ผัวแทบขาดใจ เมียถูกแท็กซี่ชน กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลช้า อยู่ในรถฉุกเฉิน 40 นาที จนเสียชีวิตกลางทาง ติดใจส่งช้าแค่เพราะต้องการบัตรประชาชน เข่าแทบทรุด ต้องเห็นหน้าลูกน้อยเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
ภาพจาก ช่อง 3
ด้าน นายชนายุทธ เรืองศรี หรือ ปาย อายุ 22 สามี ของผู้ตายเล่าว่า วันเกิดเหตุตนและภรรยาพากันขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปกินข้าวและจะไปหาหมอเพราะภรรยามีอาการปวดท้อง แต่ระหว่างทางที่ขี่รถมาถึงสะพานตลาดบางแคก็มีสุนัขวิ่งตัดหน้ารถ ทำให้รถของตนชนกับสุนัขจนเสียหลัก จนกระเด็นออกจากรถ ตกมาเลนฝั่งซ้าย ส่วนภรรยากระเด็นตกไปอยู่ฝั่งเลนกลางด้านขวา
นายชนายุทธ บอกว่า ต่อมาตนก็ได้พยายามเข้าไปช่วยภรรยาที่กำลังร้องครวญคราง แขนซ้ายหักผิดรูป ดั้งจมูกหัก มีรอยถลอกตามตัว เอามือกุมท้องเพราะห่วงลูกที่อยู่ในครรภ์ ต่อมามีหน่วยกู้ภัยเข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ไม่สามารถพาภรรยาส่งโรงพยาบาลได้เพราะต้องให้รถฉุกเฉินที่มีเครื่องมือช่วยชีวิตเข้าให้การช่วยเหลือ แต่พอรถฉุกเฉินมาก็พาภรรยาขึ้นรถ แต่ไม่พาไปส่งโรงพยาบาลทันที โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าหากไม่มีบัตรประชาชนก็ไม่สามารถส่งตัวได้ ทำให้ภรรยาของตนที่อาการสาหัสต้องนอนอยู่บนรถฉุกเฉินกว่า 40 นาที
ด้านนางนงนภัส ตั้งนิมิตโซค อายุ 59 ปี แม่ของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ไม่อยากให้ลูกสาวและหลานในท้องถึงแก่ความตาย แต่เมื่อถึงอายุขัยแล้วก็ขอให้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี ขอให้เกิดมาเป็นลูกแม่อีก และขอเรียกร้องให้คนที่ขับรถชนลูกตนมารับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่าง
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หลักสอง ระบุว่าตอนนี้คดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และพยานบุคคล รวมถึงผลทางนิติวิทยาศาสตร์ จากนั้นจะเรียกนายชนายุทธ และคนขับรถแท็กซี่ มาให้ปากคำก่อนจะสรุปและแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
สำหรับบรรยากาศในการรับศพนั้นเป็นไปอย่างโศกเศร้า ญาติของผู้ตายได้นำชาโรยในโลงศพ ก่อนที่จะปูกระดาษเงินกระดาษทอง แล้วจึงนำร่างมาบรรจุใส่โลง ตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน ส่วนโลงศพเด็กนั้น ทางญาติได้นำของใช้เด็กมาใส่ไว้ แม่ และสามีจของผู้ตายต่างทำใจยอมรับไม่ได้ ระหว่างที่นำร่างของทารกออกมา สามีของผู้ตายถึงกับเข่าอ่อนและร้องไห้ออกมาพร้อมพูดว่า “เป็นลูกสาวจริง ๆ ด้วย” ก่อนจะเดินไปดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งตลอดการทำพิธี สามีของผู้ตายมีอาการร้องไห้เสียใจ แทบล้มทั้งยืน
