Author: Apple Td

ร่วมทุกข์ร่วมสุข

คำว่า “ร่วมทุกข์ ร่วมสุข อาจทำให้หลายคนมองภาพรักแท้ผิดไป นึกว่าเมื่อฉันเป็นทุกข์ เธอก็ต้องเป็นทุกข์ไปกับฉันด้วย แท้ที่จริงร่วมทุกข์ร่วมสุข คือการเป็นสุขเมื่อช่วยลดทุกข์ให้อีกฝ่ายได้ต่างหาก รักที่เป็นสุขยาวๆไม่ได้เริ่มจากการเอาของขวัญที่น่าดีใจมาให้กัน แต่เริ่มจากการเห็นกันและกัน ได้ยินกันและกัน จริง ๆ (จากความรู้สึก ไม่ใช่แค่เห็นจากดวงตา ไม่ใช่แค่ได้ยินจากคำพูด) นั้นจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำความทุกข์ให้หายไปจากใจได้ คู่ที่เริ่มต้น ด้วยการช่วยให้อีกฝ่ายทุกข์น้อยลง ต่อยอดด้วยการช่วยเหลือกัน ทำให้คนอื่นๆหายทุกข์ มีสิทธิ์เป็นสุขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะพอใจ สบายใจ กับทุกข์ที่หายไป เหมือนโล่งกับการยกภูเขาออกจากอกของตนตลอดจนอกของคนรอบข้าง ต่างจากคู่ที่เริ่มต้น ด้วยการระดมความสุขมาหยิบยื่นให้กัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวของ เงินทอง…

ใครไม่เห็นบุญคุณพ่อแม่

คนไทยทุกวันนี้จะลืมคุณของพ่อ แม่ ปู่ ยา ตา ยาย อย่างงั้นหรอ ถ้าคนไทยลืมเฉพาะเวลานี้ก็ดี คนไทยแต่ก่อนมักไม่ลืมและต่อไปข้างหน้าไม่ลืมก็ดี ลืมซะครั้งนี้ แล้วก็ปล่อยไว้เสีย ต่อไปพวกเราอย่าลืมคุณของพ่อ ของแม่นะ ให้ลืมตั้งแต่เวลานี้ ต่อไปอย่าลืม ให้ระลึกถึงคุณพ่อ คุณแม่นี่นั่งอยู่ด้วยกันนี่ ชีวิตจิตใจใครประกันมา เอาดิ เอายันกันเดี๋ยวนี้เลย แม้แต่หลวงตาบัวนี่ แม่มีลูกสิบห้าคน สิบหกคน เลี้ยงใหญ่โตด้วยกันหมด ได้มาบวชก็มีหลวงตาบัวที่มาเทศนาว่าการตอบแทนคุณแม่ตลอดเวลา เจริญทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องถึงคุณพ่อคุณแม่ตลอด เพราะไม่มีใครสามารถจะมาเลี้ยงเราได้ พ่อแม่ของเรา ลูกของเรา สิบห้า…

เมื่อเราโตขึ้น

“เ มื่ อ เ ร า โ ต ขึ้ น“ “พ่อครับ ทำไม พ่อไม่ค่อยมีเพื่อนเลย พอเราโตขึ้น คนที่รักเราจะน้อยลงเหรอครับ” ….ลูกถาม “ไม่หรอกครับ.!! เมื่อเราโตขึ้น เราจะเหลือคนที่รักเราจริงๆ ต่างหาก เราจะมากที่คุณภาพ ไม่ได้มากที่จำนวน เวลาจะคัดสรรคนที่เหมาะสมและมีคุณภาพไว้กับเรา ถ้าเป็นมิตรที่เหลือ ก็จะเป็นมิตรที่มีคุณภาพและรักเรา ถ้าเป็นศัตรูที่เหลือ ก็จะเป็นศัตรูที่จะเป็นแรงผลักดัน ให้เราต่อสู้เพื่อที่จะก้าวหน้าต่อไป” พ่อตอบพลางเดินนำต่อไป “แล้วถ้าวันหนึ่ง…

