In Thailand

วิจารณ์เดือด เมียถูกผัวทำร้าย-ฉีกเสื้อผ้า โดดเกาะรถไม่ให้หนี แต่สุดท้ายเมียโดนคุก 11 ปี

วิจารณ์เดือด เมียถูกผัวทำร้าย-ฉีกเสื้อผ้า โดดเกาะรถไม่ให้หนี แต่สุดท้ายเมียโดนคุก 11 ปี
Written by Thailand News


          เมียโดนคุก 11 ปี แม้โดนผัวถือมีดทำร้าย-ฉีกทึ้งเสื้อผ้า พบโดดเกาะรถเมียตอนกำลังหนีตาย สุดท้ายรถชนจนตายเอง สังคมวิจารณ์เดือด เหยื่อเป็นฝ่ายโดนคดี



วิจารณ์เดือด เมียถูกผัวทำร้าย
ภาพจาก 华商报

          วันที่ 4 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์เซาธ์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ รายงานคดีซึ่งเป็นประเด็นวิจารณ์เดือดในสังคมจีน เมื่อหญิงรายหนึ่งที่ถูกสามีทำร้าย ถูกศาลสั่งจำคุก 11 ปี ฐานฆาตกรรมโดยเจตนา หลังจากที่เธอพยายามหนีตายจากสามีในช่วงนาทีฉุกเฉิน แต่อีกฝ่ายยังตามมาหยุดจนสุดท้ายเป็นฝ่ายตายเอง

          รายงานเผยว่า หญิงนามสกุลเชา จากมณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือของจีน ได้พบกับชายนามสกุลหลิว เมื่อปี 2558 ผ่านการแนะนำจากครอบครัว หลังจากคบหากันได้ 2 ปี ทั้งคู่ก็แต่งงานกันในปี 2560 และมีลูกชายด้วยกัน 1 คน

วิจารณ์เดือด เมียถูกผัวทำร้าย
ภาพจาก 华商报

          อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2564
หลิวกลายเป็นคนอารมณ์ร้อนและมักจะทะเลาะกับภรรยาบ่อยครั้ง
โดยในครั้งหนึ่งตอนที่ทั้งคู่โต้เถียงกัน เหตุเพราะหลิวไม่ยอมล้างเท้า
เขาถึงกับลงมือตบภรรยาจนแก้วหูฉีก ทำให้เธอสูญเสียการได้ยินชั่วคราว

          พ่อของฝ่ายหญิงเผยว่า ลูกเขยมาคุกเข่าขอโทษหลังจากนั้น ขณะที่ลูกสาวของเขาไม่ได้แจ้งความ เพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบถึงลูก

         
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าคู่สามีภรรยามีเรื่องทะเลาะกันบ่อยมากในช่วง 2-3
ปีที่ผ่านมา ซึ่งบางครั้งหลิวจะลงมือทุบตีภรรยา
เขายังมักจะคอยตามภรรยาไปจนถึงร้านขายเสื้อผ้าที่เธอทำงานอยู่
เพื่อจับตาดูเธอ แถมบางครั้งยังทะเลาะกับเธอระหว่างเวลางานด้วย
 
         
มีบันทึกของตำรวจเผยว่า
เชาได้แจ้งความเรื่องความรุนแรงในครอบครัวไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567
แต่คดียุติลงไปเนื่องจากไม่พบหลักฐานการทำร้ายร่างกาย

วิจารณ์เดือด เมียถูกผัวทำร้าย
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

         
ความขัดแย้งของทั้งคู่ดำเนินมาจนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2567
หลิวสงสัยว่าภรรยาแอบไปกินมื้อเย็นกับผู้ชายคนอื่น (ผลการสืบสวนต่อมา
ยืนยันว่าวันนั้นเชาไปเจอเพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น)
จึงเกิดอาการหึงหวงหนัก เขาเจอตัวเธออยู่ใกล้ ๆ อพาร์ตเมนต์ของทั้งคู่
จึงเข้าไปทำร้ายเธอพร้อมใช้มีดข่มขู่ หลิวยังพูดจาดูหมิ่นเธอด้วย
และสถานการณ์ก็ยิ่งร้ายแรงขึ้น
เมื่อหลิวจับภรรยาลาไปและฉีกเสื้อผ้าของเธอออก

 
         
เชา ยอมรับว่าเธอกลัวมากและอยากหนี ดังนั้นตอนที่สามีหยุดพักเพื่อสูบบุหรี่
เธอจึงรีบกระโดดขึ้นรถและพยายามจะขับหนีไป
แต่หลิวยังตามมาเกาะฝากระโปรงหน้ารถ เธอจึงขับออกไปทั้ง ๆ
อย่างนั้นและพยายามจะสลัดตัวเขาออก แต่แล้วเพียง 1 นาที
รถของทั้งคู่ก็พุ่งเข้าชนแปลงดอกไม้

         
เหตุการณ์นั้นทำให้ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ เชากระดูกหักและบาดเจ็บภายใน
ขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ขณะที่หลิว ผู้เป็นสามี
อวัยวะภายในฉีกขาดหลายแห่ง ทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
 

วิจารณ์เดือด เมียถูกผัวทำร้าย
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล


         
ทั้งนี้ ในการตัดสินคดีเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568
ศาลในประเทศจีนลงความเห็นว่าเชามีความผิดจริง ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
และตัดสินให้เธอรับโทษจำคุก 11 ปี โดยให้เหตุผลว่า
เชารู้ว่าสามีเกาะฝากระโปรงหน้ารถอยู๋ แต่ยังขับต่อไปด้วยความเร็วสูง
ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว การที่เธอไม่สนใจความปลอดภัยของหลิว
นำมาสู่ผลลัพธ์ที่ร้ายแรงถึงชีวิต

   
          ศาลชี้ว่า เชาไม่ได้ถูกหลิวโจมตีใส่ตรง ๆ ขณะขับรถ ภัยคุกคามจากเขาจึงไม่ชัดเจน เป็นสาเหตุให้ตัดเรื่องการป้องกันตัวออกไป

         
อย่างไรก็ตาม เชากับครอบครัวของเธอยื่นอุทธรณ์
พร้อมโต้แย้งว่าเธอไม่ได้มีเจตนาฆ่าสามี และทำไปเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น
มันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เธอต้องหลบหนีจากการถูกทำร้ายในครอบครัว

         
แม่ของเชา
ยังจะร้องขอให้แพทย์นิติเวชตรวจสอบการบาดเจ็บของลูกสาวเพิ่มเติมด้วย
เพราะเชื่อว่าการบาดเจ็บที่บางอวัยวะของลูกสาว เช่น ตับที่เสียหาย
อาจเกิดจากการถูกทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่รถชน
 
          “ลูกสาวฉันถูกถอดเสื้อผ้าและทุบตีในที่สาธารณะ ถ้าเธอไม่หนี เธอาจจะถูกฆ่า เธอเป็นเหยื่อต่างหาก ไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ” แม่ของเชา กล่าว

         
ทางด้านพ่อแม่ของหลิว ยืนยันว่าสะใภ้ควรได้รับโทษประหารชีวิต
โดยพ่อของหลิว ยอมรับว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู๋เลวร้ายมาก
และมักจะทะเลาะกันเพราะฝ่ายหญิงเอาแต่วิจารณ์หลิว
เกี่ยวกับเรื่องสุขอนามัยและรายได้ต่ำ

         
คดีดังกล่าวกลายมาเป็นที่สนใจและนำมาสู่การถกเถียงดุเดือดในสังคม
โดยมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและเข้าข้างฝ่ายหญิง โดยมีคอมเมนต์ เช่น

          “เชารู้ว่าหลิวเกาะรถอยู่ แต่ยังขับรถออกไป ในทางกฎหมายก็ถือเป็นการฆาตกรมโดยเจตนาทางอ้อม”


          “โทษจำคุก 11 ปีนั้นรุนแรงเกินไปสำหรับเธอ ถ้าหากเป็นแบบนี้ แล้วเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวที่ไหนจะกล้าออกมาปกป้องตัวเอง”

         
“ใครก็ตามที่เผชิญความรุนแรงในครอบครัว ควรรวบรวมหลักฐานอย่างใจเย็น
จากนั้นก็มองหาความช่วยเหลือจากตำรวจ และองค์กรช่วยเหลือในเวลาที่เหมาะสม”

ขอบคุณข้อมูลจาก SCMP





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »