เปิด 8 หลักเกณฑ์ “ชื่อต้องห้าม” ตาม พ.ร.บ.ชื่อบุคคล ชื่อที่คนไทยห้ามตั้ง
เปิด 8 หลักเกณฑ์ “ชื่อต้องห้าม” ตาม พ.ร.บ.ชื่อบุคคล ชื่อที่คนไทยห้ามตั้ง


ชื่อแบบไหนห้ามตั้งในไทย? เปิด 8 หลักเกณฑ์ชื่อบุคคลที่นายทะเบียนอาจไม่อนุญาต

การตั้งชื่อหรือเปลี่ยนชื่อในประเทศไทย ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่าชื่อนั้นไพเราะ ความหมายดี หรือถูกโฉลกเท่านั้น เพราะชื่อบุคคลยังต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ของงานทะเบียนด้วย หากชื่อมีลักษณะต้องห้าม นายทะเบียนสามารถไม่รับจดทะเบียนได้

ตาม พระราชบัญญัติชื่อบุคคล พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการทะเบียนชื่อบุคคล พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการใช้และการเปลี่ยนชื่อตัวไว้หลายข้อ โดยสรุปได้ดังนี้

1. ห้ามพ้องหรือจงใจให้คล้ายพระปรมาภิไธย พระนามพระราชินี หรือราชทินนาม

ชื่อตัวต้องไม่พ้อง หรือมีเจตนาทำให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินี หรือราชทินนาม เพราะเป็นคำที่มีกฎหมายและแบบแผนคุ้มครองเฉพาะ

ดังนั้น แม้ชื่อหนึ่งจะมีความหมายดี แต่หากรูปคำหรือการออกเสียงใกล้เคียงจนเข้าข่ายเลียนแบบหรือทำให้เข้าใจผิด ก็อาจไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน

2. ห้ามมีคำหรือความหมายหยาบคาย

ชื่อที่ใช้ต้องไม่มีคำหยาบ คำลามก หรือความหมายที่ไม่เหมาะสม รวมถึงชื่อที่อาจมีนัยดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือสื่อความหมายในทางเสียหาย

จุดนี้ไม่ได้ดูเฉพาะตัวอักษร แต่พิจารณารวมถึง “ความหมาย” ของชื่อด้วย ดังนั้นการดัดแปลงคำหยาบให้สะกดแปลกออกไป ก็ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านหลักเกณฑ์เสมอไป

3. ชื่อต้องเป็นคำหรือพยางค์เดียวกัน และห้ามเว้นวรรค

ชื่อจริงต้องเขียนต่อเนื่องเป็นคำเดียว ไม่สามารถตั้งชื่อแบบนำหลายคำมาเว้นวรรคแยกกันแล้วถือว่าเป็นชื่อตัวเดียวได้

ดังนั้นชื่อที่ใช้ในวงการบันเทิง ชื่อในโซเชียล หรือชื่อทางการค้าที่มีการเว้นวรรค อาจใช้ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถจดทะเบียนเป็นชื่อจริงในรูปแบบเดียวกันได้

4. ห้ามใส่คำเชื่อม ตัวอักษร สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย

ไม่สามารถนำชื่อตัวไปประกอบกับคำเชื่อม ตัวอักษร สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย ระเบียบ หรือหนังสือสั่งการเกี่ยวกับทะเบียนชื่อบุคคล

พูดง่าย ๆ คือ การตั้งชื่อแบบชื่อผู้ใช้ในอินเทอร์เน็ต เช่น ใส่ @, #, &, จุด หรือเครื่องหมายตกแต่งต่าง ๆ ไม่สามารถนำมาใช้ในชื่อจริงได้อย่างอิสระ

5. ชื่อต้องมีความหมายหรือมีคำแปลที่ตรวจสอบได้

ชื่อที่นำไปจดทะเบียนควรมีความหมาย หรือสามารถตรวจสอบคำแปลได้จาก พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หรือพจนานุกรมฉบับอื่นที่เหมาะสม

จึงไม่ใช่ว่าจะนำตัวอักษรมารวมกันเป็นคำใหม่ที่ไม่มีความหมายใด ๆ แล้วใช้เป็นชื่อได้เสมอไป เพราะนายทะเบียนสามารถพิจารณาความหมายของชื่อประกอบการอนุญาตได้

6. ต้องใช้ตัวสะกดและตัวการันต์ให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย

แม้หลายคนจะชอบสร้างชื่อใหม่ให้ดูแปลกหรือไม่ซ้ำใคร แต่ชื่อที่จะจดทะเบียนต้องใช้ตัวสะกดและตัวการันต์ให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย

หากสะกดผิดหลักภาษา ใช้การันต์ผิด หรือสร้างรูปคำที่ไม่ถูกต้องโดยไม่มีหลักรองรับ ก็อาจไม่ผ่านการพิจารณา

7. ต้องไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี และความสงบเรียบร้อยของสังคม

แม้ชื่อหนึ่งจะไม่ใช่คำหยาบโดยตรง แต่หากความหมายหรือรูปแบบการใช้ขัดต่อขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือความสงบเรียบร้อยของสังคม ก็อาจถือว่าไม่เหมาะสมต่อการจดทะเบียน

หลักเกณฑ์ข้อนี้เปิดพื้นที่ให้นายทะเบียนพิจารณาบริบทและความเหมาะสมโดยรวมของชื่อ ไม่ได้ดูแค่ความหมายตามพจนานุกรมเพียงอย่างเดียว

8. ต้องไม่มีเจตนาทุจริต

การขอเปลี่ยนหรือใช้ชื่อใหม่ต้องไม่มีเจตนาเพื่อหลอกลวง ปกปิดตัวตน หลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ดังนั้น หากมีเหตุให้เชื่อว่าการเปลี่ยนชื่อถูกนำไปใช้เพื่อการทุจริต นายทะเบียนสามารถพิจารณาไม่อนุญาตได้

กรมการปกครอง fanpage

 

 



Source link

Leave a Reply