เมื่อความรักเริ่มก่อตัว

ธรรมชาติให้วิธีเลือกคนรักกับเรา ผ่านบทเรียนเบื้องต้นง่ายๆ ที่ต้องอาศัยการสังเกต เช่น เพื่อนบางคน พออยู่ห่างทุกอย่างจะดี เพราะเปลือกเข้ากันได้ดี แต่ยิ่งใกล้กันเท่าไร ยิ่งแย่ลงเท่านั้น เพราะที่แก่นเข้ากันไม่ได้ พอต้องแก้ปัญหาร่วมกัน อาจขัดแย้งเพราะความต่างทางความเชื่อ ความต่างทางเป้าหมาย หรือความต่างทางวิธีคิด เพื่อนกัน อยู่คนละบ้าน ตอนคบก็ต่างคนต่างอยู่ ตอนเลิกก็แยกย้ายง่ายๆ แต่คนรัก อยู่บ้านเดียวกัน ทั้งการอยู่ร่วมและเลิกรา ยุ่งยากเป็นที่สุด เพื่อนกัน คุยประสาเพื่อนไม่กี่คำ ต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกแล้วว่า เข้ากันได้หรือไม่ได้ เข้าไม่ได้ก็ไม่เเสียเวลาด้วยกันทั้งคู่ แต่คนรัก เริ่มรักจะคุยภาษารัก ต่างฝ่ายต่างพยายามผูกมัดกัน…

คนที่ต้องสู้ต่อไปคือตัวเราเอง

ไม่มีอะไร … ที่ต้อง “ ย้อนกลับไปแก้ไข ” ทุกอย่าง…ถูกกำหนดไว้แล้ว มองย้อนไป.. วันที่สูญเสีย, ทุกอย่าง ความหวัง, ความฝัน “ พัง ” ทุกลมหายใจ, เจ็บปวด, ทุรนทุราย จุดนั้น.. ไม่ต้องถามถึง “ ความสุข ” แค่คิดว่า … จะทำยังไง..ให้ชีวิตไปต่อได้ ยังแทบ…มองไม่เห็นทาง สุดท้าย… มันก็ผ่านไป ทิ้งไว้แค่……

ลวงให้รัก ก็ต้องเจอรักลวง

การลวงให้เขามารัก มาหลง โดยที่เจตนาไม่ได้ชอบเขาจริง เป็นกรรมที่จัดเข้าหมวดมุสาวาท เป็นการไปล่อลวงด้วยราคะ จิตเป็นอกุศลสองชั้น คือมีความปักใจแน่วเข้าไปในเรื่องของราคะ และเป็นความพิศวาสในแบบล่อลวงให้หลง หรือบางที มันมีความเคยชินแบบหนึ่ง ของชายหนุ่มหญิงสาวที่มีหน้าตาดี ที่เสน่ห์แรง รู้ตัวว่าเป็นที่รักที่หลงของใครง่ายๆ บางที ไปชายหูชายตา ทำให้คนเขาเข้าใจผิดนึกว่ามาชอบ คนโกหกเก่ง พูดไม่จริงได้ตลอดเวลา จะโชคร้ายทางความรัก คือจะใจง่าย พบรักง่าย แต่ครองรักยาก คนที่สามารถลวงใครต่อใคร ให้มาหลงตัวเองได้มากๆ ผลที่จะได้รับชัดๆในปัจจุบัน ก็คือ จิตใจมีการยึดมั่นถือมั่นสูงมาก จิตหมกมุ่น ฟุ้งซ่านเกี่ยวกับ เรื่องของการล่อให้หลง…

ฝึกหยุดพูด

อารมณ์อดพูดไม่ได้ เป็นภาวะเปราะบางทางใจ ดังนั้น ใครก็ตามที่สามารถฝึกตน อดกลั้นที่จะไม่พูดเรื่องไม่ควรพูด จึงเป็นผู้เปลี่ยนภาวะเปราะบาง ให้ผนึกตัวเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ จิตใจเหลือจุดอ่อนน้อยลงเรื่อยๆ ความเข้มแข็งที่แท้จริง ไม่ใช่ภาวะอึดอัด เก็บกด หรือขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่เป็นจิตที่มีความสุข มีใจเปิดเผยปลอดโปร่ง เพราะจิตที่เก็บกด วันหนึ่งต้องระเบิด แต่จิตที่สบาย อีกกี่วันก็สบายหายห่วง เป้าหมายของการบำเพ็ญขันติบารมี จึงไม่ใช่แค่การสกัดกั้นคำพูด แต่ต้องสังเกตแรงอัดในใจไปด้วย ลมหายใจนี้อึดอัดมากหรืออึดอัดน้อย ลมหายใจหน้ามากขึ้นหรือน้อยลง เมื่อใดสติเห็นความไม่เที่ยงของความอึดอัด เมื่อนั้นจิตย่อมคลาย ย่อมวาง ย่อมว่างจากอาการฝืน นั่นแหละ ขันติบารมีที่ประกอบด้วยพุทธิปัญญาอย่างแท้จริง คือ…

ทำดี “บุญ”ที่ให้ผลทางใจในทันที

มีคำถามว่า ทำไมหมั่นรักษาศีล ทาน ภาวนามาตลอดทั้งชีวิต แต่วิบากกรรมไม่จบสิ้นสักที? วิบากหนึ่งๆ ไม่ได้ให้ผลตามใจใคร เขารู้ของเขาเองว่า ต้นตอกรรมคืออะไร? ทำไว้นานแค่ไหน? มีกำหนดอายุการให้ผลเท่าไร? มีกรรมใหม่ประมาณไหน? ไปทัดทานได้ แต่เราอยู่ในเกมกรรมที่ตัวเองไม่รู้อะไรเลย ลืมไปหมดแล้วว่าเคยทำอะไรมา แล้วก็ต้องมาเผชิญหน้ากับวิบากที่ให้ผลอยู่เดี๋ยวนี้ สมมุติง่ายๆ ดูธรรมชาติของผู้มีอำนาจ มีชื่อเสียง หลายคนทำในสิ่งที่อยากทำ และทำได้ทันทีแบบไม่ต้องคิด บางคนฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นอาชีพ บางคนฉ้อฉลประชาชนจนสิ้นอายุ บางคนประพฤติผิดทางกามไม่อิ่มไม่เบื่อ บางคนโกหกได้ทุกเรื่อง ไม่เลือกเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ บางคนกินเหล้าเมายาตลอดศก ฯลฯ เมื่อทำบาปใดเป็นอาจิณ วิบากในที่ที่เกิดใหม่…

เปลี่ยนตัวเองอย่างไร ให้รักตัวเองได้มากขึ้น

เปลี่ยนตัวเองอย่างไร ให้รักตัวเองได้มากขึ้น หากคุณคิดจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครบางคน เพื่อให้คุณสะใจ หรือเปลี่ยนตัวเองเพื่อจะยกตัวเองเหนือกว่าคนอื่น นั้นไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเองบนความรักตัวเอง แต่มันคือการกดขี่ตัวเอง ดูถูกตัวเองและสมัครใจไปเป็นธาตุความรู้สึกของคนอื่น หากคุณต้องการจะเปลี่ยนตัวเองอย่างมีอิสระและรักตัวเองได้เต็มที่ จงเปลี่ยนตัวเองให้มีคุณค่า เปลี่ยนตัวเองให้มีประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น เปลี่ยนตัวเองให้คุณเคารพ และภูมิใจในตัวเองได้ วันหนึ่งที่คุณกราบตัวเองได้อย่างเต็มหัวใจเมื่อไหร่ นั้นคือหลักฐานที่บอกคุณว่า คุณประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนตัวเอง และรักตัวเองได้มากขึ้น แต่สิ่งสำคัญ รักตัวเองต้องดูแลสุขภาพทั้งใจ และทั้งกาย อย่าลืมรักตัวเองด้วยการออกกำลังกาย วินัยเกิดจากการ “เริ่ม” ไม่ได้เกิดจากการ “รอ” ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการ “ขอ” แต่เกิดจากการ “ลงมือทำ” ทำในสิ่งที่ชอบ…

คำบอกเล่าของคนอื่น

เคยเป็นกันไหม บางคนบอกว่า “ฉันไม่ดี” บางคนบอกว่า “ฉันดี” บางคนบอกว่าฉันไม่น่ารัก แต่บางคนบอกว่า ฉันน่ารัก บางคนก็บอกว่า “ฉันน่าคบ”” บางคนบอกว่า “ฉันนิสัยเสีย” คบยาก! ” และก็มีบางคนบอกว่า “ฉันเป็นคนดีมีน้ำใจ จริงใจ ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใครได้เป็นเพื่อนถือว่าโชคดีไปตลอดชีวิต” แต่บางคนบอกว่า ใครที่เสียเพื่อนอย่างฉันไป พวกเขาช่างน่าเสียดาย บางคนบอกว่าใครคบกับฉันจะมีแต่เรื่องเสียหาย บางคนทำเรื่องเสียหายกับชีวิตของตัวเอง แต่โยนความผิดมาให้คนอื่น บางคน คนอื่นทำงานช่วยด้วยความตั้งใจจนงานสำเร็จ แต่ไม่พูด บางคนงานไม่ทำ แต่ผลงานได้ไปเต็มๆ…

มานั่งสมาธิกันเถอะ

เป็นไหมที่ ‘หยุดคิดไม่ได้’ “หยุดเครียดไม่ได้” “เหนื่อยไม่รู้สาเหตุ” ปัญหาต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวทำให้เราเครียดรึเปล่า ? เพราะเราปฏิเสธเรื่องความเครียดไม่ได้ ต้องอยู่กับมันต่อไป คนเราปฏิเสธเรื่องความเครียดไม่ได้ เรายังต้องอยู่กับมัน เพราะยังต้องเรียน ยังทำงาน แม้จะเกิดในกองเงินกองทอง ยากดีมีจน ก็มีเรื่องเครียดทั้งนั้น สาเหตุของความเครียดก็ต่างกันไป แต่สิ่งที่สำคัญคือ จะจัดการมันยังไงให้เราอยู่กับความเครียดได้อย่างมีความสุข ทำให้ตัวเองมีศักยภาพในการควบคุมมันมากกว่าให้มันควบคุมเรา ในต่างประเทศมีทฤษฎีความเครียด อยู่ 2 รูปแบบ อย่างแรกคือ Eustress ที่เป็นความเครียดที่ส่งผลดี ทำให้เรามีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น…

ฉันเพิ่งเข้าใจ

หลายปีมานี้ ฉันเริ่มรู้สึกกลัว เพราะยิ่งฉันอายุมากขึ้น ญาติๆก็จากไปทีละคนสองคน สิ่งนี้บอกกับฉันว่า “ชีวิตเป็นอนิจจัง” ฉันเริ่มคิดได้ ฉันปล่อยให้สิ่งที่ต่างๆเป็นไปตามปัจจัย ได้มาก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร หลายปีมานี้ การดำเนินชีวิตบอกกับฉันว่า “จิตให้ร้ายผู้อื่นไม่ควรมี จิตปกป้องตนเองไม่ควรหายไป” การดำเนินชีวิตยังบอกกับฉันอีกว่า “นอกเสียจากคนในครอบครัว อย่าไว้ใจคนอื่นให้มากนัก” หลายปีมานี้ ฉันรู้แล้วว่า ฉันควรดีต่อทุกคน โดยเฉพาะคนที่ดีต่อฉัน ฉันเข้าใจแล้วว่า วันเวลาอาจไม่ช่วยให้เราผูกพันกับใคร แต่มันช่วยให้เราเข้าใจใครๆมากยิ่งขึ้น ฉันรู้ซึ้งแล้วว่า นอกเสียจากพ่อและแม่ ก็ไม่เห็นมีใครที่จะให้อภัยฉันได้เหมือนท่านทั้งสองคน หลายปีมานี้ ฉันเปลี่ยนไป ความทุกข์ที่ฉันพานพบทำให้ฉันแกร่งมากยิ่งขึ้น…