In Thailand

เลือกตามสะดวก! 5 วิธี “ซักหมอนเหลือง” สูตรระเบิดคราบ ไม่เหลือเชื้อรา-สะอาดยันไส้ใน

เลือกตามสะดวก! 5 วิธี “ซักหมอนเหลือง” สูตรระเบิดคราบ ไม่เหลือเชื้อรา-สะอาดยันไส้ใน
Written by Thailand News


แม่บ้านกดเซฟด่วน! วิธีซักหมอนด้วยเครื่องซักผ้าอย่างไรไม่ให้ใยพังเป็นก้อน คราบเหลืองหายเกลี้ยง

ซักปลอกแต่ปล่อยไส้? เผย 5 วิธีซักหมอนเหลือง คราบเหงื่อฝังลึกหายเกลี้ยงใน 10 นาที ให้กลับมาขาวจั๊วเหมือนซื้อใหม่ ไม่เหลือเชื้อรา

หน้าร้อนอุณหภูมิพุ่งสูงแบบนี้ ปัญหาใหญ่ที่หลายบ้านต้องเจอในห้องนอนคือ “หมอนเป็นคราบเหลือง” ลวดลายคล้ายแผนที่! แม้ว่าเราจะเปิดแอร์นอนหรือเปลี่ยนปลอกหมอนบ่อยแค่ไหน แต่ในตอนกลางคืนร่างกายจะขับเหงื่อและไขมันออกมาเพื่อระบายความร้อนอยู่ดี ซึ่ง “ไส้หมอน” หรือรูดหมอนนี่แหละค่ะที่เป็นตัวซับน้ำเหล่านั้นเอาไว้โดยตรง

คนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมซักแต่ปลอกหมอนแล้วละเลยไส้หมอน จนทำให้คราบเหลืองฝังแน่น เกิดกลิ่นอับชื้น และที่ร้ายแรงที่สุดคือ มันจะกลายเป็น “แหล่งเพาะพันธุ์ไรฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียชั้นดี” ต้นเหตุของสิวขึ้นซ้ำซาก อาการภูมิแพ้กำเริบ และโรคทางเดินหายใจ วันนี้เราเลยหยิบ 5 สูตรเด็ดซักไส้หมอนนุ่น/สำลีให้กลับมาขาวสะอาด มั่นใจ ปลอดภัยต่อสุขภาพมาฝากกันค่ะ

1. สูตรคลีนสะใจ: เบกกิ้งโซดา + น้ำส้มสายชู + น้ำยาล้างจาน

สูตรนี้คือตัวแม่ของการขจัดคราบฝังลึก เพราะน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยสลายคราบอินทรีย์จากเหงื่อ เบกกิ้งโซดาช่วยฟอกขาวและดับกลิ่นอับ ส่วนน้ำยาล้างจานจะเข้าดักจับคราบไขมันจากหนังศีรษะได้อย่างดีเยี่ยม

  • วิธีทำ: เตรียมน้ำอุ่นอุณหภูมิ 40-50 องศาเซลเซียส ใส่เบกกิ้งโซดาครึ่งถ้วย น้ำส้มสายชูครึ่งถ้วย และน้ำยาล้างจาน 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันจนเกิดฟอง จากนั้นนำไส้หมอนลงไปแช่ทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วบีบไล่คราบสกปรกเบาๆ ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด

2. สูตรออร์แกนิกผิวแพ้ง่าย: น้ำมะนาวสด + เกลือเม็ด

หากใครกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างจนเกิดอาการระคายเคืองผิวหน้า ให้เดินเข้าครัวไปหยิบมะนาวกับเกลือมาได้เลยค่ะ เพราะกรดซิตริกในมะนาวคือสารฟอกขาวตามธรรมชาติ ส่วนเกลือจะช่วยฆ่าเชื้อโรคและรักษาทรงของเส้นใยด้านใน

  • วิธีทำ: บีบน้ำมะนาวสด 3-5 ลูก ผสมกับเกลือเม็ด 1 ถ้วยตวง ลงในกะละมังน้ำอุ่น นำหมอนลงไปแช่ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง (ถ้าจุดไหนเหลืองจัด ให้เอาเปลือกมะนาวมาขัดถูโดยตรงก่อนแช่) จากนั้นขยำเบาๆ แล้วล้างออก จะได้หมอนที่ขาวและมีกลิ่นหอมสดชื่นของเลมอนด้วย

3. สูตรดับกลิ่นอับชื้น: น้ำส้มสายชู + น้ำมันหอมระเหย

สูตรนี้ตอบโจทย์มากสำหรับหมอนที่ไม่ได้เหลืองจัด แต่มีกลิ่นเหงื่อ กลิ่นน้ำมันผม หรือกลิ่นอับชื้นโชยมาเตะจมูกชวนนอนไม่หลับ

  • วิธีทำ: ผสมน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวงลงในน้ำอุ่น หยดน้ำมันหอมระเหย (แนะนำเป็นกลิ่นทีทรี, กลิ่นตะไคร้หอม หรือกลิ่นลาเวนเดอร์) ประมาณ 5-10 หยด เพราะทีทรีออยล์มีฤทธิ์ต้านเชื้อราสูงมาก แช่หมอนทิ้งไว้ 30 นาที แล้วกดไล่น้ำออก น้ำส้มสายชูจะช่วยปรับเส้นใยหมอนให้นุ่มฟู ส่วนกลิ่นฉุนจะระเหยหายไปตอนตากแดด เหลือไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ช่วยให้นอนหลับสบาย

4. สูตรทางลัดแม่บ้านยุคใหม่: ซักหมอนด้วยเครื่องซักผ้า

หลายคนกลัวว่าการซักหมอนด้วยเครื่องจะทำให้ไส้หมอนจับตัวเป็นก้อนหรือฉีกขาด แต่ถ้าคุณใช้สูตรผสมนี้และตั้งค่าเครื่องให้ถูกวิธี เครื่องซักผ้าจะเป็นฮีโร่ที่ช่วยประหยัดแรงได้มหาศาลค่ะ

  • วิธีทำ: ผสมผงซักฟอกทั่วไป, น้ำยาฟอกขาว (หรือน้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์) เล็กน้อย และผงโบรอน (ผงน้ำประสานทอง) 1 ช้อนชา ลงในถังซักที่เปิดน้ำอุ่นไว้ จัดวางหมอนในแนวตั้งหรือวางให้สมดุลกันสองฝั่งเพื่อป้องกันเครื่องสั่นแกว่งตอนปั่นหมาด

  • การตั้งค่า: เลือกโหมดซักผ้าบางเบา (Gentle/Wool) หรือโหมดซักผ้าห่ม และเลือกฟังก์ชัน “ล้างน้ำเพิ่ม” (Extra Rinse) เพื่อการันตีว่าจะไม่มีสารเคมีตกค้างอยู่ในใยหมอน

5. สูตรสลายคราบด่วน: น้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Oxy)

น้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือที่เราคุ้นเคยในชื่อ “น้ำยาล้างแผล” เป็นตัวออกซิไดซ์ชั้นยอดที่ปลอดภัยต่อเส้นใยผ้ามากกว่าน้ำยาฟอกขาวสูตรคลอรีน ไม่มีกลิ่นฉุนแสบจมูก และช่วยแยกคราบเหลืองออกจากใยผ้าได้ทันที

  • วิธีทำ: เทน้ำยาไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ลงบนคราบเหลืองโดยตรง ทิ้งไว้ 15-20 นาที คุณจะเห็นฟองฟู่สีขาวขึ้นมา (นั่นคือปฏิกิริยาที่ออกซิเจนกำลังบócแยกคราบสกปรก) จากนั้นนำไปแช่ในน้ำอุ่นผสมผงซักฟอกเล็กน้อยแล้วซักตามปกติ คราบจะหลุดออกอย่างง่ายดาย

 เคล็ดลับการตากและดูแลหมอนให้ฟูนุ่ม ไม่เป็นก้อน

  1. ห้ามบิดหมอนเด็ดขาด: การบิดเป็นเกลียวจะทำให้เส้นใยขาดและเกาะตัวเป็นก้อน ให้ใช้เทคนิคการกดหรือใช้อุ้งมือหนีบรีดน้ำออก หรือใช้ผ้าขนหนูผืนใหญ่มาห่อแล้วกดซับน้ำ

  2. ตากแดดจัด: ควรนำหมอนไปตากแดดจัดในวันที่มีแดดแรง เพราะรังสี UV คือสารฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติที่จะเข้าไปทำลายสปอร์เชื้อราในแกนลึกของหมอน

  3. ตบหมอนบ่อยๆ: ระหว่างที่ตากแดด ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ให้เดินไปกลับด้านหมอนและใช้มือตบหมอนเบาๆ ทั่วทุกมุม เพื่อกระจายเส้นใยให้กลับมาฟูนุ่ม

  4. วิธีป้องกันระยะยาว: ควรหาซื้อ “ปลอกหมอนกันน้ำ/กันไรฝุ่น” มาสวมชั้นในสุดก่อนจะใส่ปลอกหมอนผ้าตามปกติ และควรทำความสะอาดไส้หมอนอย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง

เพราะห้องนอนควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับร่างกาย การสละเวลามาดูแลความสะอาดของไส้หมอนหนุนเพียงปีละ 2–3 ครั้ง จึงเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ ลองหยิบสูตรที่สะดวกไปปรับใช้กันดูนะคะ เพื่อกู้ชีพหมอนใบโปรดให้กลับมาขาวสะอาด นุ่มฟู และปราศจากเชื้อโรคตัวร้าย เพื่อสุขภาพทางเดินหายใจที่ดีและส่งคืนนอนหลับที่เต็มอิ่มในทุกค่ำคืนของทุกคนในครอบครัว

ที่มา: VTC News, Soha News



Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »