
เปิดตำนาน “ไทเฮา” ที่ฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ลักลอบมีความสัมพันธ์พระสงฆ์ สู่การพาฮองเฮาไปเปิดหอนางโลม
หากกล่าวถึงราชวงศ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความพฤติกรรมหลุดโลกและคดโกงที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ราชวงศ์เป่ยฉี หรือ ฉีเหนือ มักถูกยกขึ้นมาพูดถึงเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากเหล่าจักรพรรดิและพระราชวงศ์ต่างเต็มไปด้วยเรื่องราวฉาวโฉ่และการแย่งชิงอำนาจอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้ราชวงศ์ต้องล่มสลายลงอย่างรวดเร็วด้วยเวลาเพียง 27 ปีเท่านั้น
วีรกรรมสุดฉาว! จากพระราชวังหลวงสู่ความสัมพันธ์ซ่อนเร้นกับพระสงฆ์
หนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในพงศาวดารนอกประวัติศาสตร์คือ “หูไทเฮา” พระอัครมเหสีในจักรพรรดิเป่ยฉีอู่เฉิง (เกาจ้าน) โดยในระหว่างที่พระสวามีทรงมีพระอุปนิสัยโหดร้ายและมัวเมาในสุรา หูไทเฮากลับแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ “เหอซื่อไค” ขุนนางคนสนิทของพระสวามี และเมื่อพระสวามีและคนรักเสียชีวิตลง พระนางยังคงไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว
เรื่องราวฉาวโฉ่ถึงขีดสุดเมื่อพระนางได้พบกับพระสงฆ์นามว่า “ถานเซี่ยน” และต้องการนำตัวพระสงฆ์รวมถึงศิษย์เข้ามาเสพสุขในพระราชวังหลวง จึงออกอุบายจับพระสงฆ์มาแต่งหน้าทาปาก ทาแป้ง แต่งกายเป็น “แม่ชี” เพื่อหลอกตาขุนนางและจักรพรรดิเกาเหว่ย (พระราชโอรส)
ทว่าเรื่องกลับแตกเมื่อจักรพรรดิทรงพบแม่ชีที่มีหน้าตาสวยงามและพยายามจะเข้าร่วมสัมพันธ์ แต่กลับพบว่าแท้จริงแล้วเป็นบุรุษเพศ ทำให้พระสงฆ์ทั้งหมดถูกประหารชีวิตและหูไทเฮาถูกกักบริเวณ
พงศาวดารนอกเล่าขาน! จากฮองไทเฮาสู่การเปิดหอนางโลม
ภายหลังจากราชวงศ์เป่ยฉีพ่ายแพ้สงครามและล่มสลายลง พงศาวดารนอกประวัติศาสตร์ได้ระบุเรื่องราวสุดอัศจรรย์ใจว่า หูไทเฮาและ “มู่ฮองเฮา” (พระสุนิสา) ต้องลี้ภัยและขาดรายได้ในการดำรงชีวิต ด้วยความที่ทั้งสองยังมีรูปร่างหน้าตาและเสน่ห์ดึงดูด จึงตัดสินใจเปิด “หอนางโลม” (ซ่อง) เพื่อหาเลี้ยงชีพ
ด้วยการชูจุดขายว่าผู้ให้บริการคือ “อดีตฮองไทเฮาและฮองเฮาแห่งราชวงศ์ก่อน” ทำให้บรรดาลูกค้าเดินทางมาอุดหนุนอย่างไม่ขาดสาย ถึงขั้นมีคำกล่าวอ้างว่าหูไทเฮาเคยปรารภคำฮิตว่า “เป็นฮองไทเฮาหรือจะสบายเท่าเป็นนางโลม”
อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์มองว่าเรื่องราวการเปิดซ่องเป็นเพียงการแต่งเติมของวรรณกรรมพื้นบ้าน เพื่อเสียดสีความตกต่ำและพฤติกรรมอันฉาวโฉ่ของพระราชวงศ์เป่ยฉีที่ถูกจดจำในฐานะบทเรียนประวัติศาสตร์
