Author: Apple Td

มองโลกให้มองต่ำ มองธรรมให้มองสูง

เราเกิดมาในโลก ไม่ว่าอยู่ในสถานะไหน ขันติ คือ ความอดทน อย่างนี้ มันจำเป็นในที่ทุกสถานนะ คณะศรัทธาญาติโยมลูกหลาน เราจะไปใจเสาะ ไม่ได้ ถึงเราจะเรียนหนังสือ มันก็ต้องมีอุปสรรค เราจะไปเห็นแก่หลับแก่นอน แก่อยู่แก่กิน แก่ความสนุกสนานอย่างนั้นได้อย่างไร เราต้องรู้จักหน้าที่ หน้าที่ของเรา ในขณะนี้คืออะไร เมื่อเราสร้างฐานะเป็นพ่อ แม่ ของลูกทั้งหลายเราควรทำมาค้าขายอย่างไร จึงบริสุทธิ์ ไม่คด ไม่โกง ไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง ไม่ขายยาม้า กัญชา ยาฝิ่น สิ่งที่มันผิดกฎหมายเราจะไม่ทำเราจะหาสิ่งที่บริสุทธิ์หาสิ่งที่เป็นศีล เป็นธรรมมาเลึ้ยงลูกของเรา…

อย่าเชื่อใจคนโกหก

โกหก พกลม ทุกวันนี้รู้สึกว่าใครก็ว่าใครโกหก พวกหนึ่งก็ว่าพวกหนึ่งโกหก ผู้หนึ่งก็ว่า ผูู้หนึ่งโกหก ตามที่จริงมันโกหกเท่าๆ กัน ดูๆแล้ว มันมั่วกันไปหมดเลย แต่ตามที่จริงตามหลักคำสอนของ พระพุทธเจ้า ท่านบอกว่า “คนที่ชอบโกหกทั้งที่รู้ ๆ จะไม่ทำความชั่วอย่างอื่นเป็นไม่มี” พอทำขึ้นมาแล้วก็โกหก พอทำขึ้นมาแล้วก็โกหก มันก็เลยโกหกไปเรื่อย เป็นนิสัยไป พอจากนั้นมา ก็ขาดความน่าเชื่อถือ ถ้าคนไม่ได้สังเกต ก็เออ ใช่ ฟังไป เมื่อโกหกไปแล้ว คิดว่ามันจะจบ ไม่ใช่นะ ในเมื่อโกหกไปแล้วนั้นละ…

ครอบครัว

เรื่องบางเรื่อง เข้ามาทำให้เรา ” ดีใจ ” ในตอนต้น แต่จบลงด้วย ” ความเสียใจ ” เรื่องบางเรื่องเป็น ” วิกฤต ” ที่ท้อสุดทน แต่สุดท้ายก็อาจเป็นชนวนสำคัญ ให้เรา ” เปลี่ยนแปลง ” ไปในทางที่ดีได้ บางคนเจอเหตุการณ์ร้ายๆ เข้ามาทุกด้าน แต่” ด้านที่ดีที่สุด คือยังมี ” ครอบครัว ” อยู่เคียงข้าง…

เจตนามีกรรมมา เจตนาไม่มากรรมไม่มี

กรรม…… ที่แท้จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 2 ประการคือ… หลักเกณฑ์ข้อที่ 1. ‘ผู้ทำมีเจตนา‘ มีหลักการที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในนิพเพธิกสูตร ฉักกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า… ‘เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วทามิ‘…แปลว่า ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่าเจตนาเป็นกรรม… เจตนา…… ได้แก่ ความตั้งใจหรือความรับรู้ ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 อย่างคือ… 1. บุพเจตนา…เจตนาก่อนทำ 2. มุญจนเจตนา…เจตนาในเวลาทำ 3. อปราปรเจตนา…เจตนาเมื่อได้ทำไปแล้ว การกระทำโดยมีเจตนา…

นิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว

๛ วัน นี้ วัน พระ ๛ จะถูกใส่ร้ายยังไง ก็ให้ “ นิ่ง ” จะถูกนินทาอะไร ก็ให้ “ เฉย ” จะถูกเสียดสีคำใด ก็ให้ “ อดทน ” จะโดนดูถูกแค่ไหน ก็ให้ “ อดกลั้น ” อย่าสน, อย่าใส่ใจ..!! ให้ตั้งหน้าตั้งตา “…

การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั่งปวง

กำลังใจ คือยาที่ดี ได้เยียวยาในยามมีทุกข์ กำลังใจ คือยากระตุ้นต่อมความล้า และช่วยขับความท้อแท้ให้บางเบาลง คนที่ทำดี จะมีดี ให้คิดถึงเวลาที่รู้สึกไม่สบายใจ คนที่ทำไม่ดี..เวลารู้สึกไม่สบายใจ จิตใจก็ยิ่งหดหู่ ความดี…จึงเป็นอีกหนึ่งพลังใจ ที่คอยปลอบปลุกในคราวเราทุกข์อ่อนล้า บุญ…และ…บาป จะเป็นเงาตามติดชีวิต บุญ..คือ..ความดี..บุญ..คือกุศล คนมีบุญ…จะเป็นคนที่โชคดี เพราะโอกาสดีๆมักเกิดขึ้นกับคนที่มีบุญ คนแสวงหาบุญ ทำกุศล ขวนขวายในการกระทำความดี ย่อมมีจิตใจบรรเทิงเบิกบาน มีความสุขอยู่เสมอ ส่วนคนที่ทำบาป จะแสวงหาแต่เรื่องที่ไม่ดี แค่คิด..ความทุกข์ ความกังวล ก็เกิดขึ้นในจิตใจแล้ว เราทำดีไว้ เพื่อให้ดี…

ชีวิตคือการสะท้อนกลับ

เมื่อจิตใจเปลี่ยนไป การกระทำก็เปลี่ยนตาม เมื่อการกระทำเปลี่ยนไป บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนตาม เมื่อบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป ฮวงจุ้ยก็เปลี่ยนตาม เมื่อฮวงจุ้ยเปลี่ยนไป โชคชะตาก็เปลี่ยนตาม เมื่อโชคชะตาเปลี่ยนไป ชะตาชีวิตก็เปลี่ยนตาม การเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต อิงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป็นหลักสำคัญ ต่อให้มีของดีของดังของเด็ดจากวัดไหนสำนักไหนมากมายเพียงใด คำพูดแย่ พฤติกรรมแย่ จิตใจแย่ ก็ยากเปลี่ยนชีวิตที่แย่ให้ดีขึ้นมาได้ คนบางคนเหมือนดอกไม้บางชนิด เหมาะกับการมองชมอยู่ไกล ๆ เพราะพอเข้าใกล้ต้องรีบเบือนหน้าหนี งามแต่ไม่หอม! คนบางคนเหมือนกาแฟ ดื่มแค่วันละแก้วก็พอ ดื่มมากไปจะกลายเป็นผลเสีย คนบางคนเหมือนลม พัดทีก็ชื่นใจ พัดเยอะไปก็กลายเป็นหายนะ คนบางคนเหมือนต้นไม้ใหญ่ เป็นที่พักพิงยามต้องการกำลังใจ…

สิ่งใดพร่องสิ่งนั้นดัง

พระพุทธเจ้าเคยตรัสภาษิตในธรรมบทที่น่าสนใจ ภาษิตนั้นว่า “แม่น้ำน้อยไหลดังสนั่น แม่น้ำใหญ่ไหลนิ่งสงบ สิ่งใดพร่องสิ่งนั้นดัง สิ่งใดเต็มสิ่งนั้นเงียบ” ถ้าเราพิจารณาดูก็พบว่ามีความหมายที่ลึกซึ้งมาก และอธิบายอะไรได้หลายๆ อย่างเกี่ยวกับผู้คน แม้กระทั่งตนเอง คำว่าดัง ไม่ว่าจะเป็นความดังของแม่น้ำลำห้วย หรือการส่งเสียงดังของผู้คน ก็มีที่มาคล้ายๆ กัน คนที่ก้าวร้าวหรือโกธรเกรี้ยว ก็สะท้อนมาจากการที่เขารู้สึกบกพร่องข้างใน ซึ่งรวมไปถึงคนที่ชอบโอ้อวด หรือรวมไปถึงการส่งเสียงดังแบบเงียบๆ เช่น การแสดงภาพลักษณ์ การสร้างภาพลักษณ์ ด้วยการซื้อของราคาแพงมาประดับตัว เป็นการแสดงตัวตนอย่างหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่เสียงดัง แต่สามารถจะส่งสัญญานบอกว่าฉันเป็นใคร อย่างการซื้อของแบรนด์เนม การซื้อกระเป๋าราคาแพง นาฬิการาคาเป็นล้าน หรือขับรถหรูราคาหลายสิบล้าน…

