รถเมล์กลายเป็นรังเพาะเชื้อ! แพทย์เผย 5 ทริกป้องกันตัวสำหรับคนเดินทาง เลือกที่นั่งดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
สุขภาพระบบทางเดินหายใจของกลุ่มคนเดินทางและมนุษย์ออฟฟิศเป็นเรื่องที่มักถูกมองข้ามอยู่เสมอ บรรยากาศภายในรถโดยสารที่เป็นระบบปิด ความหนาแน่นของฝูงชน รวมถึงควันเสียที่ต้องสูดดมระหว่างยืนรอรถล้วนเป็นฆาตกรเงียบที่คอยบั่นทอนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า หากคนเดินทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างสุขอนามัยที่ดีเพียงไม่กี่ข้อ ก็จะสามารถลดความเสี่ยงจากการเป็นหวัดและโรคระบบทางเดินหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไมคนเดินทางจึงเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจสูงกว่าปกติ?
นพ. หูฮ่าวฉุน (Hu Haochun) ผู้อำนวยการแผนกโสต ศอ นาสิกวิทยา (หู ตา คอ จมูก) แห่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยฟู่เจิน ได้เตือนผ่านสื่อสุขภาพว่า กลุ่มพนักงานออฟฟิศหรือนักเรียนที่ต้องใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทางเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงต่ออาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจสูงกว่าคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด แต่หากเรียนรู้ทริกในการป้องกันตนเองดังต่อไปนี้ ก็จะช่วยเพิ่มเกราะป้องกันโรคให้ร่างกายได้อย่างมหาศาล
เปิด 5 กฎเหล็กป้องกันตัวสำหรับมนุษย์เดินทาง1. ยืนรอรถให้ถูกตำแหน่ง
ในขณะที่ยืนรอรถเมล์บริเวณป้ายรถโดยสาร ควรหลีกเลี่ยงการยืนออกไปบริเวณด้านหน้าป้ายโดยตรง เพื่อป้องกันการสูดดมควันเสียและมลพิษที่ปล่อยออกมาจากท่อไอเสียรถยนต์ หากวันไหนสภาพอากาศย่ำแย่หรือมีค่าฝุ่นละอองสูง การสวมหน้ากากอนามัยถือเป็นเกราะป้องกันขั้นพื้นฐานที่จำเป็นที่สุด
2. เลือกที่นั่งและตำแหน่งยืนให้เหมาะสม (จุดสำคัญ)
เมื่อก้าวขึ้นมาบนรถแล้ว แนะนำให้พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนหนาแน่น หากสังเกตเห็นผู้โดยสารที่อยู่ข้าง ๆ มีอาการไอหรือจาม ควรขยับร่างกายย้ายตำแหน่งหลบเลี่ยงทันที การรักษาเบลระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเหมาะสมในพื้นที่จำกัดคือหัวใจสำคัญในการรักษาสุขภาพ
3. ระวังจุดสะสมเชื้อโรคและงดพฤติกรรมเสี่ยง
ราวจับ สายราวดึง รวมถึงเครื่องทาบบัตรโดยสารบนรถเมล์ ล้วนเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์เชื้อโรคและไวรัสจำนวนมาก หลังจากลงรถแล้วจึงจำเป็นต้องล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ทันที และข้อห้ามสำคัญคือ ในขณะที่มือยังไม่สะอาด ห้ามนำมือไปสัมผัสหรือขยี้ตา จมูก หรือปากโดยเด็ดขาด
4. ชำระล้างสิ่งสกปรกทันทีเมื่อถึงบ้าน
การเผชิญหน้ากับฝุ่นควันและมลพิษเป็นเวลานานจะเข้าไปทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ที่จ้องจะเล่นงานระบบหายใจ ดังนั้นเมื่อเดินทางกลับถึงบ้านแล้ว ควรรีบล้างทำความสะอาดใบหน้าและบ้วนล้างโพรงจมูกทันทีเพื่อลดระยะเวลาที่สิ่งปนเปื้อนจะเกาะติดอยู่ตามร่างกาย
5. ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อเริ่มมีอาการป่วย
หากเริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ หรือมีน้ำมูกจาง ๆ ในระหว่างที่ต้องใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง การกระทำนี้นอกจากจะเป็นความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในการไม่แพร่กระจายเชื้อโรคแล้ว ยังช่วยป้องกันตนเองจากการรับเชื้อสายพันธุ์อื่นซ้ำซ้อนในพื้นที่ปิดอีกด้วย และหากร่างกายอ่อนล้ามาก การเลือกปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางที่ยืดหยุ่นขึ้นก็ถือเป็นการถนอมร่างกายตนเองที่ดี
ที่มาข้อมูล: รายงานข้อมูลสุขภาพและระบบทางเดินหายใจจากนิตยสาร Evergreen (常春月刊)
