หนุ่ม กรรชัย ตอบปมข่าวลือ ครูไพบูลย์จ่อฟ้อง ลั่น จะฟ้องก็ไม่เป็นปัญหา เป็นสิทธิ์ของเขา ยันไม่ได้หมิ่นอะไร ไม่รู้จะฟ้องตรงไหน แต่ถ้าไม่เป็นอย่างที่กล่าวอ้างก็ขอรักษาสิทธิ์บ้าง แนะครูไพบูลย์ เบาได้ก็เบา สิ่งที่ต้องนึกถึงตอนนี้คือลูก
เรียกได้ว่าเป็นมหากาพย์ดราม่าของวงการลูกทุ่งอินดี้จริง ๆ สำหรับ ครูไพบูลย์ แสงเดือน ที่ฟ้องอดีตภรรยา เอ๋ มิรา ฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ซึ่งทางด้าน เอ๋ มิรา ก็ฟ้องกลับในข้อหาพรากผู้เยาว์ และเตรียมฟ้องแบ่งสินสมรส 20 ล้านบาท
อ่านข่าว : เอ๋ มิรา จัดหนัก ! เดินหน้าฟ้อง ครูไพบูลย์ ฟันเพิ่มจ่อแบ่งสินสมรส 20 ล้าน !
ล่าสุด (6 ตุลาคม 2564) เอ๋ มิรา ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มิรา ชลวิรัลวานิศร์ ระบุว่าตนเองและทนายจะเดินทางไปออกรายการโหนกระแส
นอกจากนี้ เอ๋ มิรา ก็ได้แชร์ข่าวจากเฟซบุ๊ก คนลูกทุ่ง ซึ่งมีการระบุว่างานนี้ ทางฝ่ายครูไพบูลย์ อาจจะฟ้องบริษัทดีวันดีคืน
บริษัทที่ผลิตรายการโหนกระแส และหนุ่ม กรรชัย ผู้ดำเนินรายการอีกด้วย
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนออกมา
ทั้งนี้ในรายการโหนกระแส หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้ดำเนินรายการ
ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35
น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 ได้สัมภาษณ์ เอ๋ มิรา และ ทนายเก่ง นฤบดินทรา
ศรีศิวารา
เกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวที่ยังต้องหาข้อสรุปว่าจะไปจบที่ตรงไหน
วันนี้ดูสีหน้าแววตา ไม่เหมือนครั้งก่อน ดูซึมเศร้า หมองเศร้า ?
เอ๋ : เครียดเรื่องฟ้องค่ะ นอนไม่หลับเลยค่ะ เขาฟ้องเรียกค่าเสียหาย 1 ล้าน
หมายศาลมาถึงแล้วค่ะ เขาบอกว่าเราไปหมิ่นประมาทแฟนใหม่เขา คือกระต่าย
พรรณนิภา และมีวิดีโอที่หนูมารายการโหนกระแส
ฟ้องจากเรื่องหนูมารายการโหนกระแส หนูเลยส่งให้ อ.ประจักษ์ชัย ดู
อาจารย์บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวจะดูแลให้
ช่วงเช้ามีข่าวว่าครูไพบูลย์จะฟ้องผมด้วย
ผมเองไม่ได้มีปัญหาถ้าครูไพบูลย์จะฟ้อง เป็นสิทธิ์ของครูไพบูลย์
ถ้าไปฟ้องก็ต้องไปรักษาสิทธิ์ ต้องมีการขึ้นศาล
ถ้าสุดท้ายออกมาแล้วไม่เป็นอย่างที่ครูไพบูลย์กล่าวอ้าง
ผมก็จำเป็นต้องรักษาสิทธิ์ด้วยเหมือนกัน แต่จริง ๆ อยู่วงการเดียวกัน
เรื่องฟ้องกลับก็ต้องไปพิจารณา เพราะเราเจอกันอยู่แล้ว
วันนั้นเราต่อสายหาครูไพบูลย์ ผมว่าเราก็ไม่ได้ไปหมิ่นอะไรแก
ก็ไม่รู้จะฟ้องตรงไหน ก็ไม่เป็นไร เป็นสิทธิ์ถ้าจะฟ้องก็ไม่ได้ว่าอะไร
เรื่องเดียวกันในวันเดียวกัน ในมุมเอ๋จะยังไงต่อไป ?
