In Thailand

รับแสงสีฟ้าในช่วงกลางคืน “เสี่ยงเป็นโรคอ้วน” จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

รับแสงสีฟ้าในช่วงกลางคืน “เสี่ยงเป็นโรคอ้วน” จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์
Written by Thailand News



จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลว่า “การรับแสงสีฟ้า (Blue Light) ในช่วงเวลากลางคืน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน” ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนนั้น

จากการตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการ พบว่า ข้อความดังกล่าว “มีความเป็นจริงในเชิงความสัมพันธ์บางส่วน” แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคอ้วน

เมลาโทนินกับนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย

ในร่างกายมนุษย์มีฮอร์โมนที่สำคัญชื่อว่า เมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมวงจรการนอนหลับและการตื่น หรือที่เรียกว่า นาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm)

เมื่อถึงเวลากลางคืน ระดับเมลาโทนินจะเพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายรู้สึกง่วงและเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อน แต่หากมีแสงสว่าง โดยเฉพาะแสงสีฟ้าจากหน้าจอ อาจไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนนี้ได้

แสงสีฟ้าส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า การได้รับแสงสีฟ้าในช่วงกลางคืน อาจรบกวนการทำงานของนาฬิกาชีวภาพ ส่งผลให้การนอนหลับผิดปกติ และอาจกระทบต่อกระบวนการทำงานของสมองและระบบเผาผลาญพลังงาน

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างแสงสีฟ้ากับโรคอ้วน หรือโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) ยังเป็นเพียง “ความเชื่อมโยงทางกลไกและการศึกษาเชิงสังเกต” มากกว่าจะเป็นหลักฐานยืนยันว่าเป็นสาเหตุโดยตรง

ความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เกี่ยวข้องทางอ้อม

การรบกวนการนอนจากแสงสีฟ้า อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการกิน ความอยากอาหาร และการเผาผลาญพลังงานในระยะยาว ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนได้

แต่ปัจจัยหลักของโรคอ้วนยังคงเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และไลฟ์สไตล์โดยรวม มากกว่าปัจจัยจากแสงเพียงอย่างเดียว

สรุปข้อเท็จจริง

ดังนั้น ข้อความที่ว่า “รับแสงสีฟ้าในช่วงกลางคืนทำให้เสี่ยงเป็นโรคอ้วน” ถือว่าเป็นข้อมูลที่มีส่วนจริงบางส่วน แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าเป็นสาเหตุโดยตรง

สิ่งที่มีหลักฐานชัดเจนคือ แสงสีฟ้าในเวลากลางคืนสามารถรบกวนการหลั่งเมลาโทนินและคุณภาพการนอน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ หากพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง



Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »