อาจจมบาดาล! เปิด 10 จังหวัด เสี่ยง “จมน้ำในอนาคต” จากน้ำทะเลสูง–แผ่นดินทรุด
อาจจมบาดาล! เปิด 10 จังหวัด เสี่ยง “จมน้ำในอนาคต” จากน้ำทะเลสูง–แผ่นดินทรุด


จับตา 10 จังหวัด ที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมในอนาคตจากน้ำทะเลสูงและแผ่นดินทรุด พร้อมวิธีเช็กทำเลก่อนซื้อบ้านและที่ดิน

ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและแผ่นดินที่ทรุดตัว เป็นสองปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำในประเทศไทยต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมระยะยาว โดยเฉพาะภายในปี พ.ศ. 2573 (2030) ถึงปี พ.ศ. 2593 (2050) ซึ่งพื้นที่ที่ถูกจับตาคือ กรุงเทพฯ พื้นที่ใกล้เคียง และชุมชนชายฝั่งอ่าวไทย ถึงอย่างความเสี่ยงในอนาคตก็ยังแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และขึ้นอยู่กับมาตรการป้องกันด้วย

งานศึกษาของ Climate Central ระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียที่มีประชากรจำนวนมากอาศัยอยู่บนพื้นที่เสี่ยงจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและน้ำท่วมชายฝั่ง โดยพื้นที่รอบกรุงเทพฯ เป็นบริเวณสำคัญที่ปรากฏในแบบจำลองความเสี่ยง แต่แผนที่น้ำท่วมชายฝั่งบางชุดแสดงโอกาสเกิดน้ำท่วมเฉลี่ยปีละครั้ง ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าพื้นที่จะอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา จึงต้องแยกความหมายของน้ำท่วมชั่วคราว น้ำท่วมซ้ำซาก และการจมน้ำถาวรให้ชัดเจน

อ่าวไทยตอนบน พื้นที่ลุ่มชายฝั่งที่ต้องจับตา

สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ลุ่มชายฝั่งและปากแม่น้ำ ซึ่งควรตรวจสอบความเสี่ยงจากน้ำทะเลหนุนอย่างใกล้ชิด เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น พื้นที่ต่ำอาจเผชิญน้ำท่วมชายฝั่งได้ถี่ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับคลื่นพายุหรือมีน้ำจากแม่น้ำไหลลงมา หากบางบริเวณมีแผ่นดินทรุดร่วมด้วย ระดับพื้นดินเมื่อเทียบกับน้ำทะเลก็จะยิ่งลดลง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นปีละ 10–16 มิลลิเมตรที่ปรากฏในข้อมูลต้นฉบับ ไม่ควรนำมาใช้เป็นอัตราเดียวกันของทุกจังหวัดโดยไม่มีรายละเอียดสถานีตรวจวัดและช่วงเวลาประกอบ เพราะระดับน้ำทะเลที่วัดได้ในแต่ละจุดอาจได้รับอิทธิพลจากการเคลื่อนตัวของพื้นดินด้วย การประเมินความเสี่ยงจึงต้องใช้ข้อมูลเฉพาะพื้นที่ แทนการสรุปจากค่าเฉลี่ยเพียงตัวเลขเดียว

กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง เสี่ยงจากน้ำหลายทาง

กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และนครปฐม มีพื้นที่ลุ่มที่ต้องพิจารณาทั้งน้ำฝน น้ำจากแม่น้ำและคลอง ตลอดจนผลของน้ำทะเลหนุนต่อการระบายน้ำ สำหรับกรุงเทพฯ หากฝนตกหนักในช่วงที่ระดับน้ำปลายทางสูง การระบายน้ำอาจทำได้ยากขึ้น ขณะที่การทรุดตัวของพื้นดินในบางบริเวณเพิ่มความท้าทายต่อการจัดการน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วม

แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขแผ่นดินทรุดปีละ 1 เซนติเมตรอธิบายกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมด เพราะอัตราทรุดตัวขึ้นอยู่กับพื้นที่และช่วงเวลาที่ตรวจวัด เช่นเดียวกับข้อความว่า “กรุงเทพฯ จะท่วมถาวรภายในปี 2030” ซึ่งยังไม่ควรเขียนเป็นข้อสรุปแน่นอนจากข้อมูลที่มี ความเสี่ยงในอนาคตต้องพิจารณาฉากทัศน์ภูมิอากาศ ระดับพื้นที่ และประสิทธิภาพของมาตรการรับมือร่วมกัน

ชายฝั่งตะวันออกและตะวันตก ต้องประเมินเป็นรายจุด

ระยอง จันทบุรี และตราด มีพื้นที่ชายฝั่งและปากแม่น้ำที่ควรตรวจสอบความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ส่วน เพชรบุรี อยู่ทางชายฝั่งอ่าวไทยด้านตะวันตก ไม่ใช่ชายฝั่งทะเลตะวันออกตามที่ระบุในต้นฉบับ จังหวัดเหล่านี้มีภูมิประเทศหลากหลาย จึงไม่ควรเหมารวมว่าพื้นที่ทั้งหมดเสี่ยงจมน้ำเท่ากัน โดยจุดที่ต้องให้ความสำคัญคือที่ลุ่มใกล้ทะเล ปากแม่น้ำ และชุมชนที่มีประวัติน้ำท่วม

10 จังหวัดที่ปรากฏในข้อมูลข่าว ควรเช็กพื้นที่แบบไหน?

