อย่าเพิ่งกด 16 องศา! แพทย์หัวใจเผย “ช่วงอุณหภูมิเซฟชีวิต” เปิดแอร์ยังไงไม่ให้ช็อก แถมประหยัดไฟ 6%
สภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงทะลุสถิติอย่างต่อเนื่อง จนอุณหภูมิความรู้สึก (Feel Like) เฉียด 40 องศาเซลเซียส ทำให้หลายคนหอบความร้อนกลับมาบ้านแล้วรีบกดเปิดแอร์ไปที่อุณหภูมิต่ำสุดทันทีเพื่อให้เย็นสะใจ ทว่าพฤติกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้กระเป๋าฉีกจากค่าไฟที่พุ่งกระฉูดเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตโดยที่เราไม่รู้ตัว
นพ.หลิน ฉงโย่ว อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือดจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยฝูเหริน จากไต้หวัน ได้ออกมาเตือนว่า เมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส ความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยทุก ๆ 1 องศาเซลเซียสที่เพิ่มขึ้น จะทำให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 3% เนื่องจากการเสียเหงื่อมากทำให้ร่างกายขาดน้ำ เลือดจะมีความหนืดขึ้น และระบบไหลเวียนโลหิตต้องทำงานหนักกว่าปกติถึง 20-30% เพื่อระบายความร้อน
อันตรายจาก “ความต่างของอุณหภูมิ” ที่หลายคนมองข้าม
คุณหมอหลินอธิบายเพิ่มเติมว่า การเดินเข้าออกจากห้องที่เย็นจัดมาสู่ความร้อนภายนอก หรือที่เรียกกันว่า “อุณหภูมิช็อก” หากมีความแตกต่างกันเกิน 8.5 องศาเซลเซียส จะเข้าไปกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวและขยายตัวอย่างรุนแรง ส่งผลให้ความดันโลหิตแปรปรวนอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจวายหรือหลอดเลือดสมองตีบแตกได้
iStockphoto
เผย “ช่วงอุณหภูมิปกป้องหัวใจ” พร้อมทริคตั้งพัดลมขั้นเทพ
เพื่อรักษาสุขภาพหัวใจและเซฟเงินในกระเป๋าไปพร้อมกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงได้แนะนำสูตรลับในการเปิดเครื่องปรับอากาศดังนี้:
- ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 26–28 องศาเซลเซียส: ช่วงนี้คือ “อุณหภูมิปกป้องหัวใจ” ที่ช่วยรักษาความหนืดของเลือดให้เป็นปกติ ลดภาระการเผาผลาญและการใช้ออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจ แถมการปรับแอร์เพิ่มขึ้นทุก ๆ 1 องศาเซลเซียส จะช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 6%
- ทริคตั้งพัดลมใต้แอร์: ให้จำง่าย ๆ ว่า “ตั้งพัดลมไว้ใต้แอร์-หันหลังให้ช่องลม-เปิดส่ายซ้ายขวา” การทำแบบนี้จะช่วยให้พัดลมดึงลมเย็นที่ตกลงสู่เบื้องล่างให้กระจายตัวไปทั่วห้องได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ ช่วยให้ห้องเย็นไวขึ้นโดยไม่ต้องลดอุณหภูมิแอร์ลงต่ำ
นอกจากเรื่องแอร์แล้ว คุณหมอยังแนะนำให้จิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ ระหว่างวันเพื่อป้องกันภาวะเลือดข้น และควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงเวลา 10.00 – 14.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แดดแรงที่สุด โดยให้เปลี่ยนมาเล่นโยคะหรือยืดเส้นยืดสายในร่มแทน ในยุคที่สภาพอากาศสุดขั้วแบบนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยก็สามารถปกป้องทั้งชีวิตและเงินในกระเป๋าของเราได้แล้ว
