พลังสองขั้วที่กำหนดตัวเรา
มนุษย์มีพลังงานสองแบบอยู่ในร่างกายของเราทุกคน แบบที่หนึ่งคือ พลังงานจากมารขาว เป็นพลังงานด้านบวกทำให้ชีวิตของเราเป็นสุข อิ่มเอม สดชื่น ปิติสุขยินดี ส่วนแบบที่สองคือ พลังงานจากมารดำ จะเป็นพลังงานด้านลบในชีวิต เป็นความหดหู่ ความโลภ โกรธ หลง ความคับแค้นใจ และ ทิฐิ ในแต่ละวันพลังงานทั้งสองแบบนี้จะหมุนเวียนไปทั่วร่างกายของเรา บางวันความคิดด้านบวกจากมารขาวเป็นฝ่ายชนะ บางวันความคิดด้านลบจากมารดำ เป็นฝ่ายชนะ อยู่ที่ว่าเราจะให้อาหารมารฝ่ายไหน
ความคิดของคนเราเปรียบเสมือนมาร แล้วมารสองพวกนี้เอาพลังงานมาจากไหน คำตอบก็คือ อาหารที่ตัวเราให้ในแต่ละวันนั้นแหละ ตั้งแต่ตื่นนอน จนเข้านอน เหตุการณ์ที่เราพบเจอในแต่ละวันคืออาหารอันโอชะของมัน ถ้าเราตื่นมาพร้อมกับอารมณ์ที่เสีย เจอแต่เหตุการณ์ที่ทำให้หงุดหงิด นั้นก็คือ เราเริ่มให้อาหารมารดำ แต่ถ้าเราตื่นมาพร้อมกับอารมณ์ที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใจ เจอแต่เหตุการณ์ดี ๆ นั้นก็คือเราเริ่มให้อาหารมารขาว แต่อย่าลืมว่า เวลาเราเจอ สถานการณ์แย่ ๆ บางครั้งมันก็คือกรรมเก่าที่เราต้องเผชิญ ที่เราต้องชดใช้ จากการ กระทำ ในอดีตที่ผ่านมาของเราด้วย ส่วนกรรมใหม่คือการตัดสินใจว่า เราจะจัดการกับสถานการณ์นั้นอย่างไร เช่น เราตอบโต้ด้วยวิธี ตาต่อต่อ ฟันต่อฟัน เท่ากับเราให้อาหารมารดำแล้ว เรื่องคงยุ่ง วุ่นวาย ไม่จบ ไม่สิ้น หรือเราจะใช้วิธีจัดการกับสถานการร์อย่างมีสติ อดทน มองข้าม ปล่อยวางนั้นคือการให้อาหารมารขาว ดั้งนั้น เราต้องหมั่นลดอาหารของมารดำ เพื่อให้มันอ่อนแอลงไป และหมั่นให้อาหารมารขาวบ่อย ๆ เพื่อให้มันแข็งแรง เมื่อมารขาวแข็งแรง ชีวิตเราก็จะอยู่ดีมีสุขไปตามพฤติกรรมจากการคิดดี พูดดี และทำดี
สุดท้ายเราจะให้ฝ่ายไหนเป็นผู้ชนะอยู่ที่เราเลือกเองว่าเราจะให้อาหารฝ่ายไหน
