In Thailand

รู้จัก งานพิเศษสายดาร์ก สู่คดีปล้นจี้-ความรุนแรงในญี่ปุ่น ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องขณะนี้

รู้จัก งานพิเศษสายดาร์ก สู่คดีปล้นจี้-ความรุนแรงในญี่ปุ่น ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องขณะนี้
Written by Thailand News


          รู้จัก งานพิเศษสายดาร์ก สู่คดีปล้นจี้ ความรุนแรง ที่เกิดขึ้นทั่วญี่ปุ่น ภัยร้ายที่ตำรวจพยายามสกัด จนมีกระแสเตือนให้ระวังตัว



รู้จัก งานพิเศษสายดาร์ก
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล


          สำหรับคนที่ติดตามข่าวสารในประเทศญี่ปุ่น ก็อาจจะพอได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับ “งานพิเศษสายดาร์ก” กันมาบ้าง ซึ่งหลายคนก็คงสงสัยว่างานพิเศษสายดาร์กนี้คืออะไร เหตุใดจึงกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในระยะนี้ และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องนั้นมีความรุนแรงแค่ไหน จนต้องมีคนออกมาเตือนให้ระมัดระวังตัว

รู้จัก งานพิเศษสายดาร์ก
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

งานพิเศษสายดาร์ก ว่าจ้างคนมาก่อคดี

          สำหรับงาน งานพิเศษสายดาร์ก หรืองานพาร์ทไทม์ผิดกฎหมาย (闇バイト)
คือการว่าจ้างคนในมาก่อเหตุอาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมีตั้งแต่การฉ้อโกง
ปล้นจี้ ปล้นบ้านผู้สูงอายุ
ซึ่งในบางครั้งอาจร้ายแรงถึงขั้นมีการฆาตกรรมเหยื่อ

         
โดยจากข้อมูลของสำนักข่าว NHK เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2567
พบว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา
มีคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับงานพิเศษสายดาร์กนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเขตมหานครโตเกียว
จนมีการจับกุมผู้ต้องหาไปแล้วว่า 30 ราย ซึ่งมีตั้งแต่ผู้ก่อเหตุ
คนดูต้นทาง รวมถึงคนเก็บเงิน

          นอกจากนี้ Yahoo Japan
ยังมีรายงานเหตุการณ์คนร้ายบุกเข้าไปฆ่าคนแก่วัย 75 ปี
ในบ้านหลังหนึ่งในเมืองโยโกฮาม่า พร้อมขโมยเงินสดไป 200,000 เยน (ราว
44,000 บาท) ซึ่งต่อมาสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้คือ นายทาคาดะ มาซูกิ
ชายวัย 22 ปี จากจังหวัดชิบะ
โดยพบว่าคดีนี้เป็นหนึ่งในคดีที่เชื่อมโยงกับคดีปล้นทรัพย์อื่น ๆ
ซึ่งถูกเตรียมการและบงการโดยกลุ่มคนที่รับสมัครหาคนมาทำงานพิเศษผิดกฎหมาย

         
ที่น่าสนใจคือผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ เป็นคนเงียบ ๆ
ที่คล้ายจะไม่มีพิษภัยอะไร
โดยข้อมูลจากปู่ที่อาศัยอยู่ด้วยกันและเพื่อนสนิทของเขา
ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นายทาคาดะ
เป็นคนเก็บตัวที่เงียบขรึมกว่าคนทั่วไป
ก่อนที่จะเกิดเหตุยังไปเที่ยวเล่นที่งานเทศกาลกับเพื่อนและกินอาหารด้วยกัน
โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องงานพิเศษที่น่าสงสัย
รวมถึงไม่เคยพูดถึงปัญหาการเงินใด ๆ
ข่าวการจับกุมนี้ทำให้คนรอบข้างเขาต่างก็ตกใจ

