บล็อกเกอร์สาววัย 25 ดับจาก “มะเร็งกระเพาะ” เผยพฤติกรรมก่อนป่วย เตือนใจวัยรุ่น-วัยทำงาน
บล็อกเกอร์สาววัย 25 ดับจาก “มะเร็งกระเพาะ” เผยพฤติกรรมก่อนป่วย เตือนใจวัยรุ่น-วัยทำงาน


บล็อกเกอร์สาววัย 25 ดับจาก “มะเร็งกระเพาะ” เผยพฤติกรรมก่อนป่วย หมอเตือน 5 อาการอย่ามองข้าม

ข่าวการจากไปของบล็อกเกอร์สาวชาวจีนวัยเพียง 25 ปี หลังต่อสู้กับมะเร็งกระเพาะอาหารมานานกว่าหนึ่งปี สร้างความเศร้าใจให้กับผู้ติดตาม พร้อมจุดกระแสให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาสำรวจพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตของตัวเองอีกครั้ง

ตามรายงานจากสื่อในเอเชีย ระบุว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน มีการเผยแพร่ข่าวการเสียชีวิตของ “ซีซี ซูเปา” บล็อกเกอร์สาวจากมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน หลังเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารตั้งแต่อายุ 24 ปี

บล็อกเกอร์สาวเปิดชีวิตก่อนพบมะเร็งกระเพาะอาหาร

ย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม 2568 ซีซีเริ่มแบ่งปันเรื่องราวการรักษา รวมถึงเปิดเผยพฤติกรรมการใช้ชีวิตก่อนตรวจพบโรค โดยเล่าว่าเธอมักนอนดึก บางคืนเข้านอนถึงประมาณตี 2 และมีตารางรับประทานอาหารไม่สม่ำเสมอ

อาหารที่เธอเลือกกินเป็นประจำส่วนใหญ่คืออาหารเดลิเวอรี อาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารทอด นอกจากนี้ยังดื่มน้ำน้อย แต่ดื่มกาแฟประมาณวันละ 2 แก้ว และชานมไข่มุกสัปดาห์ละ 3-4 แก้ว

หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากยอมรับว่า พฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้แตกต่างจากชีวิตประจำวันของคนวัยทำงานในปัจจุบัน ทั้งการนอนดึก ฝากท้องกับอาหารสำเร็จรูป และเลือกเครื่องดื่มรสหวานแทนน้ำเปล่า

กินฟาสต์ฟู้ดและชานมไข่มุก ทำให้เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารจริงหรือ?

คำตอบคือ ยังไม่สามารถกล่าวได้ว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดหรือชานมไข่มุกเป็นสาเหตุโดยตรงของมะเร็งกระเพาะอาหาร และไม่ควรใช้กรณีของบุคคลเพียงรายเดียวมายืนยันความสัมพันธ์ดังกล่าว

ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งกระเพาะอาหารมีหลายด้าน โดยเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori หรือ H. pylori แบบเรื้อรัง นอกจากนี้ยังรวมถึงประวัติครอบครัว โรคบางชนิดของกระเพาะอาหาร การสูบบุหรี่ ภาวะอ้วน และการรับประทานอาหารเค็มจัด รมควัน หรือถนอมอาหารเป็นประจำ

การมีปัจจัยเสี่ยงหนึ่งหรือหลายข้อไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็ง ขณะเดียวกัน ผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจนก็อาจป่วยได้เช่นกัน

อาหารเค็มจัดและอาหารแปรรูป

การกินอาหารที่มีเกลือสูง อาหารหมักดอง รมควัน หรือถนอมอาหารเป็นประจำ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารที่เพิ่มขึ้น การลดอาหารเหล่านี้และเพิ่มผักผลไม้จึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงในภาพรวมได้

อาหารทอดและฟาสต์ฟู้ด

อาหารทอดและฟาสต์ฟู้ดมักให้พลังงาน ไขมัน และโซเดียมสูง หากกินบ่อยอาจทำให้น้ำหนักเกินและส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอจะกล่าวว่าอาหารทอดเพียงอย่างเดียวทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารโดยตรง

ชานมไข่มุกและเครื่องดื่มหวาน

ชานมไข่มุกอาจมีน้ำตาลและพลังงานสูง การดื่มบ่อยโดยไม่ควบคุมอาหารส่วนอื่นเพิ่มโอกาสได้รับพลังงานเกิน น้ำหนักตัวเพิ่ม และเกิดปัญหาสุขภาพทางเมตาบอลิก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกล่าวว่าชานมไข่มุกเป็น “ตัวการก่อมะเร็งกระเพาะอาหาร” โดยตรง

การนอนดึกและกินอาหารไม่เป็นเวลา

การนอนหลับไม่เพียงพอและกินอาหารไม่สม่ำเสมออาจกระทบสุขภาพ ระบบเผาผลาญ และอาการทางเดินอาหาร แต่การอดอาหารบางมื้อไม่ได้หมายความว่ากรดจะกัดกระเพาะจนกลายเป็นมะเร็งโดยอัตโนมัติ หากมีอาการปวดท้อง แสบร้อนกลางอก หรืออาหารไม่ย่อยเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง

5 อาการเตือนมะเร็งกระเพาะอาหารที่ไม่ควรมองข้าม

มะเร็งกระเพาะอาหารในระยะแรกอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการคล้ายโรคทางเดินอาหารทั่วไป จึงไม่สามารถวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ อย่างไรก็ตาม หากพบความผิดปกติต่อไปนี้ต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์

  1. ปวดหรือไม่สบายบริเวณท้องส่วนบนต่อเนื่อง

    มีอาการปวดตื้อ แสบร้อน หรือแน่นบริเวณลิ้นปี่เป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออาการไม่ดีขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อยครั้ง

  2. อาหารไม่ย่อย ท้องอืด หรือแสบร้อนกลางอกบ่อย

    อาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุและส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ควรพบแพทย์หากเป็นต่อเนื่อง ใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย

  3. เบื่ออาหารหรืออิ่มเร็วผิดปกติ

    รู้สึกอิ่มหลังรับประทานอาหารเพียงเล็กน้อย เบื่ออาหารต่อเนื่อง หรือรับประทานอาหารได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

  4. น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ

    น้ำหนักลดลงต่อเนื่องทั้งที่ไม่ได้ควบคุมอาหารหรือเพิ่มการออกกำลังกาย ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

  5. อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ

    อุจจาระดำคล้ายยางมะตอย อาเจียนเป็นเลือด หน้ามืด อ่อนเพลีย หรือซีด อาจเป็นสัญญาณเลือดออกในทางเดินอาหาร ควรไปโรงพยาบาลโดยเร็ว

อาการทั้งหมดนี้อาจเกิดจากโรคอื่นที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น กรดไหลย้อน กระเพาะอาหารอักเสบ หรือแผลในกระเพาะอาหาร แต่การปล่อยให้อาการเรื้อรังโดยไม่ตรวจ อาจทำให้การวินิจฉัยและรักษาล่าช้าได้

ใครบ้างควรปรึกษาแพทย์เรื่องตรวจเชื้อ H. pylori

ผู้ที่มีอาการทางกระเพาะอาหารเรื้อรัง เคยเป็นแผลในกระเพาะอาหาร มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์ อาจได้รับการพิจารณาตรวจหาเชื้อ H. pylori ด้วยวิธีที่เหมาะสม

หากตรวจพบเชื้อ ควรรักษาตามแผนของแพทย์และรับประทานยาให้ครบ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะอาจรักษาไม่สำเร็จและเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา

จำเป็นต้องส่องกล้องกระเพาะอาหารทุกคนหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องส่องกล้องเป็นประจำ การพิจารณาขึ้นอยู่กับอายุ อาการ ปัจจัยเสี่ยง ประวัติครอบครัว และดุลยพินิจของแพทย์ ผู้ที่มีสัญญาณอันตราย เช่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ กลืนลำบาก ซีด อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว

ลดความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร เริ่มได้จากชีวิตประจำวัน

  • ลดอาหารเค็มจัด รมควัน หมักดอง และอาหารแปรรูป
  • เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่หลากหลาย
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และจำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ และจำกัดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
  • พักผ่อนให้เพียงพอและออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • พบแพทย์เมื่อมีอาการทางเดินอาหารผิดปกติเรื้อรัง

เรื่องราวของบล็อกเกอร์สาววัย 25 ปีเป็นเครื่องเตือนใจว่า มะเร็งกระเพาะอาหารสามารถเกิดขึ้นในคนอายุน้อยได้ แม้โดยทั่วไปความเสี่ยงจะเพิ่มตามอายุ และสุขภาพส่วนตัว แต่พฤติกรรมเสี่ยงที่สาวรายนี้ทำ คือการกินอาหารฟาสต์ฟู้ด ชานมไข่มุก การนอนดึก หรือการงดอาหาร ดื่มน้ำน้อย เป็นประจำ เป็นสาเหตุเสริมโรค และทำลายสุขภาพโดยรวม แต่ไม่ใช่ต้นเหตุโดยตรงของโรคเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

สิ่งสำคัญกว่าการกลัวอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง คือการดูแลสุขภาพในภาพรวม ลดปัจจัยเสี่ยงที่ปรับเปลี่ยนได้ และไม่ปล่อยให้อาการผิดปกติเรื้อรังผ่านไปโดยไม่ได้รับการตรวจ เพราะการวินิจฉัยที่รวดเร็วย่อมช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้มากกว่า



Source link

Leave a Reply