In Thailand

เพื่อไทย ภูมิใจไทย แถลง ร่วมมือจัดตั้งรัฐบาล 112 เสียง

เพื่อไทย ภูมิใจไทย แถลง ร่วมมือจัดตั้งรัฐบาล 112 เสียง
Written by Thailand News



          เพื่อไทย ร่วมกับ ภูมิใจไทย แถลงความชัดเจนจับมือตั้งรัฐบาล รวม 212 เสียง เดินหน้าดีลพรรคร่วม ระบุปัญหาประเทศหนัก ประชาชนเดือนร้อนรอต่อไปอีกไม่ได้ ต้องช่วยกันหาทางออก 


          วันที่ 7 สิงหาคม 2566 เวลา 16.30 น. พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล โดย 2 พรรคร่วม ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย นำโดย น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ร่วมแถลง

          โดยมีคำแถลงระบุว่า พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยการสนับสนุนจากพรรคการเมืองต่าง ๆ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมือง ซึ่งขณะนี้มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งแล้ว แต่เรายังคงต้องการเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศ และเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว
         
รัฐบาลที่จะจัดตั้งขึ้นในครั้งนี้
แม้จะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งแล้ว แต่เรายังต้องการการสนับสนุนจากทุกฝ่าย
เนื่องจากปัญหาของประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนที่กำลังเผชิญอยู่นี้
มีความเดือดร้อนรุนแรง การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น
การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วเท่าไรจะยิ่งแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น
 
          เรามีความประสงค์จะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์
โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความพิเศษ
ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งในสังคม
และวิกฤตรัฐธรรมนูญก่อตัวเป็นปัญหาของประเทศ และประชาชนทั้งด้านเศรษฐกิจ
สังคม การเมือง
เราจึงต้องการเสียงสนับสนุนจากทุกพรรคการเมืองให้มาสนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย
โดยยึดถือประโยชน์ของประเทศ และประชาชนเป็นหลัก อาทิ
เมื่อฝ่ายค้านเสนอกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
รัฐบาลพร้อมจะให้การสนับสนุน
นอกจากนี้จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างเต็มที่
 

          พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
ร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เห็นว่าทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้
จึงกำหนดแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนี้

 
          1. ยึดวาระของประเทศ และประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ และประชาธิปไตย นำความปรองดอง สมานฉันท์กลับคืนสู่ประเทศ
 
          2. จะเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีในวาระแรก จะมีมติให้ทำประชามติขอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกระบวนการจัดตั้ง สสร.
 
          3.
ดำเนินงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ฝ่ายค้าน
และฝ่ายรัฐบาลสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่
สิ่งใดที่เป็นประโยชน์จะร่วมกันผลักดันให้สำเร็จ
สิ่งใดที่เป็นปัญหาจะต้องถูกตรวจสอบและเร่งแก้ไขให้ถูกต้อง
 
          4. จัดตั้งรัฐบาลที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้
 
          5.
การจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้เปิดกว้างให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
และสมาชิกวุฒิสภามีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการเลือกนายกรัฐมนตรี
เพื่อผ่าทางตันระบบการเมืองของประเทศ
และฝ่าวิกฤตรัฐธรรมนูญที่สร้างปัญหาอยู่ในปัจจุบัน
 

        
หลังจากนี้ เราจะเดินหน้าทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนในสังคม
รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เพื่อแสวงหาความร่วมมือ
และกำหนดเจตนารมณ์ในการบริหารประเทศ
จึงร้องขอการสนับสนุนจากทุกพรรคการเมือง ทุกฝ่าย ทุกคน
มาร่วมกันกอบกู้วิกฤตของประเทศในครั้งนี้

          ด้าน
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เงื่อนไขของพรรคภูมิใจไทย 3 ข้อหลัก ทางพรรครับได้
และต้องขอบคุณอย่างยิ่งที่ภูมิใจไทย ให้ถือว่า 212 เสียงของพรรคเพื่อไทย
และพรรคภูมิใจไทย จะเป็นเสียงตั้งต้นที่จะซึ่งดำเนินการในการจัดตั้งรัฐบาล
ซึ่งถือว่าเป็นเสียงค่อนข้างมาก ข้อสงสัยที่หลายคนกังวล
และมีข้อสงสัยเรื่องการรวม 9 พรรค 188 เสียง ก็จะถูกตัดขาดลงไป

          ขณะที่นายอนุทิน
กล่าวว่า
พรรคภูมิใจไทยก็ได้ตอบรับคำเชิญจากพรรคเพื่อไทยในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล
เนื่องจากหลักการ 3 ประการที่พรรคภูมิใจไทยคือการ ไม่แตะต้อง ม.112 ,
ไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และไม่มีพรรคก้าวไกลเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
นั้นเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเห็นพ้องด้วย

         
ดังนั้นเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินมีอุปสรรคน้อยที่สุด
ทางพักจึงให้คำยืนยันกับพรรคเพื่อไทยว่า
ขณะนี้หากยังไม่ได้เชิญพรรคอื่นร่วมหารือก็ให้ถือว่า ทางพรรคเพื่อไทยมี 212
เสียง โดยให้รวมกับ 71 เสียงของพรรคภูมิใจไทยเข้าไปด้วย 
เพื่อให้การพูดคุยหารือกับพรรคอื่นๆเป็นไปอย่างเรียบร้อย





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »