เตือนหนุ่มๆ! อย่าใส่ “ถุงยาง” ไว้ในกระเป๋าสตางค์ เสี่ยงรั่ว-พังไม่รู้ตัว
คุณเคยเห็นคนใกล้ตัว (หรือตัวเอง) ที่มีกระเป๋าสตางค์ตุงๆ ไม่ใช่เพราะเงินเยอะ แต่เพราะพก “ถุงยางอนามัย” ติดตัวไว้ตลอดเวลาไหม? หลายคนคิดว่านี่คือการ “เตรียมพร้อม” ที่ชาญฉลาด แต่ความจริงแล้ว นิสัยนี้กำลังทำให้คุณและคู่รักเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ทำไมกระเป๋าสตางค์ถึงไม่ใช่ที่อยู่ของถุงยาง?
ถุงยางส่วนใหญ่ทำจาก ยางธรรมชาติ (Natural Rubber Latex) ซึ่งอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมมาก กระเป๋าสตางค์มีศัตรูตัวฉกาจ 3 อย่างคือ: ความร้อน, การเสียดสี และการกดทับ
-
ความร้อน: การใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ในกางเกง อุณหภูมิจากร่างกายจะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น กรอบ และแตกง่าย
-
การเสียดสี: การเปิด-ปิดกระเป๋าบ่อยๆ ทำให้ซองถุงยางถูกเสียดสีจนเกิดรอยฉีกขาดเล็กๆ ที่มองไม่เห็น ส่งผลให้อากาศและแบคทีเรียเข้าไปทำลายคุณภาพยาง
-
การกดทับ: เหรียญ บัตรเครดิต หรือกุญแจในกระเป๋า จะกดทับซองถุงยางจนเกิดรูรั่ว หรือทำให้เนื้อยางบางลงจนเป็นจุดอ่อน
ในรถก็ห้ามเก็บ!
บางคนเลือกเก็บไว้ในลิ้นชักหน้ารถหรือคอนโซลกลาง ซึ่งอันตรายพอกัน:
-
หน้าร้อน: อุณหภูมิในรถที่จอดตากแดดอาจสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส ซึ่งฆ่าประสิทธิภาพของถุงยางได้ทันที
-
หน้าหนาว: อากาศที่เย็นจัดเกินไปก็ทำให้ยางเปราะ
-
แสงแดด: รังสียูวีทำลายโครงสร้างของลาเท็กซ์โดยตรง
วิธีเก็บรักษาที่ถูกต้อง
หลักการง่ายๆ คือ: เย็น, แห้ง และพ้นแสง
-
ที่ที่เหมาะสม: ลิ้นชักหัวเตียง, ตู้เสื้อผ้า หรือตู้กระจกในห้องน้ำ (ที่ไม่ชื้นเกินไป)
-
ถ้าต้องพกติดตัว: ควรใส่เฉพาะวันที่คิดว่าจะได้ใช้ หรือใช้ “กล่องพกพา” ที่เป็นโลหะหรือพลาสติกแข็งเพื่อป้องกันการกดทับและเสียดสี ไม่ควรแช่ไว้ในกระเป๋าสตางค์เกิน 1 สัปดาห์
เช็กก่อนใช้…อย่าฝากชีวิตไว้กับดวง
ก่อนใช้งานเสียเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อเช็ก 3 อย่างนี้:
-
ดูซอง: มีรอยถลอก รูรั่ว หรือสีซีดไหม?
-
ลองสัมผัส: บีบซองเบาๆ ต้องรู้สึกว่ามี “ฟองอากาศ” อยู่ข้างใน (ถ้าบีบแล้วแฟบ แสดงว่ารั่ว) และต้องสัมผัสได้ถึงความลื่นของสารหล่อลื่น
-
ดมกลิ่น: ถ้ามีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวหรือกลิ่นยางฉุนผิดปกติ แสดงว่าเสื่อมสภาพ
อย่าเสียดายเงินไม่กี่บาทแล้วแลกกับความเสี่ยงครั้งใหญ่ หากไม่มั่นใจในสภาพการเก็บรักษา “ทิ้งแล้วเปลี่ยนใหม่” ปลอดภัยที่สุด