         
โดยเพื่อนสนิทเชื่อว่านายทาคาดะน่าจะตกหลุมพราง
คิดว่าตัวเองแค่มาทำงานพิเศษทั่ว ๆ ไป
และเพิ่งรู้ว่าจะต้องก่ออาชญากรรมตอนที่ถูกสั่งให้ทำ
นายทาคาดะยังอ้างกับตำรวจตอนถูกสอบปากคำด้วยว่า
ตนเองปฏิเสธไม่ได้เพราะถูกเจ้านายข่มขู่
ว่าครอบครัวจะมีอันตรายหากไม่ทำตามคำสั่ง

จากปากคนที่เคยรับจ็อบ เข้าไปทำได้ยังไง

         
นักข่าวของ NHK ยังได้พูดคุยกับผู้กระทำความผิดรายอื่น ๆ
ที่ถูกจับกุมเนื่องจากก่อคดีอาญา หลังเข้าไปพัวพันกับงานพิเศษสายดาร์ก
ทำให้พอเห็นภาพรวมของลักษณะในการประกาศหาคน
ตลอดจนวิธีการที่ใช้ขู่บังคับผู้ที่หลงเชื่อให้เข้ามาก่อเหตุ
ซึ่งจุดจบที่รอคนเหล่านี้อยู่ก็คือโทษจำคุก

          นายเอ
(นามสมมติ) ผู้ต้องขังวัย 20 ปี ที่ถูกจำคุกจากการมีส่วนร่วมในการปล้น
ภายใต้คำสั่งของผู้นำที่เรียกตัวเองว่า ลูฟี่ เปิดใจกับนักข่าวว่า
การเข้าไปทำงานพิเศษที่ผิดกฎหมายนี้ คือจุดเริ่มต้นของตอนอวสาร
สิ่งที่รออยู่ในท้ายที่สุดก็คือโทษจำคุก

         
นายเอ เล่าว่า เหตุผลที่เขาสมัครทำงานพิเศษนี้เพราะตัวเองมีหนี้สินกว่า 2
ล้านเยน (ราว 440,000 บาท) เขาพบโพสต์บนโซเชียลซึ่งมีเนื้อหาประมาณว่า “ค่าแรงวันละ 100,000 เยน” (ราว 22,000 บาท) และ “งานพาร์ทไทม์รายได้สูง” เลยติดต่อไป
จากนั้นก็ได้รับคำสั่งให้สื่อสารกับอีกฝ่ายผ่านแอปฯ
ที่มีการรักษาความลับระดับสูง โดยข้อความใด ๆ ที่ถูกส่งมา
จะหายไปเองเมื่อผ่านไประยะหนึ่ง

         
ในขั้นตอนการสมัครงานนั้น
อีกฝั่งได้ขอให้เขาส่งรูปใบขับขี่กับที่อยู่ครอบครัวไปให้
รวมถึงข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ
โดยอ้างว่าเป็นการขอข้อมูลเหมือนการสมัครงานทั่วไป
เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย แถมอีกฝ่ายก็พูดจาสุภาพมาก
จึงหลงเชื่อและให้ข้อมูลส่วนตัวไป นับจากนั้นเขาก็ไม่สามารถถอนตัวได้  

         
เอถูกแนะนำให้รู้จักคนที่ทำงานเกี่ยวกับการฉ้อโกง
แต่ตอนนั้นอีกฝ่ายบอกเขาว่า จะมีงานปล้น ซึ่งมีรางวัลครั้งละ 1 ล้านเยน
(ราว 220,000 บาท) แม้เอกลัวว่าจะถูกตำรวจจับ แต่เพราะจำนวนเงินที่ล่อใจ
เขาจึงเข้าร่วมการปล้นครั้งแรกและได้ค่าตอบแทนมา 1 ล้านเยน

