มีเด็กชายคนนึงอยากเลี้ยงปลาทองเขาขอร้องให้พ่อซื้อให้
พ่อก็ซื้อให้ตามที่ลูกชายร้องขอเด็กชายดีใจเฝ้าดูแล
เอาใจใส่เล่นกับปลาทองทุกวัน
เมื่อเวลาผ่านไป เด็กชายเริ่มเบื่อและเจอสิ่งอื่นที่น่าสนใจกว่า
เขาทิ้งปลาทองไว้ในตู้ เขาไม่เล่นกับปลาทองเหมือนเช่นเคย
ทว่า ทุกครั้งที่ปลาทองเห็นหน้าเด็กชาย ปลาทองมักจะกระโดดขึ้นผิวน้ำไปมาด้วยความดีใจ
หวังเพื่อให้เด็กชายหันมาสนใจ แต่กลับไม่มีวี่แววของเด็กชาย
วันนึง เมื่อเด็กชายสังเกตุเห็นว่า ปลาทองของเขาเงียบผิดปกติ
เขาจึงลองเคาะตู้กระจกใสหวังเพื่อเรียกปลาทองตัวน้อย ทว่า ปลาทองได้จากไปเสียแล้ว
เด็กชายเสียใจและเสียดายว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาปล่อยปะละเลยบางสิ่ง
กว่าจะรู้ตัวก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว
บางครั้ง คนเรามักจะมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด และเลือกที่จะให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ไกลตัว
จนเมื่อถึงวันหนึ่ง สิ่งที่เราคิดว่า “มันยังคงอยู่ตรงนี้ ” มันอาจจะไม่มีอยู่อีกแล้วก็ได้
ชีวิตคนเรามันไม่อาจคาดเดาได้ทุกสิ่ง จงรักษาสิ่งที่สำคัญที่สุดเอาไว้ให้ดี ๆ
อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป จนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก แล้วมาเสียใจภายหลัง
อย่าให้มีคำพูดที่ว่า ” ถ้ารู้อย่างนี้ .. ” เลย วันนี้ พรุ่งนี้ อาจจะไม่มีแล้วก็ได
กว่าจะรู้ตัวคิดได้ ทุกอย่างอาจสายเกินไป
ขอบคุณแหล่งที่มา storylog