ทนายเก่ง : ที่ถูกฟ้องมาจะต่อสู้คดี เพราะการมารายการ เป็นการให้ข้อมูลตามจริง
กับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเขาที่ผ่านมา เขาให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง
ไม่มีเจตนาใส่ความ เป็นการปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง มีการให้การในรายการ
ตามที่พี่หนุ่มได้สอบถาม ซึ่งทั้งหมดก็มีส่วนข้อกฎหมายที่เป็นข้อยกเว้น
ก็ได้เตรียมตัวเตรียมพร้อมเรื่องพยานหลักฐานต่าง ๆ
เพื่อต่อสู้คดีในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องที่จังหวัดเลย
วันนั้นที่ฟังเข้าไหม ?
ทนายเก่ง : เข้าข้อยกเว้นทางกฎหมายครับ
มันมีบทบัญญัติเรื่องกฎหมาย มาตรา 329
ที่ได้บัญญัติไว้ในลักษณะของการให้การ
หรือการกล่าวในลักษณะที่มีการเหมือนพาดพิงบุคคลอื่น
แต่การกล่าวนั้นเป็นการกล่าวเพื่อปกป้องตัวเอง เพื่อความเป็นธรรมของตัวเอง
กฎหมายก็บัญญัติเอาไว้ ก็เป็นแนวทางในการต่อสู้กันไป

เอ๋ได้คุยกับครูบ้างไหม ?
เอ๋ : ล่าสุดบอกเขาว่าจะเอาลูกมานอนด้วย เขาเลยถามว่าต่อไปจะทำอะไรอีก
ก็ถามว่าจะทำอะไร เขาบอกจะจบไหม
หนูเลยบอกว่าหนูจบเพราะหนูพูดในสิ่งที่ถูกกล่าวหาไปแล้ว
เขาบอกว่าทำไมสามปีที่แล้วไม่พูด หนูบอกว่าหนูพูด ทำไมจะไม่พูด
เขาบอกว่าแล้วจะให้ทำอะไร หนูก็เลยบอกว่าถ้ารู้ว่าตัวเองผิดทำไมไม่ขอโทษ
และไม่บอกว่าหนูไม่ได้มีชู้ เขาบอกถ้าอยากให้ขอโทษทำไมไม่บอก จะได้จบ ๆ
ก็ถามว่าไม่มีจิตใต้สำนึกคิดเองเลยเหรอ ที่จะโพสต์ขอโทษเรา
ถ้าหนูบอกหนูคงไม่ได้รู้สึกดีหรอกค่ะ แล้วก็ทะเลาะกัน
อันนี้ก่อนมีหมายศาลมาค่ะ
หลังมีหมายศาลมา ได้คุยกันไหม ?
เอ๋ : ไม่ค่ะ
ทำไมเราไม่เจรจาหรือไกล่เกลี่ยกันจะได้จบกันในบ้าน
ในมุมพี่ไม่รู้อะไรเกิดขึ้นในครอบครัว
คุณถูกกล่าวหาว่ามีคนอื่นเลยต้องเลิก
อาจมีการพาดพิงอดีตสามีและภรรยาใหม่เขาด้วย คุณเองฝากไว้สักวันจะโดนแบบพี่
ไปคุยกันไกล่เกลี่ยกันไม่ได้เลยเหรอ ?
เอ๋ : มีเพื่อนแคปข้อความที่เขาตอบแชตว่าผมรอเขามาเคลียร์ทุกวัน
หนูเลยรู้สึกว่าหนูผิดเหรอคะ จะให้หนูไปเคลียร์
คุณเป็นคนผิดก็มาเคลียร์กับเราสิคะ หนูก็ต้องปกป้องตัวเองแล้วค่ะ
ก็ปรึกษาพี่ทนาย คุยเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบให้พี่ทนายฟัง
เลยได้ข้อมูลว่าจะฟ้องค่ะ

มุมเอ๋คิดว่าไม่จำเป็นต้องคุย เพราะเราไม่ได้เป็นคนผิด ?
เอ๋ : ใช่ค่ะ
เขาฟ้อง 1 ล้าน ไม่คุยเลยเหรอ ?
เอ๋ : ถ้าหนูพูดก็เหมือนหนูไปขอร้องให้เขาให้อภัย ทั้งที่หนูไม่ได้ผิด
ถ้าถามว่าไม่คิดถึงลูกเหรอ ต้องให้เขาเป็นคนคิดค่ะ
ไม่ใช่ให้หนูไปถามว่าฟ้องหนูทำไม ไม่คิดถึงลูกเหรอ
หนูคิดว่าถ้าเขาคิดจะฟ้องหนูแล้วคงไม่ได้คิดถึงลูก
อ.ประจักษ์ชัย ว่ายังไงบ้าง ?
เอ๋ : อาจารย์บอกว่าก็ดูไปตามรายละเอียดว่าเป็นยังไง
ก็ให้สิทธิ์เอ๋ว่าจะยังไง แต่อาจารย์ดูแล้วเอ๋ไม่ได้ผิด
เอ๋พูดในสิ่งที่เจอมา ตอนนี้อาจารย์เป็นผู้จัดการ ถ้าอาจารย์ไม่ช่วยเอ๋
ใครจะช่วย
เคยคุยกับทาง
อ.ประจักษ์ชัย เคยโทร. คุยกัน แกบอกว่าครูไพบูลย์เป็นคนดี
มีงานมีการก็คุยกันตลอด ช่วยเหลือกันตลอด ทำไมตอนนี้ อ.ประจักษ์ชัยกับ
ครูไพบูลย์ เหมือนมีปัญหากัน มันเกิดจากอะไร เกิดขึ้นจากเอ๋หรือเปล่า ?
เอ๋ : หนูก็รู้สึกผิดนะคะ หนูเข้ามาทำให้อาจารย์มีปัญหาหรือเปล่า แต่อาจารย์บอกว่าอาจารย์ไม่ได้อยู่ฝั่งใคร ไม่ได้ทะเลาะกับไพบูลย์ด้วย
รู้ใช่ไหมเขารักกันมาก่อน อ.ประจักษ์ชัย พูดกับครูไพบูลย์ ดีมาก จนมาเห็นข่าวล่าสุดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ?
เอ๋ : ตอนอาจารย์เอาหนูมาปั้น
อาจารย์ก็พูดตลอดว่าอาจารย์ไม่ได้ทะเลาะกับไพบูลย์
แต่มาพูดเพราะเห็นว่าไม่ได้มีการมีงานทำ อยากช่วยให้มีเงิน
แต่ฝั่งครูไพบูลย์ มีการโพสต์แซะโพสต์ว่ามีผู้ใหญ่คอยยุยงให้หนูทำแบบนี้
อ.ประจักษ์ชัย เลยรู้สึกว่าทำไมเขาโพสต์แบบนั้น
ส่วนตัวหนูไม่ได้รู้สึกว่ามีใครมายุยง ซึ่งการโพสต์แบบนั้น
คุณไม่ไว้หน้าผู้ใหญ่เลย พูดว่า อ.ประจักษ์ชัย เป็นคนอื่น ทำไมต้องมายุ่ง
ก็อยากบอกว่าตอนนี้หนูอยู่ในความดูแลของ อ.ประจักษ์ชัย
ถ้าเขาไม่ช่วยแล้วใครจะช่วยหนู
เป็นไปได้ไหม
สิ่งที่เอ๋เคยออกมาพูด ทำให้ทัวร์ไปลงเขาเยอะ
ล่าสุดยังไม่มีข่าวเขาจะฟ้องผม ผมให้ทีมงานติดต่อเชิญแกมาออก แกก็ไม่มา
ไม่ได้อยากออกมาชี้แจง พอฝั่งเอ๋พูดฝ่ายเดียวมันก็เป็นประเด็น
เพราะคนฟังเอ๋พูดมุมเดียว เรื่องนี้ทนายหนักใจไหม ?
ทนายเก่ง : ด้วยพยานหลักฐาน
มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง เขาไม่ได้ปั้นแต่งขึ้น
ไปใส่ความหรือสร้างข้อเท็จจริง ยุคนี้เป็นยุคโลกออนไลน์
มันมีข้อมูลเก็บย้อนหลังได้ มันมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง
แล้วลักษณะคดีดังกล่าว มันมีบัญญัติกฎหมายที่ได้แจ้งไว้แต่ทีแรก
มันสามารถต่อสู้คดีในประเด็นนี้ได้
ก็เลยไม่ได้มีความหนักใจในประเด็นนี้เท่าไหร่
พอครูไพบูลย์ฟ้อง ฝั่งนี้ก็ฟ้องเหมือนกัน คดีอะไร ?
ทนายเก่ง : คดีอาญา เป็นการแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวนในท้องที่ ที่ความผิดเกิด
ในความผิดฐานกระทำชำเราน้องเอ๋ พรากผู้เยาว์ คือพรากน้องเอ๋
ไปแจ้งแล้วเมื่อวานนี้ ฟ้องเองเรื่องสินสมรส
ประเด็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างที่อยู่ด้วยกัน รายได้จากยูทูบก็ดี
รายได้จากการออกงานก็ดี
ตอนนี้เอ๋อายุเท่าไหร่ ?
เอ๋ : 24 ค่ะ ตอนคบหาเขาอายุ 15-16 ค่ะ
9 ปีมาแล้ว ทำไมไม่ฟ้องตั้งแต่ตอนนั้น ?
เอ๋ : ตอนนั้นหนูคิดว่าเขาเป็นพ่อของลูก อยู่กินด้วยกันมานานแล้ว แม่ก็มีสัญญาไว้
ทำไมเมื่อก่อนไม่ฟ้อง ?
เอ๋ : แม่คิดว่าอยู่กินกันแล้วเขาจะดูแลเรา แต่พอเขาผิดสัญญา ไม่มาชดใช้ตามสัญญา แล้วมาทิ้งหนูอีก
อายุความกี่ปี ?
ทนายเก่ง : 10 ปีครับ
ที่เขาฟ้องหมิ่นประมาท 1 ล้าน ถือว่าติดคุกได้ไหม ?
ทนายเก่ง : ในข้อที่เขาฟ้องมาเป็นคดีอาญา ถ้าเป็นความผิดก็มีโอกาสติดคุกครับ
ถ้าแพ้แล้วติดคุก ทำไง ?
ทนายเก่ง : จริง ๆ เหตุผลหนึ่งหลายคนสงสัย ทำไมเราถึงเพิ่งมาดำเนินคดี
ผมรู้จักน้องเอ๋ เนื่องจากรู้จัก อ.ประจักษ์ชัย
เข้ามารู้จักในเชิงการทำธุรกิจผลิตภัณฑ์กันและมีการคุยกันเรื่องข้อกฎหมาย
ผมก็ปรึกษาอาจารย์ ว่าถ้าเราฟ้อง ก็ฟ้องได้นะ
ฟ้องตามที่เราได้แจ้งเรื่องพรากผู้เยาว์ การกระทำความผิด
การกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี แต่ได้คำตอบจาก อ.ประจักษ์ชัย
จากเอ๋เองว่าไม่อยากฟ้อง ไม่อยากมีคดี
แต่สุดท้ายเราถูกฟ้องเลยต้องมีเหตุนี้
พอเขาฟ้องเรามา เราก็ฟ้องอีกเรื่อง มันเป็นการแก้เกี้ยวหรือเปล่า?
ทนายเก่ง : เป็นการใช้สิทธิ์ทางศาล มันเป็นสิทธิ์ที่เราใช้สิทธิ์ได้ เชื่อว่าเป็นคดีตัวอย่างที่หลายคนจับตามอง
ไม่ยืดเยื้อเหรอ ไม่ไปคุยหลังบ้าน ขอโทษกันไป คนวงการเดียวกัน ไม่ฟ้องกันด้วยซ้ำ ?
ทนายเก่ง : ครับ นี่เป็นเหตุนึงที่ อ.ประจักษ์ชัย ออกมาเต็มรูปแบบ
เพราะเราคิดว่าไม่น่ามีการฟ้อง โดยเฉพาะเอ๋ ซึ่งทำมาหากินมาด้วยกัน
ก่อสร้างค่ายเพลงด้วยกัน
เรื่องเอ๋ไปฟ้อง
ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต บอกว่าดูแล้วมันยังไม่เข้า
ขอถามความคิดเห็นนิดนึง ที่ทนายบอกว่าดูแล้วไม่น่าจะเข้า
มองยังไงเรื่องพรากผู้เยาว์ พรากเอ๋นะ ไม่ใช่พรากกระต่าย ?
ทนายเจมส์ : กรณีพรากผู้เยาว์
ถ้ากรณีเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี แม้จะยินยอมไปด้วยก็ตามก็เป็นความผิด
อันนี้หลักกฎหมายเป๊ะ ๆ ประเด็นอยู่ที่ว่าพ่อแม่เขายินยอมด้วยหรือไม่ สอง
ผู้ที่พรากผู้เยาว์ มีเจตนาพรากเอาไปคบหากัน เอาไปเป็นเมีย
กรณีนี้มันมองดูว่าขาดเจตนาในการพรากผู้เยาว์
ก่อนหน้านี้มีคำพิพากษาคำฎีกาอยู่สองฉบับ เอามาเทียบได้ ฉบับที่หนึ่ง
เป็นกรณีของพ่อแม่อนุญาตให้ผู้เยาว์ไปกับผู้อื่น ตรงนี้คบหากันเป็นแฟนกัน
เอาไปเป็นเมีย แบบนี้ฎีกาบอกว่าไม่ผิด เนื่องจากขาดเจตนา
กับอีกอย่างหนึ่งไปลักษณะเดียวกันเด๊ะ ๆ แต่ผู้ชายมีครอบครัวอยู่แล้ว
กรณีนี้ศาลมองว่าคุณไม่มีเจตนาพาเขาไปอยู่ด้วย คุณมีลูกมีเมีย
แบบนี้เจตนาพาไปพรากผู้เยาว์ อันนี้คือผิด
ผมไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าพ่อแม่ยินยอมหรือไม่ สองตอนพามา
เขามีเจตนาพาผู้เยาว์ไปเพื่ออยู่กินกันหรือไม่ ไม่รู้ข้อเท็จจริง
ตอนนั้นพ่อแม่เรายินยอมไหม ?
เอ๋ : ไม่ได้ยินยอมค่ะ
พ่อแม่ไม่ได้รับรู้ว่าเราเกินเลยกันหรือคบกัน
พอพ่อแม่รับรู้ก็บินมาจากต่างประเทศมาเลย และให้มาเซ็นสัญญา
ที่อ.ประจักษ์ชัย ได้โพสต์ไปค่ะ
ครั้งนั้น ตอนเราอายุ 14-15 ตอนนั้นบอกแม่ไหม ?
เอ๋ : ไม่รู้ค่ะ
แม่ไม่อนุญาต พิสูจน์ได้ไหม ?
เอ๋ : พิสูจน์ได้ค่ะ แม่ได้ลงในสัญญาแล้ว ว่าแม่ไม่ได้รับรู้ว่ามีอะไรกันมาก่อน
พอแม่รับรู้ว่าหนูเสียหายแล้ว ก็ให้เขามาพูดคุยกัน และให้เขามาเซ็นสัญญา
ชดใช้ค่าเสียหาย และมาสู่ขอใน 3 เดือน คือ 1 แสนบาท ถ้าเลยสัญญานี้ไป
ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็น 2 แสน และดำเนินคดีตามกฎหมาย
ซึ่งเขาก็ไม่ได้มาชดใช้ และไม่ได้มาสู่ขอตามสัญญาที่เขียนไว้ค่ะ
เขาบอกทางโน้นไม่ได้จ่าย และไม่ได้สู่ขอ เข้าไหม ?
ทนายเจมส์ : กรณีนี้เท่ากับพ่อแม่ไม่ยินยอม ไม่รู้เห็นด้วย เหมือนไปแอบมีอะไรกัน
พอพ่อแม่รู้ ก็มาดำเนินการที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ประเด็นนี้น่าสนใจอย่างหนึ่ง
หลังจากเขาไม่จ่ายเงิน ทำไมไม่ดำเนินคดี คำถามต่อมา
จะกลายเป็นข้อต่อสู้อีกฝั่งหรือไม่ ว่าถ้าเขาไม่ฟ้องคุณในข้อหาหมิ่นประมาท
คุณก็ไม่ดำเนินคดีเขาใช่ไหม เรื่องระยะเวลา และเรื่องการไปแจ้งความ
ที่พูดกับทนายเจมส์เพื่อให้มีสองมุมมอง
จะได้เป็นธรรมกับเขาด้วย เอ๋จะตอบยังไง ทำไมทิ้งเวลา เพิ่งมาฟ้อง
เพราะเขามาฟ้องเราหรือเปล่า ?
เอ๋ : หนูขอแม่ไว้ค่ะ ตอนนั้นไพบูลย์ยังไม่มีตังค์
แต่พอเริ่มมีตังค์เขาก็ไม่มาขอสักที หนูก็ไม่รู้จะยังไง แม่ก็สงสารหนู
ก็คิดว่าเขาคงเลี้ยงดูหนู พอมีตังค์ มีเงินแล้ว ค่อยมาให้แม่ก็ได้
แต่พอเริ่มมีเงินเขาก็มาทิ้งเราแบบนี้ แม่เลยรู้สึกว่าจะทำยังไงได้
นอกจากไปบอกให้เขามาชดใช้ จะดำเนินคดีได้ไหม แม่พูดคุยกับหนูมาตลอด
หนูก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร จนมาพูดคุยกับ อ.ประจักษ์ชัย และทนาย
ทนายเจมส์ : ถ้าเป็นแบบนี้ ถ้าเขากระทำความผิดต่อกฎหมาย ต่อเขาเอง ต่อพ่อแม่
และเป็นอาญาแผ่นดิน สามารถใช้สิทธิ์ตามกฎหมายได้ ไม่ว่ากัน
แต่อีกฝ่ายมีสิทธิ์ต่อสู้ได้เช่นเดียวกัน มองดูมันก็ก้ำกึ่ง
กรณีพ่อแม่ตอนแรกเรามองว่าพ่อแม่ไม่ยอม เลยไปทำบันทึกที่ผู้ใหญ่บ้าน
แต่พอเขาผิดสัญญาก็ไม่ได้ดำเนินการอะไรเลย
อาจมองดูว่าเป็นการยินยอมโดยปริยายหรือไม่
แต่ทั้งหมดทั้งมวลเป็นความคิดเห็นของผมซึ่งเป็นทนายความ
ถ้าเป็นคดีความไปแล้ว ต้องอยู่ที่ศาลเป็นผู้วินิจฉัย
เราคุยกันสองมุมมอง คือทางโน้นไม่ได้มาด้วย เราก็ลำบากใจ เรื่องนี้เป็นอย่างทนายเจมส์พูดไหม ?
ทนายเก่ง : ที่ทนายเจมส์พูดเราก็มีแนวทางที่ตรงกัน ซึ่งเราเป็นนักกฎหมาย
เมื่อมีการกระทำความผิดทางอาญาเกิดขึ้น ตัวแม่เขาเป็นผู้เสียหายด้วย
และเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ก็ต้องไปว่ากันในกระบวนการ
เมื่อวานไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน
พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนรับเรื่องนี้แล้ว มีการสอบปากคำพยาน
เป็นคดีแรกที่ดำเนินการ
ได้จดทะเบียนกับครูเมื่อไหร่ ?
เอ๋ : จดเมื่อเดือน มิ.ย.ปี 61 จดได้ 3 เดือนก็หย่า ตอนนั้นน่าจะอายุ 19-20
มันผ่านกระบวนการไปแล้วหรือเปล่า เหมือนเขาจดทะเบียนรับผิดชอบไปแล้วหรือเปล่า ?
ทนายเก่ง : จริง ๆ ประเด็นนี้พนักงานสอบสวนก็ได้วิเคราะห์เหมือนกัน
ประเด็นนี้ก็สอบให้เห็นว่าการจดทะเบียนสมรสของเขาเป็นประเด็นที่ต้องไปว่ากันในศาล
จริง ๆ ทางเราสอบประเด็นนี้เพิ่มอยู่แล้ว
สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นความคิดเห็นส่วนตัว
ผมว่าเรื่องนี้ถ้าครูดูอยู่ ผมว่าเบาได้ก็เบา ลองไปคุยกันหลังบ้าน
อย่าลืมว่าสุดท้ายสิ่งสำคัญที่สุดคือลูก การโตขึ้นไป
แล้วลูกไปนั่งรับรู้ว่าพ่อฟ้องแม่ แม่ฟ้องพ่อ มันเจ็บปวด คุยกันได้ก็คุย
คิดว่าจะมีการพูดคุยกันไหม ?
เอ๋ : ฝั่งเขาดีกว่าค่ะ
ห่วงความรู้สึกลูกไหม ?
เอ๋ : ห่วงมาก ๆ ค่ะ ลูกก็ถามทุกวัน (ร้องไห้) ตอนนี้ลูกก็คงนั่งดูอยู่ หนูบอกเขาว่าหนูมาทำงาน
จะทำยังไงได้ไหม
มีโอกาสพูดคุยกันสองฝ่าย ผมไม่รู้ครูไพบูลย์แกแรงขนาดไหน
ผมว่าครูไพบูลย์อาจต้องแยก กรณี เอ๋ มิรา เขามาพูดในมุมเขา
ที่เขาเจ็บช้ำน้ำใจในมุมนั้น เราก็ต้องแมน ๆ ยอมรับในมุมนั้นด้วย แต่เข้าใจ
ครูไพบูลย์กับภรรยาปัจจุบันทัวร์ลงเยอะ
อาจกดดันว่าที่เขาทัวร์ลงเพราะต้นตอมาจากฝั่งนี้ เขาอาจต้องมาแก้ตรงนี้
เลยไม่ได้คิดไปอีกมุมว่าหัวจิตหัวใจลูกล่ะ ยังไงนี่ก็แม่
หัวใจของลูกเหมือนถูกขยี้ ผมว่าวันนี้ไปคุยกันดีกว่า
ไม่อยากให้กลายเป็นเครื่องมือของอารมณ์ มันเสียกันไปหมด มันคุยกันได้
มันยังไม่สาย แต่ถ้าขึ้นสู่กระบวนการจะไปกันใหญ่ ทนายได้แนะนำบ้างไหม ?
ทนายเก่ง : ทางเราก็คุยกัน อย่างที่พี่หนุ่มบอก อยู่ในวงการเดียวกัน
ก็ยังมีโอกาสได้เจอกัน เราอยากให้ออกมาในทิศทางที่ดี
ถ้าต่างฝ่ายยังต้องใช้สิทธิ์ทางศาล
เราก็จำเป็นต้องใช้สิทธิ์ทางศาลจนกว่าจะสิ้นกระบวนการ แต่ถ้าตกลงกันได้
มันสามารถยุติได้ ไม่ให้เรื่องนี้ไปจนสุดทางได้
วันนี้ต้องมีคนถอยสักก้าว
อาจฝั่งเรา หรือฝั่งเขา ผมแนะนำครูไพบูลย์ ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
แต่อยากให้นึกถึงหัวจิตหัวใจลูก สุดท้ายเอ๋อยากบอกอะไรครูไพบูลย์ ?
เอ๋ : ไม่มีอะไรจะบอกค่ะ เพราะตลอดมาเขาก็รับรู้
หนูไม่ควรมานั่งอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำตั้งแต่แรก คุณไม่ควรนอกใจเรา
ไม่ควรใส่ร้ายเรา คุณเห็นลูกไหม ถ้าวันนี้คุณไม่นอกใจเรา
ครอบครัวเราก็คงสุขสันต์ มีความสุขเหมือนคนอื่น
แต่วันนี้นอกจากครอบครัวพังแล้ว พ่อแม่ก็จะมาฟ้องกัน คุณไม่สงสารลูกเหรอ
(ร้องไห้) หนูอยากฝากคลิปนี้ไว้ ถ้าลูกโตขึ้น
อยากให้เข้าใจว่าสิ่งที่แม่กำลังทำอยู่ แม่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้
(ร้องไห้) แม่ขอโทษที่รักษาครอบครัวไว้ไม่ได้ (ร้องไห้) ถ้าโตขึ้น
แม่คิดว่าลูกคงไม่ทำให้ผู้หญิงร้องไห้แบบนี้นะลูก (ร้องไห้)
ขอบคุณข้อมูลจาก รายการโหนกระแส, เฟซบุ๊ก คนลูกทุ่ง
