Category: Buddha, Zen and Wisdom

“สิ่งที่ควรโยนทิ้ง”

10 อย่างที่ “ควรโยนทิ้ง” ก่อนเริ่มต้นปีใหม่ แล้วชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น 1. ทิ้ง “ความอิจฉา” เมื่อคุณเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นๆ มันจะดีก็ต่อเมื่อ มันเป็นแรงบันดาลใจให้คุณในการแข่งขัน และพัฒนาตัวเอง แต่มันจะเริ่มไม่ดี ถ้าความสำเร็จของคนอื่นทำให้คุณรู้สึกริษยา และไม่สามารถยินดีกับคนนั้นได้ นี่จะทำให้คุณทุกข์เอง 2. ทิ้ง “ความกลัวที่จะเปลี่ยน” หลายๆ ครั้ง แม้สถานการณ์ปัจจุบันมันจะแย่แค่ไหน คนเราก็ไม่อยากที่จะเปลี่ยน กลัวที่จะเปลี่ยน เพราะกลัวสิ่งใหม่ มากกว่า แต่คุณหารู้ไม่ว่า บางที่สิ่งใหม่มันอาจจะดีกว่าสิ่งที่คุณเจออยู่มากมายก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น กล้าที่จะเปลี่ยนเถอะ…

ทิ้งความทุกข์

ทุกอย่างใน “ ชีวิต ” มีที่มา มีที่ไป บางเรื่องเป็น“ ความสุข ” บางเรื่องเป็น“ บทเรียน ” ไม่ว่า เรื่องอะไร เรียนรู้ จากมันได้ ก็เรียนรู้ ปล่อยวางได้ก็ “ ปล่อยวาง ” “ เคลียร์ ” สิ่งที่ควรเคลียร์ “ ทิ้ง ” สิ่งที่ควรทิ้ง อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป…

เสียงที่ได้ยิน

เมื่อเราสะดุดคำพูด ของใครสักคนหนึ่ง อย่าได้โต้ตอบ อย่าได้หวั่นไหว ไปกับประโยค….. ที่ไม่สร้างสรรค์เหล่านั้น จงอย่าทำให้….. พลังงานในตัวของเรา สั่นสะเทือนไปกับสิ่งที่ ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น จงมองข้ามและยิ้มให้มัน หากเราเสียใจกับคำพูดเหล่านั้น จงมองข้ามมันแล้วให้อภัย กับคนที่พูดประโยคเหล่านั้น เจอบ่อยครั้ง เราก็ทำเช่นนี้บ่อยๆ​ ครั้ง สุดท้ายมันก็จะเป็นแค่ ธาตุอากาศ ในสายตาเรา #แพ้บ้างก็ได้นะ #มุมอ่อนแอ

อย่าไปสำคัญคนทำผิด

อย่าไปสำคัญว่าคนทำผิด “ด่าไม่เป็นไร ไม่บาป” คนทำผิด เราด่า ก็บาป คนทำผิด เราตำหนิ ก็บาป มันบาปอยู่ที่ตรงไหน เพราะเรากล่าวคำหยาบ ผรุสวาจาย เวรมณี มันเป็นอกุศลกรรมบถ เป็นวจีทุจริต ในเมื่อวจีของเรายังหยาบ ยังทุจริตอยู่ มันก็ผิดศีลข้อมุสาวาท เพราะคำหยาบ เป็นฉายาแห่งมุสาวาท เพราะฉะนั้น นักปฏิบัติพึงสังวร ระวัง เรื่องนี้ไว้ให้ดี พยายามทำความรู้แจ้งเห็นจริง ให้มันปรากฏขึ้นภายในจิตของตัวเอง โอวาทธรรม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ที่มา…

คำสอนของแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ทุกคนมีหน้าที่ที่แตกต่าง แต่จิตเสมอกันได้ ด้วยความไม่ขุ่นมัว การฝึกเจริญสติปัญญา เป็นสิ่งมีค่าที่สุด ที่เราจะมอบเป็นของขวัญแก่ตัวเองได้ ระหว่างการเดินทางของชีวิต จงรู้ว่าเรามีลูก อย่างที่ลูกไม่ใช่ของเรา เขาจะเป็นอย่างที่เขาเป็น และถ้าเขาเป็นได้อย่างไม่ทุกข์ เราควรจะยกย่องลูกเรา อย่าทำให้ลูกกลับมาตั้งคำถาม ว่าเขาก็ไม่ได้อยากเกิดมา จงรักลูก อย่างที่เขาเป็น แม้เขาไม่น่ารัก ก็อย่าเกลียดเขา ให้โอกาสเขาอย่างเต็มที่ ในฐานะที่เราเป็นผู้ให้ชีวิต เราให้ชีวิตกับเขา แต่ชีวิตเป็นของเขา ไม่ใช่ของเรา กตัญญูยังไม่พอ ต้องต่อไปให้ถึงกตเวทิตา เพราะกตัญญูแปลว่ารู้คุณท่าน และกตเวทิตาแปลว่าตอบแทน หรือสนองคุณท่าน จงตอบแทนคุณพ่อแม่ กตัญญูครูบาอาจารย์…

แก้ที่ตัวเรา

ทุกคนต้องการตัวอย่าง ตัวอย่างที่ดีทำให้เรามีกำลังใจ และเห็นแนวทางที่ถูกต้อง ลำพังคนเดียวเราอาจจะไม่มั่นใจว่าตัวเราทำได้ หรืออาจจะเสียเวลาในการใช้วิธีที่เนิ่นช้าหรือบกพร่อง ผู้เป็นตัวอย่างที่ดีจึงให้ปัญญา และช่วยให้เรายอมอดทนเพื่อประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างที่ไม่ดีมีประโยชน์กับเรามากเหมือนกัน เมื่อเราเห็นใครทำอะไรไม่ค่อยดี ถ้าเราตั้งสติไม่ปล่อยให้โกรธ น้อยใจ หรือหดหู่ได้ เราควรจำไว้ว่า พฤติกรรมอย่างนี้ การพูดอย่างนี้น่าเกลียดเนาะ เราต้องตั้งอกตั้งใจว่าในชีวิตเราจะไม่มีการกระทำหรือการพูดอย่างนั้นเด็ดขาด แก้ที่เขาไม่ได้ก็จริง แต่เราแก้ที่ตัวเราได้ ที่จริง ในการมุ่งมั่นต่อคุณงามความดี ความปรารถนาที่จะไม่เหมือนตัวอย่างที่ไม่ดี อาจจะมีพลังมากกว่าความปรารถนาที่จะเหมือนตัวอย่างที่ดีด้วยซำ้ไป คำสอน:พระอาจารย์ชยสาโร

กรรมของใคร?

อย่าอารมณ์เสีย ถ้ามีคนพูด…ถึงคุณ ในสิ่ง ที่..คุณไม่ได้เป็น #เมตตาเขาเถอะ.. เพราะ..ทุกคำที่ออกจากปากเขา สะท้อนถึง..“ สภาพจิตใจ ” สภาวะทางอารมณ์.. ชาติกำเนิด ว่า..เขาถูกเลี้ยงดูมาแบบไหน..? เขากำลังเอาสิ่งที่เคยเจอ เคยรู้สึก.. และสิ่งที่เขาเป็นอยู่ มา “ ตัดสิน ” คุณ..! ถ้าคุณโกรธ โมโหตอบโต้ นั่นเท่ากับว่า..คุณยอมรับ ว่า..คำพูดเขา มีอิทธิพลกับชีวิตคุณ แต่..เมื่อไหร่ ที่คุณไม่แคร์ มองข้ามและ..ไม่ให้ราคา เขาจะเป็นแค่ “…

หลง

หลงชั่ว…มักจะมองไม่เห็นดี ————————————- เวลาหลง ความรู้สึกตัว…คือสติ…มันจะหลับ เวลารู้…ตัว…สติ…จะกลับมาตื่น เวลาหลงชั่ว…มันจะไม่เห็นดี เวลาเห็นดี…มันจะไม่ไปหลงชั่วอีก อาการ…รู้…กับ…อาการ…หลง จึงมีอาการเป็นเช่นนี้ เหมือนคนหลงอำนาจ จึงมักใช้อำนาจไปในทางที่ผิด แต่ถ้ารู้อำนาจ ก็จะใช้อำนาจด้วยความระมัดระวัง รู้อำนาจ…จะใช้อำนาจอย่างเป็นธรรม หลง…ทำให้ไม่ตื่น แต่…รู้…ทำให้ตื่น หลง…จะทำให้เราวิ่งหา แต่…รู้…จะทำให้เรา…เห็น เราในฐานะพุทธศาสนิกชน จึงควรหันกลับมา ฝึกเป็นผู้รู้ ฝึกให้สติตื่น…จากไปหลงเชื่อผิดๆ ในสิ่งที่พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงสอน ฝึกให้สติตื่น…เพื่อจะได้รู้ว่า พระองค์สอนให้รู้…การเกิดขึ้นของทุกข์ มันมีสาเหตุ…มีปัจจัย…กระตุ้นให้เกิด พระองค์สอนให้เห็น…แนวทางดับทุกข์ ถ้าเรายังหลง…เราก็ยังวิ่งหา…ไม่สิ้นสุด ถ้าเราเห็น…เราก็จะรู้… รู้ว่าทุกข์…เกิดเพราะมีเหตุ…

“ กาลเวลา ”..พิสูจน์ทุกอย่าง

“ กาลเวลา ”..พิสูจน์ทุกอย่าง และทุกอย่าง “ อธิบายน้ำใจคน ” น้ำไม่หยั่ง..ไม่อาจรู้ตื้นลึก คนไม่คบ..ไม่อาจรู้ดีชั่ว ในโลกนี้… มีเพียง… “ กาลเวลา ” ที่ไม่หลอกลวง “ กาลเวลา ” เท่านั้น … จะพิสูจน์ทุกอย่าง ว่าอะไรจริง..? อะไรลวง..? … ดู คน … อย่าเพียงดูด้วยตา จะดูผิดได้ง่าย ยิ่งไม่ควร..เพียงฟังด้วยหู…

“อิสระจากความทุกข์”

คำว่า ‘อิสระ’ ไม่ใช่ทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่หมายถึงการทำสิ่งใดแล้ว สิ่งนั้นต้องไม่ทำให้เราเป็นทุกข์ ต้องเป็น”อิสระจากความทุกข์” กราบลาอาลัย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างสงบในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2564 เวลา 18.23 น สิริอายุ 68 ปี 1 เดือน 7 วัน และนับเป็น 41 พรรษาบนมรรคาแห่งการตื่น

ช่างมันเถอะ

ถ้าอยากมีชีวิตที่มีความสุขอย่าไปคิดอะไรมากเลย อดีตที่ผ่านมาแล้วก็เป็นประสบการณ์ให้เราได้เรียนรู้ อย่าไปเสียเวลาคิดถึงเรื่องราวที่มันผ่านไปแล้ว ช่างมันเถอะ อย่าไปกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงที่ไม่มีอะไรแน่นอน ทำทุกนาที ทุกโมเม้นในปัจจุบันให้มีความสุข และ ทำให้เต็มที่ๆสุด สร้างแต่เหตุในปัจจุบันให้เต็มที่ ผลจะเป็นอย่างไรก็ช่าง เราได้ทำเต็มที่แล้ว ใครจะคิดกับเรายังไง พูดยังไง ก็ให้ช่างเขาเถอะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป อย่าไปเสียเวลาสนใจ มันเสียเวลา ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เห็นโลกตามความเป็นจริง ว่าโลกมันก็เป็นเช่นนี้เอง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ตามไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาด้วยความบังเอิญ เพระฉนั้นจบที่เรา หยุดที่เรา ให้อภัยทาน ใจเราก็จะเบาสบายและก้าวเดินต่อไปได้ #เผยแพร่เป็นธรรมทานให้กำลังใจกัน #แสงเทียนส่องธรรม

วัดอยู่ที่ไหนหรือ ?

” วัดอยู่ที่ไหนหรือ ? ” .. ” วัดอยู่ทั่วไป มหาบพิตร ” . ครั้งพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร กับในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้พบสนทนาธรรมกันที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ หลวงปู่ก็ถามในหลวงของเราว่า .. ” ดูก่อน มหาบพิตร มาวัดบ่อยไหม ” ? ในหลวงก็ตอบว่า .. “ไม่ใคร่บ่อยนักเนื่องจากมีราชการงานมาก” หลวงปู่ : ถ้ามหาบพิตรมาวัด…