นอร์ดิกยืนหนึ่ง! “สวีเดน” คว้าแชมป์ประเทศคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกปี 2026 สหรัฐฯ ร่วงไปอยู่อันดับที่ 27 ของโลก
เพิ่งได้รับการเปิดเผยสด ๆ ร้อน ๆ สำหรับรายงานดัชนีประเทศที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026 (2026 Best Countries Index) ซึ่งจัดทำโดยวิทยาลัยวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (The Wharton School) ร่วมกับ WPP BAV ที่ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชากรวัยผู้ใหญ่กว่า 15,131 คน จาก 33 ประเทศทั่วโลก เพื่อจัดอันดับประเทศที่ถูกมองว่ามี “คุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก” (Quality of Life) ประจำปีนี้
ผลการจัดอันดับชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ภูมิภาคยุโรปยังคงเป็นสวรรค์บนดินและจุดหมายปลายทางในฝันของคนทั่วโลก โดยสามารถกวาดเก้าอี้ในกลุ่ม Top 30 ไปได้ถึง 20 ประเทศ นำทีมโดยกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่ทำคะแนนได้อย่างยอดเยี่ยม และตำแหน่ง อันดับ 1 ของโลกในปี 2026 ตกเป็นของ “ประเทศสวีเดน” ที่ทำคะแนนเต็ม 100 คะแนนเต็ม เฉือนชนะเดนมาร์กและแคนาดาไปได้อย่างหวุดหวิด
สแกนดิเนเวียกวาดเรียบ! เปิดโผ 10 อันดับประเทศคุณภาพชีวิตดีที่สุด
การจัดอันดับในหมวดหมู่คุณภาพชีวิตนี้ พิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมสำคัญหลายด้านที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตของประชากร ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน สวัสดิการสาธารณสุข ระบบการศึกษา ตลอดจนบริการสาธารณะจากภาครัฐ โดยผลคะแนนจะถูกเทียบเคียงกับสวีเดนซึ่งเป็นประเทศเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark Score 100)
| อันดับ | ประเทศ | คะแนนคุณภาพชีวิตปี 2026 |
|---|---|---|
| 1 | สวีเดน | 100.0 |
| 2 | เดนมาร์ก | 98.2 |
| 3 | แคนาดา | 95.0 |
| 4 | สวิตเซอร์แลนด์ | 94.8 |
| 5 | ฟินแลนด์ | 92.4 |
| 6 | นอร์เวย์ | 92.4 |
| 7 | เนเธอร์แลนด์ | 90.8 |
| 8 | ออสเตรเลีย | 87.5 |
| 9 | เยอรมนี | 82.9 |
| 10 | เบลเยียม | 78.6 |
จากตารางจะเห็นได้ว่าประเทศที่อยู่ในกลุ่มหัวแถวมักจะมีคุณลักษณะร่วมกันที่เด่นชัด คือ มีสถาบันภาครัฐที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาได้ มีระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลที่เข้าถึงง่าย มีอัตราอาชญากรรมต่ำมาก และที่สำคัญคือประชากรมี “ความเชื่อมั่นทางสังคม” (Social Trust) ต่อกันในระดับสูง ซึ่งสอดคล้องกับรายงานความสุขโลก (World Happiness Report) ที่ฟินแลนด์และกลุ่มนอร์ดิกมักครองแชมป์ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
iStockphoto
มหาอำนาจโลกสะดุ้ง! สหรัฐฯ รั้งท้ายกลุ่ม G7
ประเด็นที่สร้างความประหลาดใจและถูกพูดถึงอย่างมากในรายงานฉบับนี้คือ “สหรัฐอเมริกา” แม้ว่าในแง่ของดัชนีความทรงอิทธิพล (Power) และขนาดเศรษฐกิจ สหรัฐฯ จะยังคงรั้งอันดับ 1 ของโลกอย่างเหนียวแน่น ทว่าในแง่ของ “คุณภาพชีวิต” กลับร่วงไปอยู่อันดับที่ 27 ของโลก ซึ่งถือเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าขนาดใหญ่ หรือกลุ่ม G7 ทั้งหมด
รายงานระบุว่า ช่องว่างที่ทำให้สหรัฐฯ มีคะแนนคุณภาพชีวิตตามหลังประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ สะท้อนให้เห็นผ่านดัชนีชี้วัดด้านอื่นอย่างชัดเจน เช่น ประชากรชาวอเมริกันมีอัตราอายุขัยเฉลี่ย (Life Expectancy) ที่ต่ำที่สุดในกลุ่ม G7 ทั้งที่รัฐบาลและประชาชนใช้จ่ายเงินไปกับค่าสวัสดิการสาธารณสุขและค่ารักษาพยาบาลสูงกว่าประเทศอื่น ๆ เป็นจำนวนมหาศาล
ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำว่า “ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถการันตีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนได้” หากขาดเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ระบบการศึกษาที่เท่าเทียม และความเชื่อมั่นในสถาบันสังคม
พิษบาดแผลสงคราม “ยูเครน” จมบ๊วยอันดับสุดท้าย
ในทางตรงกันข้าม สำหรับกลุ่มประเทศที่มีคะแนนคุณภาพชีวิตต่ำที่สุดจากทั้งหมด 85 ประเทศที่เข้ารับการประเมิน ผลปรากฏว่า “ประเทศยูเครน” รั้งอันดับสุดท้าย (อันดับที่ 85) โดยมีคะแนนเป็น 0.0 คะแนน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนที่เด่นชัดและน่าเห็นใจอย่างยิ่งว่า สงครามและความขัดแย้งที่ยืดเยื้อได้ทำลายล้างทุกมิติของการใช้ชีวิตของมนุษย์ ตั้งแต่ความปลอดภัยส่วนบุคคล ระบบสาธารณสุข ไปจนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ
ขณะที่อันดับ 84 และ 83 ตกเป็นของ อิหร่าน และ เลบานอน ตามลำดับ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับภาวะความไม่สงบทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ซบเซามาอย่างยาวนาน