รายชื่อต่อไปนี้เป็นพื้นที่ที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่มีแนวโน้มเสี่ยง แต่ไม่ใช่อันดับความเสี่ยง หรือจะจมน้ำถาวรอย่างแน่นอน ประชาชนสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการตรวจสอบบ้านและชุมชนของตนเองได้ แต่การตัดสินใจซื้อบ้านหรือย้ายที่อยู่อาศัยควรอาศัยข้อมูลระดับแปลงที่ดิน รวมถึงประวัติน้ำท่วมและระบบป้องกันในพื้นที่จริง

จังหวัด พื้นที่ที่ควรตรวจสอบความเสี่ยง
สมุทรสาคร ที่ลุ่มชายฝั่ง ปากแม่น้ำท่าจีน และชุมชนที่น้ำทะเลหนุนเข้าถึง
สมุทรสงคราม พื้นที่ชายฝั่งและบริเวณปากแม่น้ำแม่กลอง
สมุทรปราการ พื้นที่ต่ำใกล้ชายฝั่งและปากแม่น้ำเจ้าพระยา
กรุงเทพมหานคร ชายฝั่งบางขุนเทียน ชุมชนริมน้ำ และจุดที่มีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำ
ปทุมธานี ที่ลุ่มริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลอง และพื้นที่รับน้ำ
นครปฐม พื้นที่ลุ่มในลุ่มน้ำท่าจีนและชุมชนที่มีประวัติน้ำท่วม
ระยอง พื้นที่ต่ำใกล้ทะเลและปากแม่น้ำ
เพชรบุรี ที่ลุ่มชายฝั่งอ่าวไทยด้านตะวันตกและพื้นที่ปากแม่น้ำ
ตราด ชุมชนชายฝั่ง ที่ลุ่ม และบริเวณปากแม่น้ำ
จันทบุรี พื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำ ปากแม่น้ำ และชุมชนชายฝั่ง

ทำไมน้ำทะเลสูงขึ้นกับแผ่นดินทรุด จึงเพิ่มความเสี่ยง?

เมื่อน้ำทะเลสูงขึ้น ขณะที่พื้นดินบางบริเวณลดระดับลง พื้นที่นั้นจะอยู่ต่ำลงเมื่อเทียบกับระดับน้ำ ทำให้น้ำเข้าถึงได้ง่ายขึ้นหรือระบายออกได้ยากกว่าเดิม หากมีฝนหนักและน้ำหลากเกิดร่วมกัน ความเสียหายก็อาจเพิ่มขึ้นได้ IPCC ระบุว่า ระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ที่สูงขึ้นเพิ่มความถี่และความรุนแรงของน้ำท่วมชายฝั่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ

การรับมือจึงต้องทำหลายด้าน ทั้งจัดการการใช้น้ำบาดาลอย่างเหมาะสม รักษาพื้นที่รับน้ำ และพัฒนาระบบระบายน้ำควบคู่กับแนวป้องกันชายฝั่ง ส่วนตัวเลขคาดการณ์น้ำทะเลสูงขึ้น 1 เมตร ต้องระบุช่วงเวลา ฉากทัศน์ และระดับอ้างอิงให้ชัด ไม่ควรนำมาใช้เป็นคำพยากรณ์เดียวกันสำหรับทุกชายฝั่ง เพราะผลกระทบจริงแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่และการปรับตัว

ประชาชนเตรียมตัวอย่างไร ก่อนซื้อบ้านหรือที่ดิน?

  • ตรวจประวัติน้ำท่วม: ดูความถี่ ระดับน้ำ และระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง โดยใช้ข้อมูลหน่วยงานร่วมกับข้อมูลจากคนในชุมชน
  • เช็กระดับแปลงจริง: เปรียบเทียบกับถนน คลอง แม่น้ำ และพื้นที่รอบข้าง ไม่ดูเฉพาะความสูงเฉลี่ยของจังหวัด
  • สำรวจทางน้ำ: ตรวจว่าที่ดินอยู่ในแนวรับน้ำหลาก ร่องน้ำ หรือจุดที่น้ำไหลมารวมกันหรือไม่
  • ดูระบบป้องกันและเส้นทางเข้าออก: แม้ตัวบ้านไม่ท่วม ถนนรอบบ้านอาจได้รับผลกระทบจนเดินทางไม่ได้
  • ใช้แผนที่อย่างเข้าใจ: ตรวจปีและประเภทความเสี่ยงที่แผนที่แสดง ก่อนนำไปประกอบการตัดสินใจ

สรุป เสี่ยงน้ำท่วมมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงทั้งจังหวัดจะจมน้ำ

10 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมในอนาคต ที่กล่าวถึงมีพื้นที่บางส่วนซึ่งควรเฝ้าระวัง โดยเฉพาะที่ลุ่มชายฝั่ง ปากแม่น้ำ และชุมชนที่ระบายน้ำได้จำกัด แต่ยังไม่ควรระบุว่าทั้งจังหวัดจะจมน้ำถาวร หรือกำหนดปีที่จะจมน้ำอย่างแน่นอนจากข้อมูลข่าวเพียงชุดเดียว การจัดการน้ำ การควบคุมแผ่นดินทรุด และการปรับตัวสามารถเปลี่ยนระดับความเสี่ยงและความเสียหายได้ สิ่งสำคัญสำหรับประชาชนคือรู้ความเสี่ยงของพื้นที่จริง เพื่อเตรียมตัวและตัดสินใจเรื่องที่อยู่อาศัยบนข้อมูลที่รอบด้าน



Source link

Leave a Reply