
6 ข้อควรรู้ ฟิล์มยืดถนอมอาหาร แรปห่ออาหาร ใช้ผิดวิธีไม่ต่างกับกลืนสารพิษ ภัยเงียบที่มองไม่เห็น ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย
ฟิล์มยืดถนอมอาหาร หรือ แรปห่ออาหาร เป็นหนึ่งในอุปกรณ์คู่ครัวที่หลายบ้านขาดไม่ได้ เพราะช่วยเก็บอาหารให้อยู่ได้นานขึ้น ป้องกันกลิ่นในตู้เย็น และช่วยรักษาความสดของผัก ผลไม้ หรืออาหารที่เหลือจากมื้อก่อน
อย่างไรก็ตาม แม้แรปถนอมอาหารจะช่วยเพิ่มความสะดวก แต่หากใช้งานผิดวิธี โดยเฉพาะการนำไปสัมผัสกับอาหารที่มีอุณหภูมิสูง อาหารมัน หรืออาหารที่มีความเป็นกรดสูง อาจเพิ่มโอกาสให้สารจากพลาสติกเคลื่อนย้ายเข้าสู่อาหารได้
1. อย่าใช้แรปปิดอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จและยังร้อนจัด
หลายคนมีพฤติกรรมตักอาหารที่เพิ่งทำเสร็จใส่ภาชนะ แล้วใช้พลาสติกแรปปิดทันทีเพื่อเก็บความร้อน แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าไม่ควรนำแรปถนอมอาหารไปสัมผัสกับอาหารที่มีอุณหภูมิสูงมาก
ความร้อนอาจทำให้โครงสร้างของพลาสติกเปลี่ยนแปลง และเพิ่มโอกาสที่สารเติมแต่งบางชนิดในพลาสติกจะเคลื่อนย้ายเข้าสู่อาหาร โดยเฉพาะแรปบางประเภทที่ทำจาก PVC ซึ่งอาจมีสารช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น กลุ่มสารพทาเลต (Phthalates)
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือ รอให้อาหารคลายร้อนก่อน แล้วจึงใช้แรปปิด หรือเลือกใช้ภาชนะที่มีฝาปิดแทนสำหรับอาหารที่ยังอุ่นอยู่
2. หลีกเลี่ยงการใช้แรปสัมผัสอาหารไขมันสูงโดยตรง
อาหารประเภทของทอด เนื้อย่าง ชีส หรืออาหารที่มีน้ำมันมาก ควรหลีกเลี่ยงการให้แรปพลาสติกสัมผัสกับอาหารโดยตรงเป็นเวลานาน
เนื่องจากสารบางชนิดในพลาสติกมีคุณสมบัติละลายได้ดีขึ้นเมื่อสัมผัสกับไขมัน ทำให้มีโอกาสเคลื่อนย้ายจากบรรจุภัณฑ์เข้าสู่อาหารได้มากขึ้น
หากต้องเก็บอาหารประเภทนี้ ควรใส่ในกล่องแก้วหรือกล่องที่ออกแบบมาสำหรับเก็บอาหารโดยเฉพาะ จะช่วยลดการสัมผัสโดยตรงระหว่างอาหารกับพลาสติก
3. ระวังอาหารที่มีความเป็นกรดสูง
อาหารอย่างผักดอง กิมจิ สลัดที่มีน้ำส้มสายชู อาหารที่มีมะนาว หรืออาหารรสเปรี้ยวจัด อาจไม่เหมาะกับการห่อด้วยแรปพลาสติกโดยตรงเป็นเวลานาน
สภาพความเป็นกรดของอาหารอาจส่งผลต่อความคงตัวของวัสดุบรรจุภัณฑ์บางประเภท และเพิ่มโอกาสการถ่ายเทสารจากพลาสติกสู่อาหาร
ทางเลือกที่เหมาะสมกว่าคือ ใช้ภาชนะแก้ว เซรามิก หรือภาชนะที่มีฝาปิดสนิทสำหรับอาหารประเภทนี้
4. อย่านำแรปทั่วไปเข้าไมโครเวฟหรือวางใกล้ความร้อน
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย คือการนำอาหารที่ยังห่อด้วยพลาสติกแรปเข้าไมโครเวฟเพื่ออุ่นทันที ซึ่งอาจไม่ปลอดภัยหากผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุว่าสามารถใช้กับไมโครเวฟได้
หากต้องใช้กับไมโครเวฟ ควรตรวจสอบฉลากจากผู้ผลิต และหลีกเลี่ยงไม่ให้พลาสติกสัมผัสอาหารโดยตรง เพราะความร้อนจากไอน้ำและไขมันที่เดือดอาจทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพ
5. ไม่ควรนำแรปถนอมอาหารกลับมาใช้ซ้ำหลายครั้ง
แม้บางคนจะล้างแรปเก่าแล้วนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อประหยัด แต่แรปถนอมอาหารส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานครั้งเดียว
หลังผ่านการใช้งาน พื้นผิวพลาสติกอาจมีรอยขีดข่วนหรือความเสียหายเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น ซึ่งอาจทำให้เกิดการสะสมของคราบอาหารและจุลินทรีย์ได้
หากต้องการลดขยะพลาสติก ควรเลือกใช้ภาชนะเก็บอาหารแบบใช้ซ้ำ เช่น กล่องแก้ว กล่องสเตนเลส หรือซิลิโคนที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานระยะยาว
6. เลือกชนิดแรปให้เหมาะกับการใช้งาน
แรปถนอมอาหารในตลาดมีหลายชนิด เช่น PE (Polyethylene) และ PVC (Polyvinyl Chloride) ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกัน
ผู้บริโภคควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากระบุชัดเจนว่าใช้สำหรับสัมผัสอาหาร (Food Contact) พร้อมตรวจสอบคำแนะนำเรื่องอุณหภูมิและข้อจำกัดการใช้งานจากผู้ผลิต
ไม่ควรเลือกจากเพียงความเหนียวหรือความติดแน่นของแรปเท่านั้น เพราะคุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว
สารเคมีจากพลาสติกอันตรายจริงหรือ?
หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารหลายแห่งให้ความสำคัญกับการควบคุมสารเคมีที่อาจเคลื่อนย้ายจากบรรจุภัณฑ์เข้าสู่อาหาร โดยเฉพาะเมื่อใช้งานผิดประเภท เช่น เจอความร้อนสูง หรือสัมผัสอาหารบางชนิดเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม การใช้แรปถนอมอาหารที่ผ่านมาตรฐาน และใช้อย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของผู้ผลิต ถือว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย
แหล่งอ้างอิง
- European Food Safety Authority (EFSA) — ข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายสารจากวัสดุสัมผัสอาหาร (Food Contact Materials)
- U.S. Department of Agriculture Food Safety and Inspection Service (USDA FSIS) — แนวทางการใช้พลาสติกและวัสดุบรรจุอาหารกับไมโครเวฟ
- National Institute of Environmental Health Sciences (NIEHS) — ข้อมูลเกี่ยวกับสารกลุ่ม Phthalates และผลกระทบต่อสุขภาพ
- U.S. Food and Drug Administration (FDA) — ข้อมูลความปลอดภัยของวัสดุพลาสติกที่ใช้สัมผัสอาหาร
