
ต๋อย ไตรภพ เปิดตัวเลขโฆษณาทีวี จากนาทีละ 4 แสน เหลือ 2 หมื่น แจงปมเอกสารเลิกจ้าง
จากยุคที่รายการ Today Show เคยขายโฆษณาได้สูงสุดนาทีละ 400,000 บาท มาถึงวันที่ขายได้นาทีละ 20,000 บาทก็ถือว่าเก่งแล้ว ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์ เปิดภาพความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจโทรทัศน์ พร้อมชี้แจงกรณีเอกสารเกี่ยวกับการเลิกกิจการและเลิกจ้างพนักงานของบริษัท บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด ถูกเผยแพร่ โดยยืนยันว่าไม่ได้ปิดบริษัท แต่จำเป็นต้องปรับรูปแบบการดำเนินงานเพื่อไม่ให้ต้นทุนที่แบกรับอยู่กระทบหนักกว่าเดิม
แจงเอกสารเลิกจ้างเป็นร่างจากการประชุมภายใน
ก่อนหน้านี้ มีเอกสารระบุว่าบริษัทจะเลิกกิจการและเลิกจ้างพนักงานทุกตำแหน่ง มีผลวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 โดยให้เหตุผลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวและผลขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ต๋อยชี้แจงว่าเอกสารดังกล่าวเป็นร่างหนังสือที่จัดทำขึ้นจากการประชุมภายใน เพื่อเตรียมแจ้งสิทธิประโยชน์และค่าชดเชยตามกฎหมายแก่พนักงาน แนวคิดสำคัญคือการวางแผนในช่วงที่บริษัทยังสามารถดูแลพนักงานได้ แทนการฝืนดำเนินงานจนขาดทุนและไม่มีเงินเหลือจ่ายชดเชย
พิธีกรชื่อดังย้ำว่า เอกสารที่เผยแพร่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทปิดตัวลงแล้ว พร้อมระบุว่าเดิมตั้งใจจะชี้แจงเรื่องการปรับเปลี่ยนองค์กรอย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนธันวาคม ส่วนผู้ที่นำเอกสารออกไปเผยแพร่ ตนเชื่อว่าไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่อาจคิดไม่รอบคอบและต้องการนำเสนอข่าวก่อนผู้อื่น
ย้อนยุคโฆษณานาทีละ 4 แสน รายได้รองรับการผลิตเต็มรูปแบบ
ต๋อยเล่าว่า ในอดีตรายการ Today Show เคยขายโฆษณาได้สูงสุดนาทีละ 400,000 บาท ขณะที่รายการ ครัวคุณต๋อย เคยขายได้ประมาณนาทีละ 200,000 บาท หากขายเวลาโฆษณาได้ 3 นาทีครึ่ง จะมีรายได้ประมาณ 700,000 บาท ซึ่งช่วยรองรับงบผลิตรายการที่อยู่ราวตอนละ 600,000–700,000 บาทได้
งบประมาณดังกล่าวรองรับการทำงานหลายส่วน ตั้งแต่การเดินทางไปถ่ายทำอาหารตามจังหวัดต่าง ๆ ในช่วง “ไม่กินถือว่าผิด” การตั้งกองถ่ายเพื่อนำเสนอสูตรอาหารจากผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการบันทึกรายการในสตูดิโอขนาดใหญ่ ต๋อยระบุว่าการผลิตในรูปแบบนี้ใช้ทีมงานร่วม 50 คน จึงมีค่าใช้จ่ายที่ต้องบริหารอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ขายนาทีละ 2 หมื่นก็ยาก รายได้สวนทางต้นทุน
สถานการณ์ปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างมาก โดยต๋อยระบุว่าราคาโฆษณาลดลงมาอยู่ราวนาทีละ 20,000–30,000 บาท และการขายให้ได้นาทีละ 20,000 บาทก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว หากคิดจากเวลาโฆษณา 3 นาทีครึ่งที่อัตรานาทีละ 20,000 บาท จะมีรายได้ประมาณ 70,000 บาท ต่างจากระดับประมาณ 700,000 บาทในอดีตอย่างชัดเจน เมื่อรายรับลดลง แต่ยังต้องผลิตรายการด้วยทีมงานและกระบวนการเดิม จึงเป็นภาระที่บริษัทต้องทบทวน
สำหรับสถานะทางการเงิน ต๋อยยืนยันว่าตามงบดุลปัจจุบันบริษัทยังไม่ขาดทุน แต่ประเมินว่าหากฝืนผลิตรายการทีวีดิจิทัลด้วยรูปแบบเดิมต่อไป ปีหน้าอาจขาดทุนสูงถึง 50–60 ล้านบาท ตัวเลขนี้เป็นการคาดการณ์ผลกระทบในอนาคตตามคำชี้แจงของเขา และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องตัดสินใจปรับองค์กรตั้งแต่ตอนนี้
ยืนยันยังผูกพันผู้ชม พร้อมกลับมาเมื่อสถานการณ์เอื้อ
เมื่อถูกถามถึงความผูกพันกับแฟนรายการช่อง 3 ต๋อยตอบว่ายังคงมีให้ตลอดไป พร้อมเปรียบการตัดสินใจครั้งนี้เหมือนการขึ้นฝั่งในวันที่ทะเลมีคลื่นลมแรง เพื่อไม่ให้ลูกน้องต้องเผชิญความเสี่ยงไปด้วย เขายังยืนยันว่า หากสถานการณ์กลับมาเหมาะสม ก็พร้อมกลับมาทำงานอีกครั้ง
“ตลอดไป ผมบอกแล้วผมแค่ขึ้นฝั่งตอนนี้เพราะคลื่นลมทะเลแรงมาก เดี๋ยวจะเอาลูกน้องไปตายซะเปล่า ๆ แต่ไม่ต้องห่วง เมื่อไหร่ถ้าคลื่นลมสงบผมลงทะเลอีกแน่นอน”
คำชี้แจงของต๋อย ไตรภพ สะท้อนโจทย์ใหญ่ของผู้ผลิตรายการ เมื่อรายได้โฆษณาลดลงจนไม่สอดคล้องกับต้นทุน การปรับองค์กรจึงเป็นทางเลือกที่เขามองว่าจำเป็นเพื่อรักษาความสามารถในการดูแลทีมงาน ส่วนรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงและทิศทางของรายการหลังจากนี้ ต้องติดตามการชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อไป
