กล้าหรือไม่ ผุดจ๊อบพิเศษ ประกาศหาคนดูที่สุดของหนังสยอง 13 เรื่องใน 10 วัน รับค่าจ้างเกือบครึ่งแสน ร่วมโปรเจกต์เทสต์อัตราการเต้นหัวใจ พิสูจน์หนังทุนสูง ทำได้น่ากลัวว่าทุนต่ำ หรือไม่ ?
โดยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 FinanceBuzz ประกาศพร้อมจ้างคนที่จะมาร่วมวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจระหว่างชมหนังสยองขวัญ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทดลองว่า หนังสยองขวัญที่ใช้ทุนสูงจะสร้างความหวาดกลัวได้มากกว่าหนังที่ใช้ทุนสร้างต่ำหรือไม่
FinanceBuzz ระบุว่า ในบรรดาหนังจอเงินทั้งหลาย หนังประเภทที่ทำกำไรได้มากที่สุดก็คือหนังสยองขวัญ ซึ่งบางครั้งก็พบว่าสิ่งที่สร้างความขนหัวลุกจนหนาวยะเยือกไปถึงกระดูก อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับสเปเชียลเอฟเฟกต์ระดับไฮเอนด์ หรือ CG ขั้นเทพเพียงเท่านั้น แต่อาจเป็นผลจากการสร้างสตอรี่
ในขณะที่หนังสยองขวัญบางเรื่องมีงบประมาณสร้างสูงเกือบเท่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ แต่บางเรื่องกลับใช้ทุนสร้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังเช่น Paranormal Activity (2007) ที่ใช้ทุนสร้างเพียง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5 แสนบาท) แต่ทำเงินกว่า 193 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.5 พันล้านบาท) ในบ็อกซ์ออฟฟิศ
ดังนั้นเพื่อจะค้นหาความจริงว่า งบประมาณของหนังสยองขวัญจะส่งผลต่อความน่ากลัวของหนังจริง ๆ หรือไม่ FinanceBuzz จึงเตรียมจ้างคนมาทำการทดสอบไปด้วยกัน โดยมอบหมายภารกิจให้ดูหนังสยองขวัญที่สุด 13 เรื่อง ตามลิสต์ด้านล่างนี้ ซึ่งจะมีทั้งหนังทุนสูงและทุนต่ำผสมกัน
– Saw
– Amityville Horror
– A Quiet Place
– A Quiet Place Part 2
– Candyman
– Insidious
– The Blair Witch Project
– Sinister
– Get Out
– The Purge
– Halloween (2018)
– Paranormal Activity
– Annabelle
โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับสมาร์ตวอตช์ Fitbit ไปจับอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างการดูหนังสยองขวัญ นอกจากนี้ยังจะต้องจัดอันดับโดยคาดการณ์เอาว่าหนังเรื่องใดน่าจะใช้ต้นทุนสักเท่าไหร่ ตามความคิดของตัวเอง
สำหรับผลตอบแทนนั้นบอกเลยว่าไม่น้อย โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะได้รับค่าจ้างเป็นเงิน 1,300 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 43,000 บาท) บัตรของขวัญมูลค่า 50 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,600 บาท) และสมาร์ตวอตช์ Fitbit ไปเลย
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะมีเวลาในการรับชมหนังสยองทั้ง 13 เรื่อง ระหว่างวันที่ 9 – 18 ตุลาคม 2564 อย่างไรก็ตาม คนที่จะสมัครมาร่วมวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจจากการดูหนังสยองขวัญ ยังต้องมีเงื่อนไขอีกเล็กน้อย นั่นคือเป็นคนที่อยู่ในสหรัฐฯ และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
ขอบคุณข้อมูลจาก FinanceBuzz
