” อย่าทอดทิ้ง…พระในบ้าน ”
มีคุณนายคนหนึ่งใจบุญสุนทาน ตักบาตรทุกเช้า
ตักบาตรเสร็จ ก็แต่งสำรับกับข้าว อย่างบรรจงประณีต เพื่อเอาไปถวายท่านเจ้าประคุณสมเด็จผู้เป็นเจ้าอาวาส
ด้วยความเคารพนับถือในจริยวัตรของท่าน และชอบฟังท่านคุย เล่าเรื่องต่าง ๆ
เรียกว่าตักบาตรเสร็จ คุณนายต้องมาวัดทุกวัน ถวายอาหารเสร็จก็คุยกับพระสมเด็จ
วันหนึ่ง…
หลังจากคุณนายกลับแล้ว พระหนุ่มรูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิของสมเด็จ
เข้าไปกราบเรียนว่า คุณนายคนนี้ ใจบุญสุนทานจริง ๆ
แต่เคยได้ยินว่าเป็นคนใจแคบ เหลือแม่อยู่คนเดียว ปล่อยให้อดๆ อยากๆ ไม่เอาใจใส่ ปล่อยให้อยู่ห้องแคบ ๆ หลังบ้าน
ส่วนตัวเองและลูก ๆ อยู่ตึกใหญ่โต สะดวกสบาย เวลาพูดจากับแม่ ก็ฟังไม่ได้ หยาบคาย ขู่ตะคอก กระแทกกระทั้น
ผิดกับตอนมาคุยกับสมเด็จที่วัด ชนิดหน้ามือ เป็นหลังมือ แม่จะออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน ก็ไม่ได้
ไม่ยอมให้ออก มีแม่แก่ หลงๆ ลืม ๆสติไม่สมประกอบอายเขา มีคนเขาเล่าให้ฟัง หลายรายแล้ว
เท็จจริงอย่างไรไม่ทราบได้ สมเด็จนั่งฟังเฉยไม่พูดว่าอะไร วันหนึ่งมีกิจนิมนต์ไปทำบุญบ้าน
ขากลับเดินผ่านหน้าบ้านคุณนาย ท่านก็แวะบ้านคุณนายก่อน คุณนายดีใจมาก ที่สมเด็จมาเยี่ยมถึงบ้าน
ถือเป็นมงคลอย่างสูง ที่พระขั้นสมเด็จ มาเยี่ยมบ้าน จึงเรียกลูกหลานมากราบเท้าท่านเป็นการใหญ่
แล้วก็คุยกันเรื่องต่างๆ มากมาย ในตอนหนึ่ง สมเด็จท่านถามคุณนายว่า “พระในบ้านมีไหม? ”
มีเจ้าค่ะ พระในบ้านมีหลายองค์ เป็นพระเก่า ๆ ทั้งนั้น สมัยสุโขทัยก็มีเชียงแสนก็มี อาราธนาท่านสมเด็จขึ้นไปดูข้างบน
สมเด็จท่านเฉยแล้วถามต่อว่า ได้ทราบข่าวว่า คุณนายมีแม่อีกคนเดี๋ยวนี้อยู่เสียที่ไหน…?
คุณนายสะอึกเสียวแปลบเข้าไปในหัวใจ จะตอบตามตรงก็กลัวว่า สมเด็จจะเดินไปดู
เห็นสภาพความเป็นอยู่ของแม่ แล้วท่านจะติเตียนอึกๆ …อักๆ …อยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบว่า ตอนนี้ท่านไม่อยู่เจ้าค่ะ
ออกไปเยี่ยมญาติอีกนานจึงจะกลับ สมเด็จท่านนั่งนิ่งอยู่สักครู่แล้วจึงลากลับ คุณนายก็ยังคงไปวัดเป็นปกติ
วันหนึ่ง สมเด็จท่านเห็นว่าวันนี้… คุณนายยิ้มแย้มแจ่มใส…พูดจาร่าเริง… อารมณ์ดีหลังการทำบุญทำทาน
สมเด็จจึงถามว่าพระในบ้านของโยม โยมดูแลเรียบร้อยแล้วหรือยัง…?
เรียบร้อยเจ้าค่ะดิฉันจุดธูปเทียนถวายอาหารบูชาเสร็จแล้วจึงมาที่วัด
ท่านไม่ต้องเป็นห่วงอาตมา..ไม่ได้หมายถึง…พระพุทธรูป… พระในบ้านที่อาตมาถามถึงนี่
เป็นพระที่ยังมีลมหายใจ คือ “แม่พระผู้มีพระคุณสูงสุดแก่โยม”
แม่..ให้ชีวิตเรามาโดยเอาชีวิตตัวเองเขาแลกเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจนได้ดิบได้ดีทุกวันนี้
แม่เหน็ดเหนื่อยทุกข์ทรมานแสนสาหัส แม่ทนหิวเพื่อให้ลูกอิ่ม แม่ทนหนาวพื่อให้ลูกอุ่น
แม่ไม่เคยนอนถ้าลูกของแม่ยังไม่หลับ ยามลูกเจ็บป่วยร้องไห้ หัวใจแม่ก็เจ็บปวดและร้องไห้พร้อมกับลูกด้วย
แม่อยากเอาความเจ็บปวดทั้งหมดของลูกมาไว้ที่แม่ ถ้าทำได้
แม่ยอมตายเพื่อลูกได้ พระคุณของแม่นี้ใหญ่หลวงเกินกว่าจะคณานับ
เราต้องตอบแทนบุญคุณท่านบ้างน่ะโยม เอาตาดู หูใส่ เอาใจใส่ท่านบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ท่าน อด ๆอยากๆ
เจ็บไข้ได้ป่วยก็ดูแลท่านบ้าง อาตมาได้ข่าวว่า คุณโยมเหลือแม่อยู่คนเดียว
และไม่ค่อยสนใจความเป็นอยู่ของท่าน ปล่อยให้อยู่ในห้องแคบๆ อดๆ อยาก ๆ ไม่สงสารท่านบ้างหรือโยม….?
โยมจัดอาหารมาถวายพระได้ทุกวัน แต่พระในบ้านอีกองค์ โยมไม่เคยจัดให้ และตอนที่โยมจัดมาให้อาตมา
สังเกตดูโยมจัดมาให้อย่างดีประณีตบรรจง แต่ก่อน อาตมาไม่รู้ว่า อะไรเป็นอะไร
ก็ฉันของโยมตามปกติ แต่ตอนนี้ บอกตรงๆ…เลยว่า… กลืนไม่ค่อยลง…มาหลายวันแล้ว
อาตมาเป็นพระในวัด… ไม่ควรเอาเปรียบพระในบ้าน….ของโยมเกินไป
ถ้าพระในบ้านยังอดพระในวัดก็กลืนไม่ลง
การทำบุญให้ได้บุญมากนะโยม… เลี้ยงพ่อแม่…ให้อิ่มหนำสำราญเสียก่อน
แล้วจึงถวายพระคุณนายไม่พูดอะไรนั่งน้ำตาไหล ลูกๆที่รักทุกคน
ได้ดูแลพระในบ้านของลูกๆแล้วหรือยัง…? ถึงแม้ว่าจะเพียงเล็กน้อยก็ยังดี
บางคนกว่าจะรู้พ่อแม่เป็นพระในบ้านผู้ประเสริฐก็สายเสียแล้ว
คือรู้เมื่อท่านทั้งสองไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้แล้ว
ดังนั้น อย่าลืมดูแลท่านให้ดี ในขณะที่ท่านยังมีลมหายใจ
