Buddha, Zen and Wisdom

เจตนามีกรรมมา เจตนาไม่มากรรมไม่มี

เจตนามีกรรมมา เจตนาไม่มากรรมไม่มี
Written by Apple Td

กรรม…… ที่แท้จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 2 ประการคือ
หลักเกณฑ์ข้อที่ 1. ‘ผู้ทำมีเจตนา
มีหลักการที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ในนิพเพธิกสูตร ฉักกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า
เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วทามิ‘…แปลว่า ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่าเจตนาเป็นกรรม
เจตนา…… ได้แก่ ความตั้งใจหรือความรับรู้ ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 อย่างคือ
1.
บุพเจตนาเจตนาก่อนทำ
2.
มุญจนเจตนาเจตนาในเวลาทำ
3.
อปราปรเจตนาเจตนาเมื่อได้ทำไปแล้ว

การกระทำโดยมีเจตนา เกิดขึ้นในตอนใดตอนหนึ่ง ถือว่าเป็นกรรมทั้งสิ้น
ส่วนการกระทำที่ไม่มีเจตนา คือใจไม่ได้สั่งให้ทำ
ไม่จัดว่าเป็นกรรม เช่น คนเจ็บซึ่งมีไข้สูง เกิดเพ้อคลั่ง แม้จะพูดคำหยาบออกมา

เอามือหรือเท้าไปถูกใครเข้าก็ไม่เป็นกรรม ในทางวินัยก็ยกเว้นให้
พระที่วิกลจริตซึ่งล่วงเกินสิกขาวินัย
ไม่ต้องอาบัติ ทั้งนี้ก็โดยหลักที่ว่าถ้าผู้ทำไม่มีเจตนา การกระทำนั้นก็ไม่เป็นกรรม

ส่วนหลักเกณฑ์ข้อที่ 2 การกระทำนั้นจะต้องให้ผลเป็นบุญหรือบาป
ก็เพื่อแยก การกระทำของพระอรหันต์
ออกจากการกระทำของปุถุชนเนื่องจากพระอรหันต์ เป็นผู้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ
ไม่มีความยึดถือในตัวตน การกระทำเรียกว่า อัพยากฤต ไม่นับว่าเป็นกรรมดี
หรือกรรมชั่ว บุญและบาปไม่มี การกระทำของพระอรหันต์
จึงไม่เรียกว่า กรรมแต่เรียก กิริยา

ส่วนปุถุชน ยังมีความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนอยู่ จะทำอะไรก็ยังยึดถือว่าตนเป็นผู้กระทำ
การกระทำของปุถุชน..จึงเป็นกรรม ย่อมจะก่อให้เกิดวิบาก หรือผล..เสมอ….

กรรมดี‘…ก็ก่อให้เกิดบุญ…  ‘กรรมชั่ว‘…ก็ก่อให้เกิดบาป

คติธรรม ~~พระธรรมสิงหบุราจารย์~~หลวงพ่อจรัญ จิตธัมโม

About the author

Apple Td

Leave a Comment

Translate »