หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กว่า 100 ตัว ลงสนามวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่กรุงปักกิ่ง สะท้อนพัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่ก้าวไกลเกินกว่าการโชว์เพียงอย่างเดียว
สำนักข่าวซินหัว รายงานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กว่า 100
ตัวออกสตาร์ตร่วมการแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันอาทิตย์ (19 เมษายน 2569) ที่ผ่านมา
แต่ความแปลกใหม่ของงานในปีนี้จางหายไปมากเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2025
ซึ่งเป็นการแข่งวิ่งฮาล์ฟมาราธอนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ประจำปีครั้งแรกที่ดึงดูดผู้ชมจำนวนมาก
โดยครั้งนี้หุ่นยนต์เหล่านี้มีสิ่งที่ต้องพิสูจน์มากกว่าแค่การแสดงโชว์
ช่วงปีที่ผ่านมา
หุ่นยนต์จีนโชว์ออกวิ่งเต็มกำลัง แสดงศิลปะต่อสู้ และเต้นรำ
สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมทั่วโลก แต่เมื่อเสียงเชียร์เบาลง
คำถามสำคัญกลับผุดขึ้นในยุคของปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกาย หรือเอ็มบอดี เอไอ
(Embodied AI)
ว่าหุ่นยนต์เหล่านี้จะก้าวข้ามจากการเป็นเพียงของเล่นควบคุมระยะไกลสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีได้อย่างไร
กฎใหม่ที่ผู้จัดงานกำหนดขึ้นสำหรับการแข่งขันระยะทาง
21.1 กิโลเมตรปี 2026 ในกรุงปักกิ่ง
ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าหุ่นยนต์ที่ไม่สามารถวิ่งไปตามทางด้วยตนเองสามารถร่วมการแข่งขันได้
แต่เวลาที่เข้าเส้นชัยจะถูกคูณด้วย 1.2
กฎนี้มีจุดประสงค์เพื่อผลักดันให้แต่ละทีมมุ่งพัฒนาหุ่นยนต์ให้สามารถเคลื่อนที่ได้อิสระอย่างแท้จริง
ทำให้มีทีมเกือบร้อยละ 40
ส่งหุ่นยนต์ลงแข่งขันในประเภทเคลื่อนที่อัตโนมัติ
ปีนี้ผู้เข้าแข่งขันมุ่งเน้นแพลตฟอร์มหุ่นยนต์มาตรฐานเพียงไม่กี่แบบ
ซึ่งแตกต่างจากปีที่แล้วที่มีการออกแบบหลากหลาย
หลายทีมใช้หุ่นยนต์อย่างเช่น ยูนิทรี (Unitree) เทียนกง (Tien Kung)
ที่มีพื้นฐานมาจากยูบีเทค (UBTECH) หรือหุ่นยนต์จากออเนอร์ (Honor)
ซึ่งแยกตัวออกมาจากหัวเหวย (Huawei)
โดยการแข่งขันที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ซอฟต์แวร์
เพื่อมุ่งพัฒนาอัลกอริธึมเพิ่มประสิทธิภาพที่ดีที่สุดสำหรับส่วนประกอบหุ่นยนต์ที่คล้ายคลึงกันนี้
ออเนอร์พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นผู้ทำผลงานได้ดีที่สุดในวันนั้น
เข้าเส้นชัยด้วยเวลาเพียง 50 นาที 26 วินาที
ทำลายสถิติโลกของมนุษย์ลงอย่างราบคาบ โดยเร็วกว่าสถิติที่ดีที่สุดของมนุษย์
6 นาที ตู้เสี่ยวตี๋ วิศวกรของออเนอร์
กล่าวขณะยืนอยู่ข้างหุ่นยนต์แชมป์ความสูง 1.69
เมตรหลังพิธีมอบรางวัลว่าเราจำลองการฝึกหุ่นยนต์จากนักวิ่งมนุษย์ชั้นนำ
ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศและรางวัลที่ 3
ตกเป็นของหุ่นยนต์อัตโนมัติของออเนอร์เช่นกัน
หุ่นยนต์เทียนกง
อัลตรา (Tien Kung Ultra) ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันสีฟ้า แม้จะไม่ติด 3
อันดับแรก แต่สามารถวิ่งแซงคู่แข่งที่ใกล้ที่สุดไปได้แบบเฉียดฉิวในช่วง 50
เมตรสุดท้าย และเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที
ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่น่าทึ่งสำหรับแชมป์เก่า
เนื่องจากหุ่นยนต์รุ่นนี้ทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 40 นาทีในการแข่งขันปี 2025
ความก้าวหน้านี้ตอกย้ำการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนในเวลาเพียง
1 ปี
เส้นทางวิ่งฮาล์ฟมาราธอนเมื่อวันอาทิตย์ (19 เมษายน)
ประกอบด้วยภูมิประเทศมากกว่า 10 แบบ ที่มีความลาดชันสูงสุดถึงร้อยละ 8
และความสูงชันรวม 100 เมตร
ซึ่งเป็นการทดสอบการควบคุมกำลังและประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างแท้จริง
นอกจากนั้น
เส้นทางที่แคบและสิ่งกีดขวางที่เป็นเกาะกลางถนนยังจำลองสภาพแวดล้อมอันซับซ้อนของพื้นที่เมือง
ส่วนจุดโค้ง 22 จุด ซึ่งรวมถึงจุดโค้งที่ทำมุมเกือบ 90 องศา
จำเป็นต้องใช้ความแม่นยำและความสมดุลในระดับเซนติเมตร
การแข่งขันศึกฮาล์ฟมาราธอนหุ่นยนต์จบลงแล้ว
แต่การเดินทางในโลกแห่งความเป็นจริงเพิ่งเริ่มต้นขึ้น
หลายฝ่ายเห็นพ้องกันมากขึ้นว่าเป้าหมายของหุ่นยนต์ไม่ควรเป็นเพียงแค่การทดแทนแรงงานมนุษย์
แต่ควรเป็นการรับหน้าที่ที่มนุษย์ไม่เต็มใจที่จะทำ
โดยเฉพาะงานอันตรายในพื้นที่ห่างไกล หรือสถานการณ์กู้ภัยที่มีความเสี่ยงสูง
ด้านเมืองเซินเจิ้น
ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีทางตอนใต้ของจีน
กำลังนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาใช้ในหลากหลายบทบาท
ตั้งแต่การควบคุมการจราจรบนท้องถนนไปจนถึงการจัดการงานบ้าน
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบมีร่างกายถูกวางตำแหน่งให้เป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ
5 ปีของจีน
โดยการคาดการณ์หนึ่งชี้ให้เห็นว่าตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีนจะมีมูลค่าราว
8.7 แสนล้านหยวน (ราว 4.12 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030
ข้อมูลจาก : XINHUA
