In Thailand

บะจ่างมรณะ! กินไป 2 ลูก อาเจียนเป็นเลือด เสียเลือดเกือบ 2 ลิตร หมอเผยสาเหตุ

บะจ่างมรณะ! กินไป 2 ลูก อาเจียนเป็นเลือด เสียเลือดเกือบ 2 ลิตร หมอเผยสาเหตุ
Written by Thailand News


บะจ่างมรณะ! กินไป 2 ลูก อาเจียนเป็นเลือด เสียเลือดเกือบ 2 ลิตร หมอเผยสาเหตุเส้นเลือดอวัยวะภายในแตก

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ เทศกาลไหว้บะจ่าง (เทศกาลเรือมังกร) ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติ แต่หลายบ้านก็ยังคงนำบะจ่างที่เหลือมาอุ่นรับประทานกันอยู่ ทว่าเมนูแบบดั้งเดิมนี้อาจแฝงอันตรายถึงชีวิตสำหรับคนบางกลุ่ม

เช่นเดียวกับเคสสุดระทึกที่เกิดขึ้นที่เมืองไห่นิ่ง มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน เมื่อชายผู้ป่วยโรคตับแข็งรายหนึ่ง ทานบะจ่างเนื้อเข้าไป 2 ลูก จนเป็นเหตุให้เกิดอาการเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบนอย่างรุนแรง อาเจียนเป็นเลือดพุ่ง และช็อกหมดสติเนื่องจากเสียเลือดไปเกือบ 2,000 มิลลิลิตร โชคดีที่แพทย์ช่วยชีวิตไว้ได้ทันท่วงที

สื่อท้องถิ่นจีนรายงานว่า โรงพยาบาลไห่นิ่งคังหัว (Haining Kanghua Hospital) ได้รับตัวคนไข้รายนี้อย่างเร่งด่วนในตอนเช้าตรู่ โดย หลี่ จินหลิ่ว (Li Jinliu) ผู้อำนวยการแผนกโรคระบบทางเดินอาหาร เปิดเผยว่า ก่อนมาถึงโรงพยาบาล คนไข้ได้อาเจียนออกมาเป็นเลือดสดๆ แล้วถึง 2 ครั้ง อาการวิกฤตมาก ทางโรงพยาบาลจึงรีบเปิดช่องทางด่วนเพื่อการช่วยชีวิตทันที แต่ในระหว่างที่ทีมแพทย์กำลังเตรียมการรักษา คนไข้กลับอาเจียนเป็นเลือดก้อนโตออกมาอีกระลอกใหญ่มากกว่า 500 มิลลิลิตร จนมีลิ่มเลือดนองเต็มพื้นที่อย่างน่าสะเทือนใจ

เสียเลือดเกือบ 2 ลิตร 

ทีมแพทย์เปิดเผยว่า ในระหว่างการยื้อชีวิต คนไข้ยังคงอาเจียนเป็นเลือดอีก 2 ครั้ง จนกระทั่งช็อกจากการสูญเสียเลือดมากเกินไป แพทย์ต้องรีบทำการให้เลือดและรักษาอย่างเร่งด่วนจนอาการเริ่มคงที่ โดยผลตรวจเลือดในวันถัดมาพบว่า ระดับฮีโมโกลบิน (ความเข้มข้นของเลือด) ของคนไข้เหลือเพียง 56 g/L ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ปกติของผู้ชายทั่วไปที่ต้องอยู่มากกว่า 130 g/L เข้าขั้นภาวะโลหิตจางรุนแรงจากการเสียเลือด

คุณหมอหลี่ประเมินว่า คนไข้รายนี้เสียเลือดไปรวมแล้วเกือบ 2,000 มิลลิลิตร ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกาย โดยปกติแล้ว มนุษย์เราหากเสียเลือดเกิน 400 มิลลิลิตรในครั้งเดียว ก็จะเริ่มมีอาการหน้ามืด ใจสั่น และความดันโลหิตลดลงแล้ว เคสนี้หากส่งโรงพยาบาลช้ากว่านี้เพียงนิดเดียว ผลลัพธ์คงเกินจะคาดเดา

ทำไม “บะจ่าง” ถึงกลายเป็นชนวนเหตุทำเส้นเลือดแตก?

คุณหมออธิบายว่า ต้นตอของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบะจ่างโดยตรง แต่เป็นเพราะ คนไข้มีโรคประจำตัวคือ โรคตับแข็ง และโรคความดันในระบบหลอดเลือดดำพอร์ทัลสูง (Portal Hypertension) ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีเส้นเลือดดำบริเวณหลอดอาหารและกระเพาะอาหารส่วนบนที่ขยายใหญ่ ผิดรูป และเปราะบางมากเนื่องจากแรงดันที่สูง หากมีอะไรไปกระตุ้นเพียงนิดเดียว เส้นเลือดก็พร้อมจะแตกได้ทันที

แพทย์ได้วิเคราะห์กลไกการเกิดอาการไว้ 2 ปัจจัยหลัก:

  1. ข้าวเหนียวย่อยยากและเสียดสี: ข้าวเหนียวในบะจ่างมีความเหนียวสูงและย่อยยาก จึงต้องใช้เวลาอยู่ในกระเพาะอาหารนานกว่าปกติ และไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งกรดในกระเพาะออกมาเป็นจำนวนมาก กรดที่รุนแรงบวกกับเนื้อข้าวเหนียวที่เข้าไปเสียดสีซ้ำๆ จึงทำให้เส้นเลือดดำที่เปราะบางอยู่แล้วฉีกขาด

  2. กลไกการแข็งตัวของเลือดบกพร่อง: ผู้ป่วยโรคตับทั่วไปมักจะมีระบบการแข็งตัวของเลือดที่ย่ำแย่อยู่แล้ว เมื่อเส้นเลือดแตก ร่างกายจึงไม่สามารถห้ามเลือดได้เองตามธรรมชาติ จนลุกลามกลายเป็นการตกเลือดครั้งใหญ่

คำเตือนจากแพทย์

คุณหมอหลี่ได้ฝากเตือนทิ้งท้ายว่า ผู้ป่วยที่เป็น โรคตับแข็ง, มีภาวะเส้นเลือดโป่งพองในหลอดอาหาร หรือผู้ที่มีโรคกระเพาะรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทข้าวเหนียวในปริมาณมากเกินไปในครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นบะจ่าง, โมจิ หรือขนมเข่ง เพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร

ทั้งนี้ หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการอาเจียนเป็นเลือด, ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ, หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ หรือเริ่มหมดสติ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อไม่ให้พลาดช่วงเวลาทอง (Golden Hour) ในการช่วยชีวิตครับ



Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »