In Thailand

ต้มไข่ยังไงไม่ให้แตก? เผยวิธีง่ายๆ แค่เพิ่มขั้นตอนนิด ไม่มีปริ แถมปอกง่าย ออกมาเนียนสวย!

ต้มไข่ยังไงไม่ให้แตก? เผยวิธีง่ายๆ แค่เพิ่มขั้นตอนนิด ไม่มีปริ แถมปอกง่าย ออกมาเนียนสวย!
Written by Thailand News


ต้มไข่ยังไงไม่ให้แตก เคล็ดลับง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม เพิ่มขั้นตอนนิด แต่ไข่ออกมาเนียน เปลือกไม่มีปริ แถมปอกง่าย!

ไข่ต้มเป็นเมนูพื้นฐานที่ทำง่าย กินได้หลายมื้อ ทั้งมื้อเช้า มื้อกลางวัน อาหารว่าง หรือใส่ในสลัด แต่ปัญหาที่หลายคนเจอบ่อยคือ เปลือกไข่แตกขณะต้ม ทำให้ไข่ขาวไหลออกมา หน้าตาไม่น่ากิน และบางครั้งน้ำซึมเข้าไปกระทบรสชาติของไข่ด้วย

 

BBC Good Food แนะนำว่า หนึ่งในขั้นตอนช่วยลดโอกาสไข่แตก คือไม่ควรนำไข่ที่เย็นจัดจากตู้เย็นลงน้ำร้อนทันที เพราะการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็วอาจทำให้เปลือกไข่แตกร้าวได้ง่ายขึ้น เคล็ดลับง่ายๆ คือวางไข่ไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนนำไปต้ม

ทำไมไข่ถึงแตกตอนต้ม?

แม้การต้มไข่จะดูเป็นเรื่องง่าย แต่ความจริงแล้วต้องอาศัยทั้งอุณหภูมิและเวลา โดยเฉพาะถ้าไข่เพิ่งออกจากตู้เย็นแล้วถูกหย่อนลงในน้ำเดือดทันที เปลือกไข่อาจรับแรงเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิไม่ทันจนเกิดรอยแตก

นอกจากนี้ การปล่อยไข่ลงหม้อแรงเกินไป หรือให้น้ำเดือดพล่านจนไข่กระแทกกันในหม้อ ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เปลือกแตกได้เช่นกัน

เคล็ดลับต้มไข่ไม่ให้แตก

ก่อนต้มไข่ ลองเพิ่มขั้นตอนเล็กๆ เหล่านี้ จะช่วยให้ไข่ต้มออกมาสวยขึ้น และลดปัญหาไข่ขาวไหลออกมาระหว่างต้มได้

  • นำไข่ออกจากตู้เย็นมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนต้ม
  • หากมีอุปกรณ์เจาะไข่หรือเข็มสะอาด สามารถเจาะรูเล็กๆ บนเปลือกไข่ก่อนต้ม เพื่อลดแรงดันภายในไข่
  • ใช้ช้อนค่อยๆ หย่อนไข่ลงในน้ำ ไม่ควรปล่อยไข่ลงหม้อโดยตรง
  • เมื่อนำไข่ลงหม้อแล้ว ควรลดไฟลงให้เดือดอ่อนๆ ไม่ปล่อยให้น้ำเดือดแรงจนไข่กระแทกกัน

วิธีต้มไข่ให้ได้ระดับความสุกตามชอบ

การต้มไข่ให้ได้เนื้อสัมผัสพอดีขึ้นอยู่กับเวลาเป็นสำคัญ โดยเฉพาะไข่ขนาดใหญ่ หากต้องการผลลัพธ์ใกล้เคียงกันทุกครั้ง ควรเริ่มจับเวลาหลังจากวางไข่ลงในน้ำเดือดและลดไฟลงแล้ว

  • 5 นาที: ไข่ขาวเริ่มจับตัวแต่ยังไม่แข็งเต็มที่ ไข่แดงยังเหลว เหมาะสำหรับจิ้มขนมปัง
  • 6 นาที: ไข่แดงยังเหลวอยู่ ส่วนไข่ขาวเริ่มเซตตัวแต่ยังนุ่ม
  • 7 นาที: ไข่แดงเกือบสุก แต่ยังมีความหนึบและน่ากิน
  • 8 นาที: ไข่แดงเนื้อนุ่มคล้ายแยม เหมาะสำหรับเมนูที่ต้องการไข่แดงกึ่งสุก
  • 10 นาที: ไข่ต้มสุกแบบดั้งเดิม ไข่แดงบดได้ แต่ไม่ควรแห้งเกินไป

ขั้นตอนต้มไข่แบบง่ายๆ

  1. เติมน้ำลงในหม้อให้พอท่วมไข่ แล้วนำไปต้มจนเดือด
  2. เตรียมไข่ไว้ที่อุณหภูมิห้อง หากเพิ่งนำออกจากตู้เย็นควรวางพักไว้ก่อน
  3. ใช้ช้อนค่อยๆ หย่อนไข่ลงในน้ำเดือดอย่างเบามือ
  4. ลดไฟลงให้เหลือเดือดอ่อนๆ แล้วเริ่มจับเวลาตามระดับความสุกที่ต้องการ
  5. เมื่อครบเวลา ตักไข่ขึ้นและนำไปแช่น้ำเย็น เพื่อหยุดความร้อนและช่วยให้ปอกง่ายขึ้น

ทริกเล็กๆ ต้มไข่ให้ปอกเปลือกง่าย

  • ใช้ไข่ที่ไม่สดจัดเกินไป: ไข่ที่เพิ่งซื้อใหม่มากๆ มักปอกยากกว่าไข่ที่เก็บไว้สักระยะ เพราะเยื่อหุ้มด้านในยังเกาะกับไข่ขาวแน่น
  • ใส่ไข่ลงในน้ำที่เดือดแล้ว: การเริ่มต้มจากน้ำเดือดช่วยให้ไข่ขาวเซตตัวเร็ว ลดโอกาสที่เยื่อหุ้มจะติดแน่นกับเนื้อไข่
  • ลดไฟหลังใส่ไข่: เมื่อนำไข่ลงหม้อแล้วควรลดไฟให้เดือดอ่อนๆ เพื่อไม่ให้ไข่กระแทกกันจนแตก
  • แช่น้ำเย็นทันทีหลังต้ม: เมื่อต้มครบเวลา ให้ตักไข่ลงแช่น้ำเย็นหรือน้ำผสมน้ำแข็งทันที ความเย็นจะช่วยให้ไข่หดตัวเล็กน้อย ทำให้เปลือกแยกจากไข่ขาวได้ง่ายขึ้น
  • เคาะเปลือกให้ร้าวทั่วฟองก่อนปอก: กลิ้งไข่เบาๆ บนพื้นผิวเรียบให้เปลือกร้าวทั่ว แล้วเริ่มปอกจากด้านป้านของไข่ เพราะมักมีช่องอากาศอยู่ตรงนั้น
  • ปอกใต้น้ำไหลหรือในชามน้ำ: น้ำจะช่วยแทรกเข้าไประหว่างเปลือกกับไข่ขาว ทำให้ลอกเปลือกออกง่ายขึ้นและเนื้อไข่ไม่เป็นแผลมาก

สรุปง่ายๆ: ถ้าอยากให้ไข่ต้มปอกง่าย ให้ใช้ไข่ที่ไม่สดจัด ใส่ลงในน้ำเดือดอย่างเบามือ ต้มครบเวลาแล้วรีบแช่น้ำเย็น จากนั้นเคาะเปลือกให้ร้าวทั่วฟองและปอกจากด้านป้าน จะช่วยให้เปลือกหลุดง่ายขึ้นมาก

ดังนั้นต้มไข่ไม่ให้แตก ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนลงหม้อ

เคล็ดลับต้มไข่ไม่ให้แตกไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แค่ไม่ใช้ไข่ที่เย็นจัดเกินไป ค่อยๆ หย่อนไข่ลงหม้อด้วยช้อน และควบคุมไฟไม่ให้น้ำเดือดแรงเกินไป ก็ช่วยให้ไข่ต้มออกมาสวย น่ากิน และได้ระดับความสุกตามต้องการมากขึ้น

สำหรับคนที่ต้มไข่เป็นประจำ การจับเวลาให้แม่นยำและเตรียมไข่ให้ถูกวิธีตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาไข่แตก ไข่ขาวไหล และทำให้เมนูง่ายๆ อย่างไข่ต้มอร่อยขึ้นกว่าเดิม

 



Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »