สาวคนถ่ายคลิปแก๊งวัยรุ่นอิตาลี แจ้งความแล้ว ไม่จบแม้สถานทูตขอโทษ ชี้ไม่ได้เอ่ยชื่อด้วยซ้ำว่าขอโทษใคร แต่ไม่สนับสนุนการล่าแม่มด
จากกรณีดราม่ากลุ่มวัยรุ่นอิตาลี เสียงดังบนบีทีเอส ก่อนด่าและทำพฤติกรรมหยาบคายใส่สาวไทยที่เข้าไปตักเตือน ดังที่ปรากฏเป็นกระแสข่าวบนโซเชียลในขณะนี้
ล่าสุด (25 กรกฎาคม 2569) ทางสาวคนถ่ายคลิปได้เข้าแจ้งความกับทางตำรวจแล้ว โดยมีการโพสต์ภาพขณะอยู่ในสถานีตำรวจ พร้อมระบุว่า “รบกวนหน่อยพี่ ๆ คนไทย ที่พอจะรู้ภาษาอิตาลีที่เขาพูดในคลิป รบกวนช่วยแปลเป็นภาษาไทย รวมถึงแจ้งระยะเวลาในคลิปที่เขาด่าเราเป็นภาษาอิตาลีให้เราหน่อยได้ไหมคะ พอดีพี่ตำรวจเขาต้องเอาคำภาษาอิตาลีไปทำสำนวนค่ะ” โดยพบว่าในขั้นตอนการแจ้งความ ต้องระบุเป็นนาทีเลยว่าคำไหนพูดตอนไหน
ต่อมามีรายงานข่าวว่า คุณซูกัส สาววัย 25 ปี คนถ่ายคลิปได้เข้าแจ้งความเอาผิดคู่กรณีที่ สน.สำเหร่ เอาผิดหมิ่นประมาทซึ่งหน้า-อนาจาร พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า นักเรียนเหล่านี้ เสียงดังมาตั้งแต่อยู่บนชานชาลา ก่อนจะเข้าขบวนรถไฟฟ้าแล้ว เมื่อเข้าไปขบวนรถก็ยังเสียงดังอีก ตัวเองทนมาสักระยะแล้วจึงตัดสินใจตักเตือน ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้จะคุยกันเบาลง แต่ไม่เป็นเช่นนั้น
อยากให้ลองนึกภาพว่า วัยรุ่น 20-30 คน พูดเสียงดังพร้อมกันในขบวนรถไฟฟ้าซึ่งเป็นพื้นที่แคบ ๆ จะเสียงดังขนาดไหน หลังจากนั้นเด็กนักเรียนกลุ่มนี้ ก็ได้พูดคำหนึ่งคำพร้อมกัน เป็นภาษาอิตาลี ซึ่งมันเป็นคำหยาบแน่นอน เพราะหลังจากพูดคำนี้เสร็จ ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะเย้ย ชอบใจที่ได้ด่าคนไทย
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ผู้ใหญ่ที่มากับเด็กนักเรียนกลุ่มนี้กลับนิ่งเฉย ไม่ได้ห้ามปราม แถมยังพูดอีกว่า เด็กนักเรียนมาเยอะขนาดนี้ จะให้เงียบได้ยังไง รวมถึงบอกว่า ‘ฉันเอาเงินมาให้ประเทศของคุณ ยังจะมีปัญหาอีกเหรอ’ ซึ่งเป็นคำพูดที่ไร้มารยาทมาก ๆ
จากนั้นผู้หญิงคนนี้ยังพูดหยาบใส่ว่า ฟักยู ซึ่งเมื่อผู้ใหญ่ไม่ห้ามเด็ก ทำให้เด็กกลุ่มนี้ยิ่งได้ใจ และมีพฤติกรรมตามที่ปรากฏในคลิป
เธอมองว่า คนเราจะไปเที่ยวประเทศไหนก็ตาม ควรให้เกียรติคนอื่น ๆ ไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่นในพื้นที่สาธารณะเช่นนี้ เรื่องแบบนี้คนไทยควรที่จะรักษาสิทธิของตัวเองบ้าง และอยากตั้งคำถามไปยังบีทีเอส ว่าควรมีการจัดการกับกลุ่มคนที่มากันจำนวนมาก จะทำอย่างไรให้ไม่ไปกระทบกับผู้โดยสารคนอื่น
ทั้งนี้ เธอมองว่าพฤติกรรมของเด็กนักเรียนกลุ่มนี้ เข้าข่ายความผิดข้อหาหมิ่นประมาทซึ่งหน้า และกระทำอนาจาร อย่างไรก็ตาม ก็ต้องปรึกษากับตำรวจอีกครั้ง
สำหรับกระแสโจมตีของสังคมต่อวัยรุ่นกลุ่มนี้ คุณซูกัสมองว่า ไม่ควรมีใครเจอการล่าแม่มด ถ้าทำตัวดีแต่แรก แต่ถ้าเด็กนักเรียนกลุ่มนี้ไม่ได้รับการสั่งสอนมา สังคมก็จะสั่งสอนพวกเขาเอง
ส่วนเรื่องที่สถานทูตอิตาลีออกมาขอโทษ เธอมองว่า มันเป็นการขอโทษเพราะความจำเป็น ในเอกสารการขอโทษ มันไม่ได้กล่าวถึงชื่อเธอด้วยซ้ำ แต่โดยส่วนตัว ก็ไม่ได้อยากให้คนไปตามล่าตัวเด็กนักเรียนกลุ่มนี้ เพราะมันจะไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของเมืองไทยด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