          ต่อมา ลูฟี่ ขอให้เขาร่วมการปล้นครั้งที่ 2 เอคิดที่จะปฏิเสธ แต่กลับถูกข่มขู่ว่า “เรามีข้อมูลส่วนตัวของนาย” และ “เราจะตามล่าครอบครัวนาย” ทำให้เขาไม่มีทางเลือก เขาหวาดกลัวจนคิดจะปรึกษาตำรวจ
แต่ก็กลัวว่าจะถูกจับจากการปล้นที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ทำให้เขาไม่ได้บอกตำรวจ
จนสุดท้ายก็เข้าร่วมการปล้นครั้งที่ 2 และถูกจับ ก่อนจะถูกตัดสินโทษจำคุก 9
ปี

          ทางด้าน บี (นามสมมติ) ชายวัย 30 กว่าปี
ซึ่งถูกตัดสินโทษจำคุกเพราะมีส่วนในคดีฉ้อโกง จากการทำงานพิเศษสายดาร์ก
ยอมรับว่าที่ตัวเองสมัครงานพิเศษนี้เพราะมีหนี้พนัน
เขาพยายามหางานผ่านโซเชียล ที่เสนอค่าจ้างสูง ๆ ภายในระยะเวลาทำงานสั้น ๆ
ก่อนจะติดต่องานนี้ไป จากนั้นก็ถูกขอให้ดาวน์โหลดแอปฯ
ที่มีการรักษาความลับสูงเพื่อสื่อสารกัน

         
เขายอมรับว่าได้ส่งภาพใบขับขี่ บัญชีธนาคาร
และที่อยู่ของพ่อแม่ให้นายจ้างไป และถูกขู่ว่าหากหนีไปกลางคัน
จะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับบ้านพ่อแม่เขา

ตำรวจเตือน ย้ำถ้าหลวมตัวแล้ว หนีไม่ได้

         
ทั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่น ยังได้เผยแพร่ข้อมูลเตือนภัย
หากพบเห็นประกาศรับสมัครงานตามโซเชียลหรือบนโลกออนไลน์
ซึ่งบอกว่าเป็นงานรายได้สูง จ่ายค่าจ้างทันที หรือเป็นแค่งานรับเอกสาร
โดยไม่ได้ให้รายละเอียดของงานที่ชัดเจน
แท้จริงแล้วนั่นอาจเป็นงานพิเศษสายดาร์ก
ขออย่าเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับงานลักษณะดังกล่าว
ยิ่งหากมีการขอให้ติดต่อกันผ่านแอปฯ ที่ไม่รู้จัก เน้นการเก็บความลับ
ยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกี่ยวข้องกับเหตุอาชญากรรม

          ข้อมูลจากทางตำรวจ ย้ำว่า เมื่อเข้าไปเกี่ยวข้องแล้ว แม้อยากจะออกหรือเลิกทำ ก็จะถูกข่มขู่ว่า “จะไปที่บ้านคุณ” หรือ “จะทำร้ายคนรอบตัวคุณ” โดยใช้ข้อมูลส่วนตัวและคนในครอบครัวที่ให้ไปตอนสมัครงาน
จากนั้นจะไม่สามารถหนีไปไหนได้จนกว่าจะถูกจับ
โดยหลังจากใช้งานคนที่จ้างมาแล้ว
ทางกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังก็จะมองคนเหล่านี้เป็นเหมือนเบี้ยที่ใช้แล้วทิ้ง

          “ไม่มีดีลดี ๆ แบบนั้นบนโลก ถ้าไม่มั้นใจและคิดว่าน่าสงสัย
อย่าตัดสินใจเอาเองหรือคิดว่าจะทำไปจนกว่าจะเก็บเงินได้
หรือคิดว่าจะทำแค่ครั้งเดียวแล้วไม่เป็นไร
ขอให้ปรึกษาคนในครอบครัวและคนรอบตัว หรือปรึกษาตำรวจทันที”
สำนักงานตำรวจแห่งชาติของญี่ปุ่น ระบุ

ขอบคุณข้อมูลจาก Yahoo Japan, NHK, National Police Agency





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »