เปิดตัวสาว พ. ที่ชูวิทย์กล่าวหาว่า กู้เงินพันล้านจากแสนสิริไปซื้อที่ดินทองหล่อ เจ้าตัวงงตึ้บ จู่ ๆ ตกเป็นข่าวดัง หลังจากนี้ไม่รู้จะทำยังไงต่อ ได้แต่ไปลงบันทึกประจำวันว่าไม่ได้ทำ
1. จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ต้องย้อนไปเล่าเรื่องที่ดินทองหล่อ ซอย 12 มีทั้งหมด 10 โฉนด มี 9 โฉนดที่ทำเป็นคอนโด อีก 1 โฉนดไม่ได้ทำอะไร
2. ก่อนที่จะสร้างคอนโดนั้น มีบริษัทหนึ่งถือโฉนดที่ดินเอาไว้ เป็นบริษัทจริง ทุนจดทะเบียน 100 ล้าน ผู้ถือหุ้น 4 คน คนละ 25% ประกอบอาชีพหมอ พร้อมกับจดจำนองไว้กับธนาคาร 465 ล้าน
3. จากนั้นมีบริษัทนอมินี (เอ็น แอ็นด์ เอ็น แอสเซ็ท จำกัด) แห่งหนึ่งเข้ามาขอซื้อที่ดินต่อ ซึ่งราคาจริงที่ต้องจ่ายคือ 100 ล้านจากทุนจดทะเบียน บวกกับ 465 ล้านที่จดจำนอง รวมทั้งสิ้น 565 ล้าน เมื่อการซื้อขายเสร็จสิ้น ก็เปลี่ยนผู้ถือหุ้นของบริษัทนอมินี มีทั้งหมด 3 คน ได้แก่
– พ. (แม่บ้าน) ถือหุ้น 99.99%
– ส. (รปภ.) ถือหุ้น 0.0001%
– พร. (รปภ.) ถือหุ้น 0.0001%
4. เมื่อเข้าไปตรวจสอบประวัติของแม่บ้านที่ถือหุ้น พบว่า เป็นชาว จ.มหาสารคาม ไม่มีการเสียภาษี ส่วน รปภ. คนหนึ่งเป็นชาว จ.มหาสารคาม คนหนึ่งเป็น จ.ร้อยเอ็ด จึงตั้งข้อสงสัยว่า คนเหล่านี้เอาเงินจากไหนไปซื้อที่ดินจริงมูลค่า 565 ล้านบาท
ตนตรวจสอบเชิงลึก พบว่า บริษัทลูก (บริษัท อาณาวรรธน์ จำกัด) ของบริษัทแสนสิริ มีการให้บริษัทนอมินีกู้เงิน 1,000 ล้านบาท แล้วนิติกรรมทั้งหมด เกิดขึ้นในวันเดียวกับวันที่เอาแม่บ้านมาถือหุ้นบริษัทนอมินี
เงิน 435 ล้านหายไปไหนหลังซื้อที่ดินเสร็จ
นายชูวิทย์ตั้งข้อสงสัยว่า เมื่อกู้เงินมา 1,000 ล้านบาท จ่ายเงินค่าที่ดินไป 565 ล้านบาท แล้วเงินอีก 435 ล้านบาทที่เหลือนั้นหายไปไหน รวมถึงบริษัทที่ให้กู้เงิน ไม่มีการตรวจสอบประวัติผู้ถือหุ้นที่เป็นแม่บ้านหน่อยหรือ ? อีกทั้งชื่อของนายเศรษฐา ก็เป็นกรรมการบริษัทแม่และบริษัทลูกด้วย เรื่องแบบนี้นายเศรษฐาจะไม่รู้เรื่องหรือ ?
ผ่านไป 2 ปี บริษัทนอมินีดังกล่าวก็เปลี่ยนผู้ถือหุ้นจากแม่บ้านเป็นนาย ย. และปล่อยให้อยู่ในสภาพบริษัทร้าง ไม่มีการส่งบัญชีแล้ว
แสนสิริ ยืนยัน ทำทุกอย่างโปร่งใส
ด้านบริษัทแสนสิริ ยืนยันว่า การจัดซื้อที่ดินดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายแก่คนที่บิดเบือนข้อมูล ทำให้ชื่อเสียงของบริษัทเสียหาย
นอกจากนี้ ยังมีการนำข้อมูลเปรียบเทียบด้วยว่า การซื้อที่ดินของบริษัทในราคา 1,000 ล้าน เป็นราคาที่เหมาะสม ถ้าเทียบกับที่ดินใกล้เคียงที่มีราคาประเมินไล่เลี่ยกัน เช่น ทองหล่อ 10 ราคา 1,300 ล้าน, ทองหล่อ 14 ราคา 1,700 ล้านบาท เป็นต้น ส่วนเรื่องที่ซื้อที่ดินในระดับหลักร้อยล้าน เป็นการกล่าวหาไม่สมเหตุสมผล เพราะคงไม่มีใครยอมขายราคานี้แน่นอน
แม่บ้านผู้ถือหุ้นช็อก งงจัดไปถือหุ้นตอนไหน
ด้านนางสาว พ. เปิดเผยว่า รู้สึกช็อกมากที่ตกเป็นข่าว ยืนยันว่าไม่เคยเป็นนอมินีซื้อที่ดินอะไร ไม่เคยกู้ยืมเงินระดับพันล้าน แต่เคยทำงานที่กรุงเทพฯ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ขายของที่ห้างสรรพสินค้าที่ยูเนี่ยน มอลล์ เป็นลูกจ้าง แล้วค่อยกลับมาอยู่บ้านที่ จ.มหาสารคาม
ในเดือนที่แล้ว มีคนมาที่บ้านของเธอแล้วถามอะไรแปลก ๆ รวมถึงข่าวที่ออกมาก็มีบัตรประจำตัวประชาชนของเธอด้วย ขอยืนยันว่า ไม่เคยประกอบอาชีพแม่บ้าน และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนไปลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าเช้านี้
