้งทันทีเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน

ความน่ากลัวของ “ม่างเฉ่า” พิษอันตรายถึงชีวิต

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า “ม่างเฉ่า” เป็นพืชที่มีพิษร้ายแรงและไม่สามารถนำมารับประทานได้ หากผู้บริโภครับประทานเข้าไปในปริมาณหนึ่ง อาจก่อให้เกิดอาการพิษรุนแรง เช่น ชักเกร็ง ชักกระตุก ปากชัก ชักชักบวม หรือชักเกร็งตามแขนขา และในกรณีที่รุนแรงที่สุดอาจส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

เช็กลิสต์วิธีแยกแยะ “โป๊ยกั๊ก” กับ “ม่างเฉ่า” ก่อนลงหม้อ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าโป๊ยกั๊กแท้ไม่จำเป็นต้องมี 8 แฉกเสมอไป บางครั้งอาจมี 7, 9 หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโต แต่หากพบว่ามี 11–14 แฉก (โดยเฉพาะ 13 แฉก) ให้ตั้งสงสัยไว้ก่อนทันที โดยสามารถสังเกตความแตกต่างได้ดังนี้:

  • โป๊ยกั๊ก (แกงแปดกลีบกินได้): ผลและกลีบจะมีลักษณะหนา อวบอิ่ม ปลายกลีบสั้นและมน เมื่อแก่เต็มที่กลีบมักจะอ้าออกจนเห็นเมล็ดข้างใน ชัดเจน และมีกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัว
  • ม่างเฉ่า (พืชพิษห้ามกิน): จำนวนแฉกมักจะสูงถึง 11–14 แฉก กลีบผลจะลีบและเล็กกว่า ปลายกลีบเรียวยาว แหลมคม และมักจะโค้งงอขึ้นหรือม้วนไปด้านหลังคล้ายตะขอ ส่วนกลีบผลมักจะปิดแน่น

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำทิ้งท้ายว่า ก่อนนำโป๊ยกั๊กใส่ลงในเมนูตุ๋น ต้ม หรือต้มพะโล้ ควรสังเกตลักษณะภายนอกให้ดี หากพบชิ้นที่มีจำนวนแฉกมากผิดปกติ กลีบลีบยาว และปลายงอคล้ายตะขอ ให้เลี่ยงการใช้งานทันที เพื่อป้องกันไม่ให้พืชพิษปนเปื้อนลงในอาหารของครอบครัว

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday



Source link

Leave a Reply