เพื่อนบ้านสงสัย ความลับในบ้านหญิงวัย 59 ตร.เห็นครั้งแรกรู้เลยว่ามีพิรุธ ที่แท้ซ่อนคนรักไว้ในห้องใต้หลังคา 24 ปี
เว็บไซต์ phunuphapluat.nguoiduatin เปิดเผยเรื่องราวของ นางเจือง (นามสมมุติ) เกิดในหมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขาของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ถูกพ่อแม่บังคับให้แต่งงานตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เพื่อหาเงินสินสอดมาซื้ออาหารให้ครอบครัว แม้ว่าเธอจะไม่เคยเห็นหน้าเจ้าบ่าวมาก่อน แต่ก็พยายามคิดว่าจะใช้ชีวิตให้ดี แล้วทุกอย่างจะโอเคเอง…
โดยที่เธอไม่คาดคิดว่าต้องพบกับสามีใจร้าย ใช้ความรุนแรง ทุกครั้งที่เมาเหล้ากลับมาก็จะทุบตีภรรยา พ่อแม่ของเธอรู้เรื่องนี้แต่ยังขอให้ลูกอดทน โดยคิดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อพวกเขามีลูก หลังจากนั้นไม่นานเธอก็พบว่าตัวเองตั้งท้อง แต่ในความเป็นจริงทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด สามีของเธอไม่ได้เปลี่ยนวิธีปฏิบัติต่อภรรยาในระหว่างตั้งครรภ์ แม้กระทั่งบังคับให้เธอต้องอุ้มท้องไปทำงานในทุ่งนา เธอเผชิญกับอากาศร้อนจนเป็นลมหมดสติไป ก่อนที่จะตื่นมาพบตัวเองแท้งลูก อีกทั้งแพทย์ยังบอกว่าคงเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่จะตั้งครรภ์ในอนาคต
ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกของเธอยังไม่บรรเทาลง แต่เธอกลับต้องถูกครอบครัวสามีตำหนิว่าเป็นคนบาป ถึงกับบอกว่าเธอคือคนที่ทำให้เด็กเสียชีวิต พวกเขาทุบตีเธอจนใบหน้าบวมช้ำ เนื่องจากการหย่าร้างในสมัยนั้นหาได้ยากมาก หลังจากที่ผู้หญิงหย่าร้างจะถูกคนจำนวนมากวิพากษ์วิจารณ์ อย่างไรก็ตามเธอรู้ดีว่าหากไม่หย่า ไม่ช้าก็เร็วสามีจะทุบตีเธอจนตาย แม้ว่าพ่อแม่ของเธอจะคัดค้าน แต่เธอก็ตัดสินใจหย่า และสามีของเธอก็ตอบตกลงทันทีเพราะเธอไม่สามารถมีลูกให้ไดแล้ว
หลังจากนั้น นางเจืองหาเลี้ยงชีพด้วยการขนข้าวไปขายในเมือง โชคดีที่งานนี้เป็นไปได้ด้วยดี และที่นี่ยังเป็นที่ที่เธอได้พบกับ “รักแท้” ในชีวิตอีกด้วย ชายคนนี้ชื่อนายหว่อง (นามสมุมติ) เขามีชีวิตที่คล้ายคลึงกับเธอ แต่งงานเพราะครอบครัวบังคับ แม้ว่าพวกเขาจะมีลูกด้วยกัน 4 คน แต่เขากลับไม่มีความรู้สึกใดๆ ต่อภรรยาเลย และเนื่องจากภรรยาต้องดูแลลูกๆ ความรับผิดชอบในการหาเลี้ยงครอบครัวจึงเป็นหน้าที่ของเขา
นายหว่องมักจะทำงานนอกบ้าน โดยมักจะอาศัยอยู่ในหอพักของบริษัท กลับบ้านเดือนละครั้งเพื่อซื้อข้าวของเข้าบ้าน ซึ่งภรรยาไม่พอใจกับเรื่องนี้มาก เธออยากให้สามีหางานทำใกล้บ้าน เพื่อจะได้อยู่บ้านทุกวัน แม้ว่านายหว่องจะพยายามอธิบายให้ฟังหลายครั้งก็ยังไม่เข้าใจ และสงสัยว่าเขามีผู้หญิงอยู่ข้างนอกด้วยซ้ำ บทสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็น้อยลงเรื่อยๆ กระทั่งการปรากฏตัวของนางเจืองทำให้หัวใจที่เย็นชาของเขาสั่นไหว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่านางเจืองจะรู้สึกดีกับนายหว่อง แต่เมื่อรู้ว่าเขาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เธอก็พยายามหลีกเลี่ยงเขา แต่ฝ่ายชายกลับไม่ยอมแพ้ และบอกว่าเขากับภรรยายังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ตราบใดที่เธอพร้อมเริ่มต้นใหม่กับเขา เขาก็จะไปชี้แจงให้ภรรยาทราบทันที และจะพยายามเลิกลากันอย่างสันติที่สุด แต่นางเจืองผ่านชีวิตแต่งงานที่พังทลายลงมาแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า เธอจึงปฏิเสธนายหว่อง และบอกให้เขากลับไปใช้ชีวิตที่มีความสุขกับภรรยาและลูกๆ
ต่อมา บริษัทที่นายหว่องทำงานอยู่ต้องเผชิญกับปัญหา และเขาอยู่ในรายชื่อคนงานที่ถูกไล่ออก ครอบครัวของเขาชักชวนให้กลับไปทำนา แต่เขารู้สึกว่าชีวิตของเขาจะจบลงแบบนั้นไม่ได้ เขาและเพื่อนสองสามคนจึงตัดสินใจไปทำงานในเมืองใหญ่ ทำให้ค่อยๆ ขาดการติดต่อซึ่งกันและกัน นางเจืองเองก็ตัดสินใจที่จะลืมเขา และใช้ชีวิตตามปกติของเธอต่อไป
แต่สองปีต่อมา เมื่อบังเอิญเจอกันบนถนนอีกครั้ง นางเจืองก็ตระหนักว่าเธอไม่เคยลืมนายหว่อง เป็นเพราะการแยกทางกันครั้งนั้นทำให้เธอรู้ใจตัวเอง ทั้งสองเริ่มเดทกันอีกครั้ง แต่เพราะกลัวคนรู้จักจะเห็นทั้งสองจึงมักนัดพบกันที่บ้าน แต่ทุกสิ่งกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด นับวันนายหว่องยิ่งกลัวการถูกค้นพบ เขาจะไม่กล้าออกไปข้างนอกด้วยซ้ำ ครั้งหนึ่งเพื่อนบ้านมาเยี่ยม เขาก็กลัวจนไม่กล้าลงมาจากชั้นบน ดังนั้น นายเจืองจึงรับหน้าที่ออกไปข้างนอกเพียงลำพัง เพื่อให้ผู้ชายที่เธอรักรู้สึกปลอดภัย
- ไม่ได้ออกไปไหนเลย 24 ปี
ใครจะคิดว่าทั้งคู่จะอยู่แบบนั้นได้ถึง 24 ปี แม้ว่าเพื่อนบ้านจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านของนางเจือง แต่พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความแปลกประหลาดของผู้หญิงคนนี้อย่างชัดเจน เพราะเธอบอกว่าอาศัยอยู่คนเดียว แต่มักจะซื้อของเป็นสองเท่าเสมอ และไม่เคยชวนใครเข้าไปในบ้านของเธอเลย ด้วยเหตุนี้ เพื่อนบ้านหลายคนจึงค่อยๆ ถอยห่างออกไป เพราะคิดว่าผู้หญิงคนนี้มีความลับมากเกินไป และยังสงสัยว่าเธอมีสภาพจิตใจที่ไม่ปกติด้วย
นางเจืองรับรู้ในสิ่งที่เพื่อนบ้านสงสัย แต่เธอไม่สนใจ ตราบใดที่เธอยังได้อยู่กับนายหว่อง เธอก็เต็มใจที่จะเสียสละไม่ว่าจะมากเพียงใด อีกทั้งด้วยกลัวว่าคนรักจะอยู่เบื่อๆ ที่บ้าน เธอจึงพยายามเก็บเงินเพื่อซื้อทีวีและหนังสือพิมพ์ให้เขา ในขณะที่นายหว่องเมื่อเห็นการเสียสละนี้ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์มาก เพราะได้รับการเลี้ยงดูจากผู้หญิงคนหนึ่งมามากกว่า 20 ปีแล้ว เขาทำได้เพียงช่วยทำงานบ้านทุกอย่างเพื่อลดความรู้สึกผิด
นางเจืองยังเล่าด้วยว่า ในตอนกลางคืนทั้งสองคนสามารถออกไปเดินเล่นได้ เพราะมีคนน้อยมาก แต่หลังจากอาศัยอยู่ในห้องใต้หลังคาหลายปี นายหว่องก็ไม่อยากออกไปข้างนอกอีกต่อไป พวกเขาทั้งสองคิดว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดชีวิต แต่การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งก็ได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในเวลาต่อมา
ในปี 2554 “นายเตียว” เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มที่เพิ่งถูกส่งมารับผิดชอบพื้นที่ ได้สังเกตเห็นอย่างรวดเร็วถึงความแปลกประหลาดของนางเจือง หญิงชราคนนี้มักปฏิเสธความช่วยเหลืออย่างเย็นชามาโดยตลอด และไม่ยอมให้ใครเข้าไปในบ้านด้วยซ้ำ กระทั่งวันหนึ่งนางเจืองพลาดหกล้มจนขาหัก ตำรวจหนุ่มเป็นคนพาเธอส่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และคอยอยู่ดูแลเธอในช่วงนั้น แม้กระทั่งจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ด้วยซ้ำ การกระทำของเขาสร้างความประทับใจให้เธออย่างมาก ดังนั้น เมื่อตอนที่เขามาส่ง เธอจึงเชิญเข้าไปข้างในบ้าน
ตอนแรกเจ้าหน้าที่หนุ่มยังไม่เชื่อว่าในบ้านนี้จะมีความลับซ่อนอยู่จริงๆ จนกระทั่งเขาได้เห็นชายชราคนหนึ่งลงมาจากห้องใต้หลังคา จึงตระหนักว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง ในตอนนั้นนางเจืองหลั่งน้ำตาและขอให้ตำรวจอย่าบอกใคร แต่สำหรับนายเตียวการทำแบบนี้ต่อไปไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เขาจึงโน้มน้าวให้ทั้งสองเปิดเผยความสัมพันธ์ และไปที่กรมกิจการพลเรือนเพื่อจดทะเบียนสมรส กระทั่งท้ายที่สุดกลายเป็นคู่รักที่ถูกกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องแอบอยู่ด้วยกันอีกต่อไป
เมื่อความจริงที่ว่าหญิงวัย 59 ปี ซ่อนคนรักของเธอไว้ที่บ้านเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ทำให้เกิดความคิดเห็นที่ขัดแย้งมากมาย คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีความรับผิดชอบ เขาบอกว่าเขารักนางเจือง แต่กลับปล่อยให้ผู้หญิงแบกรับความกดดันทั้งหมด ที่น่าสงสารที่สุดคงเป็นภรรยาของนายหว่อง ผู้เป็นแม่ของลูกๆ ที่คงไม่รู้ว่าสามีหายไปไหนเป็นสิบๆ ปี และคงยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขาแต่งงานใหม่แล้ว ที่สุดแล้วเรื่องราวนี้คงเป็นความรักที่ทำให้คนมากมายต้องทุกข์…
