รู้จัก “จอย จามจุรี เชิดโฉม” อดีตนางร้ายในตำนานยุค 90 ทิ้งวงการตอนกำลังรุ่ง
รู้จัก “จอย จามจุรี เชิดโฉม” อดีตนางร้ายในตำนานยุค 90 ทิ้งวงการตอนกำลังรุ่ง


รู้จัก “จอย จามจุรี เชิดโฉม” อดีตนางร้ายในตำนานยุค 90 ลาวงการหลังแต่งงานเป็นคุณแม่ลูกสอง

หากพูดถึงนางร้ายระดับตำนานของวงการละครไทยในช่วงปลายยุค 80 ต่อเนื่องถึงยุค 90 ชื่อของ จอย จามจุรี เชิดโฉม คือหนึ่งในนักแสดงที่แฟนละครจำนวนมากยังคงจดจำได้ ด้วยใบหน้าสวยหวานระดับนางเอก แต่เมื่อเข้าฉากกลับพลิกบทบาทเป็นตัวอิจฉาได้อย่างถึงอารมณ์ โดยเฉพาะน้ำเสียงแหลมสูงอันเป็นเอกลักษณ์ที่กลายเป็นภาพจำของเธอ

จอยเคยฝากผลงานไว้กับละครดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปัญญาชนก้นครัว, ตำรับรัก, บัวแล้งน้ำ, ทายาทอสูร และอีกหลายเรื่อง ก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้วงการในช่วงที่กำลังมีชื่อเสียง เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัว กระทั่งหลายปีต่อมา แฟนๆ ก็ได้เห็นเธอกลับมาปรากฏตัวบนหน้าจออีกครั้ง

ประวัติ จอย จามจุรี เชิดโฉม

จามจุรี เชิดโฉม หรือชื่อเล่นว่า จอย เกิดวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2511 มีพื้นเพอยู่ที่อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี คุณพ่อรับราชการเป็นทหารอากาศ และจอยเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัวที่มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน ชีวิตในวัยเด็กของเธอค่อนข้างเรียบง่าย และเคยช่วยพี่ๆ ทำน้ำเต้าหู้ขายเพื่อหารายได้เสริมให้ครอบครัว

เมื่อเข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ เส้นทางชีวิตของสาวอุดรธานีก็เริ่มเปลี่ยนไป จอยก้าวเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุประมาณ 17 ปี โดยเข้าประกวด นางสาวไทย ปี พ.ศ. 2529 แม้ครั้งนั้นจะไม่ผ่านเข้ารอบ แต่เธอก็ไม่ได้หยุดเส้นทางบนเวทีประกวดไว้เพียงเท่านั้น

จากเวทีประกวด สู่การเป็นนางแบบและนักแสดง

ในปีเดียวกัน จอยได้เข้าประกวด นางนพมาศแดนเนรมิต และสามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 พร้อมรางวัลขวัญใจช่างภาพมาได้ ความโดดเด่นจากเวทีนี้ทำให้เธอเริ่มเป็นที่สนใจ มีงานถ่ายแบบนิตยสารและโฆษณาตามมา ก่อนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว

งานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของจอยคือ อีกสิบวันโลกจะแตก ในปี พ.ศ. 2530 ซึ่งเธอได้รับบทเป็นนางเอก ก่อนจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง บ๊าย..บาย ไทยแลนด์ ตามมา โดยหอภาพยนตร์แห่งชาติยังมีข้อมูลระบุชื่อ จามจุรี เชิดโฉม เป็นหนึ่งในนักแสดงของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวด้วย

“ปัญญาชนก้นครัว” จุดเปลี่ยนจากสาวหน้าหวานสู่นางร้ายระดับตำนาน

หลังจากทำงานภาพยนตร์ จอยเริ่มเข้าสู่วงการละครโทรทัศน์กับค่ายกันตนา โดยหนึ่งในผลงานช่วงแรกคือ ผีกุ๊กกิ๊ก ทางช่อง 7 ก่อนที่จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการแสดงจะมาถึง เมื่อ สุรางค์ เปรมปรีดิ์ หรือ “คุณแดง” มองเห็นเอกลักษณ์จากน้ำเสียงแหลมสูงของเธอ และแนะนำให้ลองเปลี่ยนมารับบทตัวอิจฉา

บทบาทนั้นคือ “อรวิลาศ” ในละครเรื่อง ปัญญาชนก้นครัว ซึ่งกลายเป็นบทแจ้งเกิดของจอยอย่างเต็มตัว เธอเข้าฉากคู่กับ ดวงตา ตุงคะมณี ซึ่งรับบทเป็นคุณแม่ จนเคมีของทั้งคู่กลายเป็นที่จดจำ และมีคำเรียกติดหูอย่าง “คุณลูกขา” ที่แฟนละครในยุคนั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี

จอย จามจุรี กับฉายา “นางร้ายหน้าสวย”

หลังแจ้งเกิดจากบทอรวิลาศ จอยมีผลงานละครตามมาอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่ได้รับบทตัวร้ายอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น กระเช้ารัตน์ ในเรื่อง ตำรับรัก หรือ มนตรา ใน บัวแล้งน้ำ รวมถึงผลงานอย่าง ทายาทอสูร, พ่อปลาไหล แม่พังพอน, เมืองโพล้เพล้ และ พรพรหมอลเวง

แม้คนดูจะคุ้นเคยกับเธอในฐานะนางร้าย แต่ด้วยใบหน้าที่สวยหวานและบุคลิกโดดเด่น จอยจึงได้รับฉายาจากแฟนละครว่าเป็น “นางร้ายหน้าสวย” อีกคนของวงการ และความสามารถของเธอก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบทอิจฉาเท่านั้น เพราะยังเคยพลิกมารับบทผู้หญิงน่าสงสารในละคร เพลิงพ่าย ทางช่อง 9 อีกด้วย

ผลงานเรื่องเพลิงพ่ายยังทำให้ชื่อของจามจุรีได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ในช่วงปี พ.ศ. 2533 สะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้ภาพจำของ “นางร้ายเสียงแหลม” เธอเป็นนักแสดงที่สามารถรับบทได้หลากหลายกว่าที่หลายคนคุ้นเคย

เหตุผลที่ จอย จามจุรี หายไปจากวงการบันเทิง

ในช่วงที่ชื่อเสียงกำลังอยู่ในระดับสูง จอยกลับตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตอีกแบบ หลังแต่งงานและมีครอบครัว เธอลดบทบาทในวงการบันเทิงลง เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการเป็นคุณแม่ลูกสอง ทำให้แฟนละครไม่ได้เห็นเธอบนหน้าจออย่างต่อเนื่องเหมือนในอดีต 

อย่างไรก็ตาม จอยไม่ได้หายไปจากงานแสดงเสียทีเดียว โดยในปี พ.ศ. 2553 เธอเคยกลับมารับเชิญในละคร นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ทางช่อง 7 ก่อนจะเว้นช่วงจากงานละครไปอีกระยะหนึ่ง

จอย จามจุรี กับลูกๆ

คืนจออีกครั้งใน “มนต์รักแม่กลอง”

กระทั่งปี พ.ศ. 2567 แฟนละครรุ่นเก่าก็ได้เห็น จอย จามจุรี เชิดโฉม กลับมารับงานละครอีกครั้งแบบเต็มๆ ในเรื่อง มนต์รักแม่กลอง ทางช่อง one31 โดยรับบทเป็น “คุณนายเพ็ญแสง” ตัวละครที่มีสีสันและมีบทบาทสำคัญกับเรื่อง เรียกได้ว่าเป็นการกลับคืนหน้าจอที่ทำให้ผู้ชมซึ่งเติบโตมากับละครยุค 90 หายคิดถึงไม่น้อย

แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี แต่ภาพของจอยในบทนางร้ายหน้าสวย น้ำเสียงแหลมเป็นเอกลักษณ์ และฝีมือการแสดงที่ทำให้คนดูทั้งหมั่นไส้และจดจำ ก็ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของแฟนละครมาจนถึงปัจจุบัน จึงไม่แปลกที่ทุกครั้งที่ชื่อของ จามจุรี เชิดโฉม กลับมาเป็นที่พูดถึง หลายคนจะนึกถึงหนึ่งใน “นางร้ายระดับตำนาน” ของละครไทยทันที

มนต์รักแม่กลอง (2567)

ผลงานเด่นของ จามจุรี เชิดโฉม

  • ผีกุ๊กกิ๊ก (พ.ศ. 2530) รับบท ฟ้า
  • ปัญญาชนก้นครัว (พ.ศ. 2531) รับบท อรวิลาศ
  • ตำรับรัก (พ.ศ. 2532) รับบท กระเช้ารัตน์
  • บัวแล้งน้ำ (พ.ศ. 2533) รับบท มนตรา
  • เพลิงพ่าย (พ.ศ. 2533) รับบท ไอลดา
  • พ่อปลาไหล แม่พังพอน (พ.ศ. 2534) รับบท ทรงสุดา
  • ทายาทอสูร (พ.ศ. 2535) รับบท นิลุบล
  • เมืองโพล้เพล้ (พ.ศ. 2535) รับบท สุดโสภา
  • พรพรหมอลเวง (พ.ศ. 2535) รับบท สุนันท์
  • นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว (พ.ศ. 2553) นักแสดงรับเชิญ
  • มนต์รักแม่กลอง (พ.ศ. 2567) รับบท คุณนายเพ็ญแสง



Source link

Leave a Reply