OpenAI เผย 22 กลุ่มอาชีพเสี่ยงถูก AI แย่งงาน พร้อมเสนอแนวคิดทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์
OpenAI ผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์รายใหญ่ของโลก ได้เผยแพร่รายงานสำคัญ 2 ฉบับที่วิเคราะห์ถึงผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานทั่วโลก โดยระบุถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่เผชิญกับความเสี่ยงในการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติมากที่สุด พร้อมทั้งเสนอแนวทางการปรับปรุงนโยบายสวัสดิการแรงงานครั้งใหญ่ รวมถึงการผลักดันการทดลองทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์โดยไม่ลดค่าจ้าง
รายงานฉบับแรก “The AI Jobs Transition Framework” ซึ่งจัดทำโดย รอนนี แชตเทอร์จี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ OpenAI ได้วิเคราะห์อาชีพมากกว่า 900 สาขา ครอบคลุมแรงงานกว่า 153.7 ล้านคน เพื่อชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมใดจะได้รับผลกระทบจาก AI รุนแรงและรวดเร็วที่สุด
โดยพบว่ามีงานประมาณร้อยละ 18 ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ และอีกร้อยละ 24 อาจเผชิญกับการเลิกจ้างแม้ว่ายังจำเป็นต้องมีมนุษย์ดูแลงานสำคัญบางส่วนก็ตาม
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าไม่ได้มีเพียงข่าวร้ายเสมอไป เพราะยังมีกลุ่มงานอีกร้อยละ 12 ที่มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจาก AI เช่น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และนักกายภาพบำบัด ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยให้การผลิตงานรวดเร็วขึ้นจนเกิดความต้องการในตลาดมากขึ้น ขณะที่งานส่วนใหญ่ร้อยละ 46 จะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในระยะเวลาอันใกล้นี้
iStockphoto
22 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการถูก AI เข้ามาแทนที่
OpenAI ได้จัดอันดับกลุ่มอุตสาหกรรมตามระดับความเสี่ยงที่ AI จะเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงาน จากสูงไปต่ำ ดังนี้
- กลุ่มธุรกิจและการเงิน
- คอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์
- การจัดการ
- งานสนับสนุนสำนักงานและธุรการ
- สถาปัตยกรรมและวิศวกรรม
- กฎหมาย
- ศิลปะ การออกแบบ และสื่อ
- วิทยาศาสตร์กายภาพ สังคม และชีวภาพ
- การขายและสาขาที่เกี่ยวข้อง
- การศึกษาและห้องสมุด
- ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์
- บริการชุมชนและสังคม
- บริการด้านความปลอดภัย
- การติดตั้งและซ่อมแซม
- การผลิต
- เกษตรกรรม ประมง และป่าไม้
- การเตรียมอาหาร การบริการ และงานสนับสนุนด้านสุขภาพ
- การขนส่งและการเคลื่อนย้ายวัสดุ
- บริการส่วนบุคคล
- งานก่อสร้างและขุดเจาะ
- งานดูแลอาคารและสถานที่
รายงานยังตั้งข้อสังเกตถึง “Capability Overhang” หรือช่องว่างระหว่างความสามารถที่ AI ทำได้จริงกับปริมาณที่มนุษย์นำมาใช้งานในปัจจุบัน โดยระบุว่าในทุกภาคส่วน AI มีความสามารถเหนือกว่าสิ่งที่แรงงานกำลังใช้งานอยู่ในขณะนี้มาก โดยเฉพาะในกลุ่มกฎหมาย สื่อ และคอมพิวเตอร์ที่มีการใช้ AI อย่างเข้มข้นอยู่แล้ว
iStockphoto
ข้อเสนอแนะนโยบายทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์เพื่อคุณภาพชีวิตแรงงาน
ในรายงานฉบับที่สอง “Industrial Policy for the Intelligence Age” OpenAI ได้เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกสนับสนุนให้นายจ้างและสหภาพแรงงานทดลองใช้ระบบการทำงาน 32 ชั่วโมง หรือ 4 วันต่อสัปดาห์ โดยคงอัตราค่าจ้างเดิมและรักษามาตรฐานการบริการให้เท่าเดิม เพื่อให้ผลกำไรจากการเพิ่มผลผลิตด้วย AI ตกไปถึงมือแรงงานในรูปแบบของเวลาพักผ่อนที่มากขึ้น
นอกจากเรื่องเวลาทำงานแล้ว OpenAI ยังเสนอให้นายจ้างปรับปรุงสวัสดิการด้านอื่นๆ เช่น การเพิ่มเงินสมทบกองทุนเกษียณอายุ การครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และการสนับสนุนค่าเลี้ยงดูบุตร
อย่างไรก็ตาม ศ.จีนา เนฟฟ์ จากศูนย์เทคโนโลยีและประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความท้าทายคือ OpenAI กำลังเสนอให้บริษัทอื่นๆ จ่ายเงินให้แรงงานมากขึ้น ในขณะที่บริษัทเหล่านั้นก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสมัครสมาชิกเพื่อใช้บริการ AI ของ OpenAI ด้วยเช่นกัน
ท้ายที่สุด OpenAI เตือนว่าหากไม่มีนโยบายที่รอบคอบ AI อาจกลายเป็นเครื่องมือที่ขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำให้กว้างขึ้น โดยกลุ่มที่มีทรัพยากรพร้อมจะเข้าถึงโอกาสใหม่ได้เร็วกว่า ขณะที่ชุมชนที่ขาดแคลนทรัพยากรอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลังและถูกตัดขาดจากเครื่องมือและอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
