
กาแฟดำยังเอาไม่อยู่! เปิดลิสต์ “8 เครื่องดื่มคาเฟอีนสูงลิ่ว” อัดพลังแน่น ตาค้างยิ่งกว่ากาแฟทั่วไป
สำหรับใครหลายคน การเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟสักแก้วถือเป็นกิจวัตรที่ขาดไม่ได้ ทั้งจากความเคยชินและเพื่อเติมคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกาย ข้อมูลจาก VeryWell Health ระบุว่า กาแฟดำชงสดขนาดปกติ 8 ออนซ์ (ประมาณ 240 มล.) มีปริมาณคาเฟอีนเฉลี่ยอยู่ที่ 90–95 มิลลิกรัม หรือคิดเป็นประมาณ 11.5 มิลลิกรัมต่อออนซ์ ซึ่งโดยทั่วไปองค์การอาหารและยา (FDA) แนะนำว่าปริมาณคาเฟอีนที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน
แต่ในวันที่ต้องปั่นงานข้ามคืน ติวหนังสือสอบหนัก หรือเผชิญกับภารกิจที่เหน็ดเหนื่อยเป็นพิเศษ กาแฟถ้วยเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป! เราได้รวบรวม 8 เครื่องดื่มอัดคาเฟอีนแน่นๆ ที่พกพาความเข้มข้นมาแบบจัดเต็ม บอกเลยว่าบางชนิดสูงกว่ากาแฟปกติหลายเท่าตัว!
คำเตือนเรื่องสุขภาพ: การบริโภคคาเฟอีนเกินปริมาณที่แนะนำต่อวันติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย รวมถึงผลข้างเคียงระยะสั้น เช่น อาการใจสั่น มือสั่น นอนไม่หลับ และอารมณ์หงุดหงิดง่าย ควรบริโภคแต่พอดีและพิจารณาตามความชินของร่างกายตนเอง
8 เครื่องดื่มที่ปัดฝุ่นความง่วงด้วยคาเฟอีนขั้นสุด
1. ชามัทฉะแบบดั้งเดิม (Traditionally-prepared Matcha)
ชาเขียวมัทฉะจากญี่ปุ่นที่นำใบชามาบดละเอียด ให้คาเฟอีนตั้งแต่ 19 ถึง 44 มิลลิกรัมต่อออนซ์ (ขึ้นอยู่กับเกรดของมัทฉะและปริมาณผงชาที่ใช้) ยิ่งใช้ผงมัทฉะเข้มข้นต่อน้ำน้อย ปริมาณคาเฟอีนและรสชาติก็จะยิ่งเข้มข้น เหมาะสำหรับคนที่อยากได้พลังงานพร้อมประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระ
2. กาแฟ Death Wish (รุ่น Power Surge)
แบรนด์กาแฟที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มระดับสุดยอด โดยเฉพาะรุ่น Power Surge (ใช้เมล็ดคั่วเข้มพันธุ์โรบัสต้า) ที่ให้คาเฟอีนสูงถึง 210 มิลลิกรัมในปริมาณแก้วเพียง 6 ออนซ์ หรือคิดเป็น 35 มิลลิกรัมต่อออนซ์ ซึ่งสูงกว่ากาแฟดำปกติถึง 3 เท่า!
3. เครื่องดื่มชูกำลัง Celsius
เครื่องดื่มอัดลมสร้างความสดชื่นพร้อมคาเฟอีนแบบอัดแน่น โดย Celsius หรือ Celsius Vibe กระป๋องขนาด 12 ออนซ์ ให้คาเฟอีน 200 มิลลิกรัม (16.7 มก./ออนซ์) ส่วนรุ่นเข้มข้นอย่าง Celsius Essentials ขนาด 16 ออนซ์ อัดแน่นด้วยคาเฟอีนถึง 270 มิลลิกรัม
4. กาแฟ Black Insomnia
ที่สุดของความเข้มข้นที่ต้องยกนิ้วให้ กาแฟ Black Insomnia แบบเมล็ดคั่วเข้มชงสดขนาด 8 ออนซ์ มีปริมาณคาเฟอีนสูงถึง 1,105 มิลลิกรัม! (หรือ 138.13 มก./ออนซ์) ซึ่งสูงกว่าปริมาณที่ FDA แนะนำต่อวันถึงเกือบ 3 เท่าเลยทีเดียว ส่วนแบบกระป๋องพร้อมดื่ม (8.45 ออนซ์) มีคาเฟอีนอยู่ที่ 210 มิลลิกรัม
5. เครื่องดื่มชูกำลัง Bang Energy
หนึ่งในเครื่องดื่มชูกำลังแบบกระป๋องที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับคนที่ต้องการความดีดแบบฉับไว กระป๋องขนาด 16 ออนซ์ มาพร้อมรสชาติหลากหลายและให้คาเฟอีนสูงถึง 300 มิลลิกรัม (18.75 มก./ออนซ์) เหมาะกับคนที่ต้องการพลังงานเต็มสูบก่อนทำกิจกรรมหนักๆ
6. เครื่องดื่มชูกำลัง Ryse Energy
แบรนด์สายออกกำลังกายที่นอกจากจะมีไลน์ Fuel (คาเฟอีน 200 มก.) แล้ว ยังมีไลน์ Energy ขนาด 12 ออนซ์ ที่ให้คาเฟอีน 150 มิลลิกรัม (12.5 มก./ออนซ์) ซึ่งสูงกว่ากาแฟเล็กน้อย แต่ทีเด็ดคือการเสริมโปรตีน 8 กรัม และพรีไบโอติกส์ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารด้วย
7. ชา HiCAF จาก The Republic of Tea
ลบภาพจำว่าชาต้องคาเฟอีนต่ำไปได้เลย เพราะถุงชา HiCAF (โดยเฉพาะรส Breakfast Black) ให้คาเฟอีนสูงถึง 110 มิลลิกรัมต่อแก้วขนาด 6 ออนซ์ (18.3 มก./ออนซ์) ซึ่งเข้มข้นกว่ากาแฟปกติ เหมาะสำหรับสายดื่มชาที่ต้องการความตื่นตัวระดับสูง
8. กาแฟผสมเครื่องดื่มชูกำลัง Java Monster
การจับคู่กันระหว่างกาแฟจริงกับส่วนผสมของเครื่องดื่มชูกำลัง Monster Energy ให้คาเฟอีน 200 มิลลิกรัมต่อกระป๋องขนาด 15 ออนซ์ (13.3 มก./ออนซ์) มาพร้อมรสชาติสไตล์คาเฟ่นุ่มลึก เช่น วานิลลา (Mean Bean), ซอลเท็ดคาราเมล และไอริชครีม
เครื่องดื่มเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการพลังงานขั้นสุดในวันที่ภาระงานล้นมือ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมคำนวณปริมาณคาเฟอีนที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการนอนหลับพักผ่อนนะ
เรียบเรียงภาษาไทยสำหรับ Sanook / คอลัมน์สุขภาพและไลฟ์สไตล์
อ้างอิงข้อมูลจาก: Chowhound / ข้อมูลโภชนาการและคาเฟอีนจาก VeryWell Health & Healthline
