
เปิดสถิติ 3 ประเทศ พบยอด “ผู้เสียชีวิตลำพัง” ในบ้านมากที่สุด อึ้ง ญี่ปุ่นพบกว่า 7.6 หมื่นราย เกาหลีใต้–สวีเดนพบมากรองมา
ในปี 2025 ตำรวจญี่ปุ่นพบผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียวและเสียชีวิตในบ้านถึง 76,941 ราย ในจำนวนนี้กว่า 2.2 หมื่นรายถูกพบเมื่อเวลาผ่านไปอย่างน้อย 8 วัน ขณะที่เกาหลีใต้และสวีเดนต่างมีรายงานการเสียชีวิตในลักษณะใกล้เคียงกัน โดยพบผู้ชายมากกว่าผู้หญิงทั้งสองประเทศ
เมื่อเรียงตามจำนวนที่รายงานในข้อมูลชุดนี้ ญี่ปุ่นมียอดสูงสุด ตามด้วยเกาหลีใต้และสวีเดน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขมาจากคนละปีและใช้เกณฑ์นับต่างกัน ลำดับนี้จึงสะท้อนเฉพาะยอดในรายงานทั้งสามชุด การจัดอันดับโลกหรือเปรียบเทียบว่าประชากรประเทศใดเสี่ยงกว่ากันต้องอาศัยข้อมูลที่ใช้เกณฑ์เดียวกัน
1. ญี่ปุ่น พบผู้ที่อยู่คนเดียวและเสียชีวิตในบ้าน 76,941 ราย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นรายงานว่า ในปี 2025 มีผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียวและเสียชีวิตภายในบ้าน 76,941 ราย คิดเป็นประมาณ 37.6% ของผู้เสียชีวิต 204,562 รายที่ตำรวจทั่วประเทศรับดำเนินการในปีนั้น ในกลุ่มที่เสียชีวิตลำพัง มีผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 58,919 ราย หรือ 76.6% เพิ่มขึ้น 875 รายจากปี 2024
แม้หลายคนจะถูกพบภายในวันเดียวกับที่คาดว่าเสียชีวิตหรือวันถัดมา แต่ยังมีอีกหลายกรณีที่ผ่านไปหลายวันกว่าจะมีคนพบ ข้อมูลของตำรวจแบ่งตามช่วงเวลาไว้ดังนี้
- พบในวันที่คาดว่าเสียชีวิตหรือวันถัดมา 28,398 ราย
- พบหลังผ่านไป 2–3 วัน 15,865 ราย
- พบหลังผ่านไป 4–7 วัน 10,456 ราย
- พบหลังผ่านไปอย่างน้อย 8 วัน 22,222 ราย
คำว่า “โคโดคุชิ” (Kodokushi) มักใช้พูดถึงการเสียชีวิตตามลำพัง ส่วนคณะทำงานของรัฐบาลญี่ปุ่นใช้คำว่า “โคริทสึชิ” (Koritsushi) กับกรณีที่พบผู้เสียชีวิตหลังผ่านไปอย่างน้อย 8 วันตามเกณฑ์ของรายงาน กลุ่มนี้คิดเป็น 28.9% ของผู้ที่อยู่คนเดียวและเสียชีวิตในบ้านทั้งหมด
ในกลุ่มที่ถูกพบหลังผ่านไปอย่างน้อย 8 วัน มีผู้ชาย 17,620 ราย หรือประมาณ 3.8 เท่าของผู้หญิง และ 71.6% เป็นผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ข้อมูลยังระบุว่ามี 7,148 รายที่ถูกพบหลังผ่านไปมากกว่าหนึ่งเดือน ในจำนวนนี้มี 208 รายที่กว่าจะถูกพบก็ผ่านไปนานกว่าหนึ่งปี
2. เกาหลีใต้ รายงานการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว 3,924 ราย
กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเกาหลีใต้รายงานว่า ปี 2024 พบการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว หรือ “โกด็อกซา” (Godoksa) จำนวน 3,924 ราย เพิ่มขึ้น 7.2% จาก 3,661 รายในปีก่อน โดยพบมากในผู้ชาย โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 50–69 ปี ตัวเลขนี้สะท้อนว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยกลางคน
เกาหลีใต้เก็บข้อมูลภายใต้กรอบกฎหมายเฉพาะ โดยพิจารณาว่าผู้เสียชีวิตใช้ชีวิตอย่างแยกขาดจากสังคมหรือขาดการติดต่อกับคนรอบตัวอย่างไร เกณฑ์นี้ให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ทางสังคม ขณะที่ยอด 76,941 รายของญี่ปุ่นใช้ข้อมูลของผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียวและเสียชีวิตในบ้านที่ตำรวจรับดำเนินการ
3. สวีเดน พบผู้เสียชีวิตในบ้านที่ถูกพบล่าช้า 897 ราย
สำนักงานนิติเวชแห่งชาติสวีเดน หรือ Rättsmedicinalverket รายงานว่า ปี 2024 มีผู้เสียชีวิตในบ้าน 897 รายในกลุ่มที่หน่วยงานจัดเข้าข่ายถูกพบหลังเสียชีวิตประมาณหนึ่งสัปดาห์ขึ้นไป ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 661 ราย และมีผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี 592 ราย
ตัวเลขนี้มาจากคดีที่ตำรวจส่งให้หน่วยงานนิติเวชตรวจสอบและพบผู้เสียชีวิตในที่พักอาศัยส่วนบุคคล บางกรณีมีข้อมูลวันเสียชีวิตไม่ครบ หน่วยงานจึงต้องใช้ข้อมูลช่วงเวลาที่พบผู้เสียชีวิตหรือช่วงที่มีคนเห็นครั้งสุดท้ายมาประกอบการจัดกลุ่ม
การอยู่คนเดียวกับการขาดคนติดต่อ 2 สถานการณ์นี้ต่างกัน
ในญี่ปุ่น ประเด็นนี้มักถูกพูดถึงควบคู่กับการเพิ่มขึ้นของครัวเรือนคนเดียวและการเข้าสู่สังคมสูงวัย อีกมุมหนึ่งคือความเกรงใจที่เชื่อมโยงกับคำว่า “เมวากุ” หรือความรู้สึกว่าไม่อยากรบกวนคนอื่น ซึ่งอาจทำให้บางคนลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ ส่วนคำว่า “มูเอ็นชาไก” ใช้อธิบายสังคมที่สายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนค่อย ๆ อ่อนลง ปัจจัยเหล่านี้เป็นบริบทในการทำความเข้าใจปัญหา และข้อมูลผู้เสียชีวิตแต่ละชุดบอกได้เพียงบางส่วนของเรื่องราว แม้ผลสุดท้ายจะจบลงที่การเสียชีวิตเพียงลำพังโดยไม่มีใครทราบเช่นเดียวกัน
สำหรับไทย ประเด็นที่น่าจับตาในสังคมสูงวัยคือผู้ที่อาศัยลำพังยังติดต่อกับครอบครัว เพื่อนบ้าน หรือบริการในชุมชนได้สม่ำเสมอเพียงใด เพราะคำถามสำคัญในชีวิตประจำวันคือ หากวันหนึ่งคนที่เคยตอบข้อความหรือออกมาทำกิจวัตรตามปกติหายไป จะมีใครสังเกตเห็นและเข้าไปดูได้เร็วแค่ไหน
