แอชตัน อโศก เปิด 3 แนวทางแก้ไขปัญหาหลังถูกเพิกถอนใบอนุญาต
ยันไม่ต้องทุบตึก ด้านตึกแถวด้านหลัง ยัน ไม่ขายเปิดทางเป็นทางออก
เพราะรวยอยู่แล้ว
ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) ส่งหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
(ตลท.) ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหลังถูกเพิกถอนใบอนุญาต ดังนี้
โครงการแอชตัน อโศก มีมูลค่ารวม 6,481 ล้านบาท มีจำนวนยูนิต 783 ยูนิต
โดยยูนิตที่โอนไปแล้วมี 668 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 5,653 ล้านบาท หรือ 87%
ซึ่งการดำเนินงานของบริษัทยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
บริษัทยังมีความสามารถในการชำระหนี้ตามตราสารหนี้ และภาระผูกพันต่าง
ๆ ที่มีผลผูกพันกับบริษัทได้ สามารถดำเนินการทางการเงินต่าง ๆ ได้ตามปกติ
ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหา
1. ตอนนี้บริษัทได้รวบรวมความเสียหาย แนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อติดต่อเจรจากับภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ส่วนมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้น อยู่ระหว่างการประเมินร่วมกับผู้สอบบัญชีบริษัทและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาตั้งสำรองในไตรมาส 2 ปี 2566
2. แม้ศาลปกครองสูงสุดจะเพิกถอนใบอนุญาต แต่ความเสียหายนี้ยังแก้ไขได้ สอดคล้องกับแนวทางที่ผู้แทนหน่วยงานรัฐเสนอตามที่เป็นข่าว ไม่จำเป็นต้องรื้อถอนอาคาร จากนี้จะมีการนัดพบหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ภายใน 14 วัน
3. บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการประชุมหารือร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการอนุมัติหรือแก้ไขความเสียหาย ซึ่งจะทำควบคู่กับแนวทางอื่นที่มีอยู่หลายแนวทาง
ตึกแถว ไม่ขายที่เปิดทางให้แอชตัน อโศก บอกรวยแล้ว
ข่าวช่องวัน รายงานว่า ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวที่อยู่ด้านหลังแอชตัน อโศก เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ในการกว้านซื้อที่ตึกแถว เพื่อเปิดเป็นทางจอดรถให้กว้างถึง 18 เมตร ตามกฎหมาย ว่าเป็นไปได้ยากที่เจ้าของตึกจะขาย เพราะทุกคนล้วนมีฐานะดี ตั้งแต่มีการก่อสร้างคอนโดก็สร้างความเดือดร้อนกับชาวบ้านมาก มีทั้งเศษหิน เศษปูน และชิ้นส่วนก่อสร้าง ตกลงมาใส่บ้านเรือน ทำให้ทุกคนต้องนอนหวาดผวา ร้องเรียนไปสำนักงานเขตวัฒนาก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ และชาวบ้านที่อยู่ตรงนี้ก็อาศัยหรือทำธุรกิจมานาน 20-30 ปี คงไม่ย้ายออกง่าย ๆ
ส่วนราคาประเมินตึกแถวย่านนี้อยู่ที่ราว 250 ล้านบาท ถ้าต้องการซื้อก็ต้องกว้านซื้อไม่ต่ำกว่า 16 คูหา หรือไม่ต่ำกว่า 4 พันล้านบาทแน่นอน ซึ่งใกล้เคียงกับมูลค่าโครงการ 6.4 พันล้านบาท ดังนั้นจึงแนะนำให้หาทางออกอื่นจะดีกว่า เช่น คุยกับ รฟม. หรือซื้อที่ดินบางส่วนจากศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว, ข่าวช่องวัน
