In Thailand

หยุดกินด่วน! 3 ส่วนของ “ปลา” แฝงพิษร้ายแรง ชิ้นแรกมีพิษสูง แต่คนเข้าใจผิดว่าบำรุง

หยุดกินด่วน! 3 ส่วนของ “ปลา” แฝงพิษร้ายแรง ชิ้นแรกมีพิษสูง แต่คนเข้าใจผิดว่าบำรุง
Written by Thailand News


หยุดกินด่วน! เปิด 3 ส่วนประกอบของ “ปลา” ที่แฝงพิษร้ายแรง ชิ้นแรกมีพิษสูงแต่คนเข้าใจผิดว่าบำรุงร่างกาย

ปลาถือเป็นแหล่งอาหารเพื่อสุขภาพที่อุดมไปด้วยโปรตีน กรดไขมันโอเมก้า-3 และสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อระบบหัวใจและสมองมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกส่วนของตัวปลาจะปลอดภัยสำหรับการนำมารับประทาน

ในความเป็นจริงแล้ว อวัยวะบางส่วนของปลาอาจเป็นแหล่งสะสมของสารพิษ โลหะหนัก รวมถึงเชื้อแบคทีเรียและพยาธิต่าง ๆ หากไม่มีกรรมวิธีการเตรียมและปรุงอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการได้ออกมาเตือนว่า การบริโภคปลาผิดวิธีอาจเป็นการนำสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว โดยมี 3 ส่วนสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงดังนี้

3 ส่วนของปลาที่แฝงอันตรายต่อสุขภาพ1. มัตถุรสหรือ “ดีปลา”

หนึ่งในอวัยวะที่มีพิษร้ายแรงที่สุดของปลาคือ ถุงน้ำดี ซึ่งเป็นถุงขนาดเล็กที่บรรจุน้ำดีสีเขียวเข้มอยู่ใกล้กับตับ แม้จะมีการแจ้งเตือนทางการแพทย์อยู่บ่อยครั้ง แต่ยังคงมีความเชื่อผิด ๆ ในกลุ่มผู้บริโภคบางกลุ่มที่นิยมกลืนดีปลาดิบ โดยเชื่อว่าช่วยล้างพิษ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ หรือรักษาอาการโรคตา

ในทางตรงกันข้าม น้ำดีของปลาน้ำจืดหลายชนิด เช่น ปลาเฉา ปลาพรม และปลาคาร์ป มีสารพิษร้ายแรงที่ส่งผลทำลายระบบตับและไตโดยตรง ซึ่งทางโรงพยาบาลมักพบเคสผู้ป่วยเข้ารับการรักษาฉุกเฉินหลังจากกลืนดีปลา โดยมีอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียน รวมถึงเกิดภาวะตับอักเสบและไตวายเฉียบพลัน

แพทย์ระบุว่า สารพิษในดีปลาไม่สามารถถูกทำลายได้ด้วยความร้อนจากการปรุงอาหาร การนำดีปลามาใช้เป็นยาสมุนไพรจึงมีความเสี่ยงสูงมาก ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะไม่ได้ตั้งใจรับประทาน แต่หากทำถุงน้ำดีแตกในระหว่างการขูดล้วงทำความสะอาด น้ำดีจะซึมเข้าสู่เนื้อปลา ทำให้มีรสขมและลดคุณภาพของอาหารลง

2. เครื่องในและระบบทางเดินอาหาร

ผู้บริโภคหลายคนชื่นชอบการรับประทานไส้ปลาและตับปลาเนื่องจากมีรสชาติมันและคิดว่ามีคุณค่าทางอาหารสูง ทว่าเครื่องในปลาคือจุดที่สะสมเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ และสารปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมได้ง่ายที่สุด

ปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อนจะดูดซึมสารปรอท สารตะกั่ว ไมโครพลาสติก และสารเคมีอันตรายอื่น ๆ เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งสารเหล่านี้จะเข้มข้นมากในตับ ลำไส้ และอวัยวะในระบบย่อยอาหาร หากรับประทานเครื่องในที่ปรุงไม่สุกดี จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิและเกิดอาการอาหารเป็นพิษ นอกจากนี้ ตับของปลาทะเลบางชนิดยังสะสมวิตามินเอในปริมาณที่สูงมาก หากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะพิษจากวิตามินเอ ส่งผลให้ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และเวียนศีรษะ

3. ส่วนหัวของปลาขนาดใหญ่

หัวปลาเป็นส่วนที่หลายคนชื่นชอบเนื่องจากเนื้อมีความนุ่มและน้ำต้มมีรสหวาน ทว่าสำหรับปลาทะเลขนาดใหญ่ที่มีอายุยืน เช่น ปลาทูน่า ปลาพญานาค (ปลาดาบ) หรือปลาอินทรีขนาดใหญ่ ส่วนหัวจะมีความเสี่ยงในการสะสมโลหิตและโลหะหนักสูงกว่าส่วนอื่น

ตามห่วงโซ่อาหารธรรมชาติ ยิ่งปลาตัวใหญ่และมีอายุยืนยาวมากเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสสะสมสารปรอทในร่างกายมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งสารปรอทส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและสมอง โดยเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเด็กเล็กและสตรีมีครรภ์ นอกจากนี้ บริเวณเหงือกปลาก็เป็นจุดที่สะสมเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกจากน้ำ หากทำความสะอาดไม่ทั่วถึงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร

แนวทางการรับประทานปลาอย่างปลอดภัย

เนื้อปลาก็ยังคงเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพหากเลือกซื้อและปรุงอาหารอย่างถูกวิธี เพื่อลดความเสี่ยงจากการรับสารพิษ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ปฏิบัติตนดังนี้:

  • เลือกซื้อปลาขนาดเล็กหรือปลาที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาด

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาที่ตายมาเป็นเวลานาน มีกลิ่นผิดปกติ หรือปลาที่ไม่ผ่านการตรวจโรค

  • ในขั้นตอนการทำความสะอาด ต้องเอาถุงน้ำดี เครื่องใน และเหงือกออกให้หมดสิ้น

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาดิบหรือเมนูปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากพยาธิ



Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »