สาวอุดรฯ ช้ำ เล่นแอปฯ หาคู่เจอหนุ่มไม่ตรงปก ลวงไปรีสอร์ตบังคับขืนใจ แถมขู่มีปืนในรถ หลอกสูญเงินเก็บรวมทองจำนำเกือบ 3 แสน
วันที่ 4 มิถุนายน 2569 โหนกระแส รายงานว่า หญิงวัย 47 ปี ชาวอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เปิดเผยอุทาหรณ์ หลังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่เข้ามาในคราบชายในฝัน จนสูญเสียทั้งเงินเก็บและความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กัน รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 300,000 บาท
หญิงรายนี้เล่าว่า หลังหย่าร้างกับอดีตสามีและต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง ความเหงาทำให้เธอลองสมัครแอปพลิเคชันหาคู่ กระทั่งได้รู้จักกับชายวัย 47 ปี ที่ใช้ภาพลักษณ์ดูดีและอ้างว่าตัวเองยังโสด ก่อนทั้งคู่จะพูดคุยกันเรื่อยมา และนัดพบกันในวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา โดยฝ่ายชายบอกว่าจะเดินทางผ่านมาทำธุระบริเวณคำชะโนด
ก่อนถึงวันนัด ฝ่ายชายโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าแวะเติมน้ำมันแต่ไม่สามารถใช้แอปฯ ธนาคารได้ จึงขอให้โอนเงินจำนวน 1,500 บาทไปก่อน ด้วยความเชื่อใจเธอจึงยอมโอนให้ทันที เมื่อได้เจอกันจริงกลับพบว่าหน้าตาไม่ตรงกับรูปในโปรไฟล์ แต่ชายคนดังกล่าวยังคงแสดงตัวเป็นคนดี ชวนเดินทางไปไหว้ปู่ศรีสุทโธที่คำชะโนดตามแผนที่วางไว้
ระหว่างทางทั้งคู่แวะรับประทานอาหารที่ร้านอาหารอีสาน ก่อนที่ฝ่ายชายจะขอให้ช่วยจ่ายค่าลอตเตอรี่ที่อยากซื้ออีก 700 บาท จากนั้นยังขอดูยอดเงินในบัญชีของหญิงรายนี้ เมื่อเห็นว่ามีเงินเก็บอยู่หลายหมื่นบาทก็ฉวยโทรศัพท์มือถือไปจากมือ พร้อมบังคับให้สแกนใบหน้าเพื่อทำธุรกรรมโอนเงิน โดยอ้างว่ากำลังเดือดร้อนและต้องการยืมเงินไปใช้หมุนเวียนงานชั่วคราว สุดท้ายเธอจึงยอมให้โอนเงินออกจากบัญชีรวม 20,000 บาท
หลังได้เงินก้อนแรกไป ชายคนดังกล่าวไม่ได้พาไปคำชะโนดตามที่พูดไว้ แต่กลับเลี้ยวรถเข้ารีสอร์ตริมทาง อ้างว่าต้องการพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าระหว่างเดินทาง ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายและถูกบังคับขืนใจภายในรีสอร์ตดังกล่าว
หลังจากนั้นชายคนเดิมยังสร้างเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อขอเงินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการอ้างว่าตัวเองเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ต้องนำเงินไปเคลียร์งานและจ่ายค่าลูกน้อง รวมถึงอ้างว่าจะไปรับเงินจำนวน 500,000 บาทจากเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง แต่จำเป็นต้องใช้เงินวางล่วงหน้า ทำให้เธอหลงเชื่อและทยอยโอนเงินให้อีกหลายครั้ง
นอกจากนี้ฝ่ายชายยังพาเธอเดินทางไปยังอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย และพาไปพบหญิงสูงอายุคนหนึ่งที่แนะนำว่าเป็นแม่ของตัวเอง ทำให้เธอเชื่อสนิทใจว่าชายคนนี้มีตัวตนจริงและไม่ได้คิดหลอกลวง
ท้ายที่สุด เงินเก็บทั้งหมดในบัญชีถูกโอนออกไปจนหมด เธอจำเป็นต้องนำทองคำเส้นสุดท้ายไปจำนำได้เงินมาอีก 30,000 บาท รวมที่ให้ไปเกือบ 300,000 บาท ซึ่งต่อมาฝ่ายชายมีพฤติกรรมปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทั้งไม่ตอบข้อความและไม่รับสายโทรศัพท์ กระทั่งเธอเริ่มสงสัยว่าถูกหลอก จึงพยายามทวงถามเงินคืน แต่กลับได้รับคำตอบเป็นถ้อยคำหยาบคายว่า “มึงจะเอาอะไรกับกูนักหนาวะ มึงเป็นแม่กูหรือไง”
ผู้เสียหายยังเปิดเผยอีกว่า ระหว่างที่นั่งรถเดินทางด้วยกัน ฝ่ายชายเคยพูดในลักษณะข่มขู่ว่า “ในรถผมมีปืนนะ แต่คุณหาไม่เจอหรอก” ทำให้เธอเกิดความหวาดกลัวและไม่กล้าขัดขืนในหลายสถานการณ์
ล่าสุด นายวีระพล รักเสมอวงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามตัวชายรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