บั ว ส อ น ธ ร ร ม

ให้ลองสังเกตดู ใบบัวไม่เคยหันไปทางที่มืดเลย มีแต่จะหันไปทางที่มีความสว่างไสว ถ้าตรงไหนมืด เขาจะไม่หันไปเลย มีแต่จะหนีห่าง ตรงกันข้าม พระอาทิตย์ขึ้นตรงไหน ใบบัวก็จะหันไปทางนั้น ถ้าหูหรือตาของเราเหมือนกับใบบัว เราก็จะมีความสุขทีเดียว อะไรที่ไม่ดี ก็ไม่หันหูไปฟังไม่หันหน้าไปมอง รับฟังหรือมองแต่สิ่งดีๆ ที่เป็นธรรมะ เวลามีเงาทาบทับใบบัวจะหนีเลย จะเอนไปหาแสงสว่าง ไม่ยอมให้ความมืดเข้ามาครอบ แต่จะหันไปหาแสงสว่างตลอดเวลาถ้าคนเราเรียนรู้จากใบบัว คือนอกจากเลือกมอง เลือกฟังแล้ว ยังพยายามหันจิตหันใจเข้าหาสิ่งดี หลีกเว้นความชั่วหรือสิ่งที่เป็นอกุศล ก็มีโอกาสเป็นสุขไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว อีกครึ่งหนึ่งจะมาจากไหน ก็มาจากการเปลี่ยนความทุกข์ให้กลายเป็นความสุข เหมือนกับเช่นดอกบัวทั้งหลายนั้นเอง ดอกบัวเกิดจากโคลนตม ใต้สระนี้เป็นโคลนตมทั้งนั้น ไม่น่าลงเลย…

ชีวิตไม่สุขไปทุกอย่าง

ฝน ใคร ๆ ก็รู้จัก โดยเฉพาะเด็ก ๆ ชอบออกมาเล่นน้ำฝน ผู้ใหญ่บางคนชอบนั่งดูเวลาฝนตกเพราะรู้สึกสดชื่น เย็นสบาย ได้เห็นต้นไม้ใบหญ้ามีความสุขเวลาได้น้ำฝน บางคนชอบนอนเวลาฝนตก เพราะอากาศเย็นและมีเสียงฝนตกกระทบหลังคาเป็นเสียงกล่อมให้นอนสบาย แต่บางคนไม่ชอบเวลาฝนตก เพราะรู้สึกเศร้า เหงา เปล่าเปลี่ยว เหตุการณ์แบบนี้มักเกิดตามอารมณ์ ของแต่ละคนว่าอยู่ในสภาวะอารมณ์แบบใด ฝนมีคุณประโยชน์ต่อทุกสรรพสิงบนโลก เช่นฝนให้ความชุ่มชื่นในดินและอากาศ เพิ่มผลผลิตทางการประมง และการเกษตร ลดปัญหาภัยแล้ง ทำให้เขื่อนมีน้ำไว้ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ทำให้เรามีน้ำประปาใช้ ลดอุณหภูมิในอากาศ ทำให้เรามีน้ำดื่ม ทำให้ระบบนิเวศของโลก สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุด ทุกสรรพสิ่งบนโลก…

จิตผ่องแผ้ว

เนื่องในวันมาฆบูชา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เป็นวันจาตุรงคสันนิบาต ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว ดิถีเช่นนี้เมื่อกว่าสองพ้นห้าร้อยปีก่อน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ประทานหลักการอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาไว้ ๓ ประการ ได้แก่ การไม่กระทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม และการทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ‘จิต’ เป็นสภาพรู้ที่ปรากฏมีอยู่ในทุกชีวิตซึ่งมีสภาพธรรมอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า ‘เจตสิก’ เกิดร่วมด้วย เจตสิกกลุ่มที่เรียกว่า ‘สังขาร’ อาจปรุงแต่งให้จิตเป็นไปในทางสามฝ่าย กล่าวคือ ฝ่ายดี…

รักให้ดีพอ รักให้พอดี

รักให้ดีพอ รักให้พอดี ความรัก คือ การให้ที่ไร้ขอบเขต ความรักมีมากมายหลายรูปแบบ รักครอบครัว รักแม่ รักพ่อ รักพี่ รักน้อง รักลูก รักหลาน รักเพื่อน ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะรักในรูปแบบใด ควรเป็นรักที่บริสุทธิ์ รักด้วยความเข้าใจ เพราะความรักสร้างได้ทั้งความสุข และความเศร้า ถ้าไม่รู้จักรักให้ดีพอ และรักให้พอดี การได้รักกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ถ้าเคยทำบุญทำกรรมร่วมกันมา แม้จะอยู่ไกลกันมากแค่ไหน วันหนึ่งก็จะต้องได้พบเจอกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ คนเราพบเจอกันบางคนเจอกัน เพราะแรงกรรม บางคนดึงดูดกัน ด้วยความดี…