แต่ละคนมีต้นเหตุทุกข์ประจำตัว
แล้วก็เคยชินที่จะยอมใจอ่อน
ให้กับต้นเหตุนั้น
ใจอ่อนต่อราคะและโทสะ
เมื่อสะสมความเคยชินมากแล้ว
ตกต่ำลงลึกแล้ว
จึงมักทำให้เกิดความรู้สึกท้อถอ
ไม่อยากห้ามใจ
ไม่เหลือกำลังใจตะเกียกตะกายป่า
.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..
ที่จะถึงเวลาหมดกรรมเก่า
ก็คือต้องสั่งสมกรรมใหม่ขึ้นมาจ
ผู้มีกำลังใจที่แท้
คือผู้ไม่แพ้กำลังบาป
ผู้อดทนต้านทานกำลังบาป
ได้ชื่อว่าเพียรสร้างกำลังบุญ
ยิ่งสร้างกำลังบุญมากขึ้นเท่าไร
ยิ่งได้กำลังใจมากขึ้นเท่านั้น
.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..
ตอนที่พยายามจะเปลี่ยนความคิด
แล้วใจไม่ยอมเปลี่ยนตามที่เราต้
เป็นโอกาสทองที่เราจะเห็นความจริ
นั่นคือ ความคิดไม่ใช่ของเรา
ความคิดไม่ใช่สิ่งที่บังคับบัญช
เมื่อความคิดผิดๆเกิดขึ้น
ให้ยอมรับว่ามันเกิดขึ้น
อย่าปฏิเสธ ไม่ต้องด่าตัวเอง
การยอมรับตามจริง
จะทำให้สติเกิดเต็มตัว
ถามตัวเองว่า
สิ่งที่เราตัดสินใจไป
ตัดสินใจไปเพื่อความเป็นกุศลหรื
แค่คิดเหมือนเล่นๆก็ได้
แล้วจิตจะค่อยๆฉลาดขึ้นเองวันต่
การห้ามใจไว้
ไม่ทำผิดทำบาปไปเรื่อยๆ
จะค่อยๆปลดหนี้
ทีละครั้ง ทีละหน
และเขยิบห่างจากวงจรภัยเวร
ทีละคืบ ทีละศอก
กระทั่งรู้สึกเบาตัวเบาใจ
เหมือนชีวิตออกสู่ที่โล่ง กว้าง สว่าง
.. .. .. .. .. .. .. .. .. ..
ที่สุดของความคุ้มในชีวิต
มิใช่การใช้ชีวิตได้ตามอำเภอใจ
แต่เป็นการได้หลุดพ้น
จากการครอบงำตามอำเภอใจของชีวิต
เมื่อใดเลิกใจอ่อนเสียได้
ก็เหมือนหมดเวรหมดกรรม
กับความทุกข์นั้นๆ!
________________
ขอบคุณที่มาจากหลากบทความของคุณดั
