In Thailand

เตรียมเสื้อหนาว! อุตุฯ คาดอากาศเปลี่ยน 4–6 พ.ย. ไทยตอนบน “เย็นลง” แต่ใต้ยังฝนหนัก

เตรียมเสื้อหนาว! อุตุฯ คาดอากาศเปลี่ยน 4–6 พ.ย. ไทยตอนบน “เย็นลง” แต่ใต้ยังฝนหนัก
Written by Thailand News



 พายุ “คัลแมกี” จ่อเข้าเวียดนาม! ไทยเตรียมรับมือฝนเพิ่ม-คลื่นแรง 7–9 พ.ย. นี้

กรมอุตุฯ เตือน! วันที่ 4–6 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้าทางภาคเหนือและอีสาน ฝนลดลง แต่หลังจากนั้น (7–9 พ.ย.) ไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “คัลแมกี” ที่จะเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนามก่อนอ่อนกำลังเข้าปกคลุมไทยตอนบน

ในช่วงวันที่ 4 – 6 พ.ย. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง กับมีอากาศเย็นในตอนเช้า แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนบน ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากอิทธิพลของพายุ ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ส่งผลทำให้ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นพาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 

สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยในช่วง 5 – 7 พ.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร 

อนึ่งพายุโซนร้อนกำลังแรง “คัลแมกี” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนกลาง ในช่วงวันที่ 4 – 5 พ.ย. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6 – 7 พ.ย. จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงอย่างรวดเร็ว และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง โดยเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งไว้ในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย.

ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

ออกประกาศ 03 พฤศจิกายน 2568 12:00 น.

คาดหมายอากาศรายภาควันที่ 3 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 4 – 6 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9 – 15 องศาเซลเซียส 
ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 4 – 5 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1 – 2 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13 – 17 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 9 พ.ย. อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28 – 32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14 – 19 องศาเซลเซียส 
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 4 – 6 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่
ลมตะวันออก ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 4 – 6 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 3 – 4 พ.ย. และในช่วง 8 – 9 พ.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย. ลมตะวันตก ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 33 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 3 – 4 พ.ย. และ ในช่วง 8 – 9 พ.ย. ลมแปรปรวน ความเร็ว 15 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย. ลมตะวันตก ความเร็ว 20 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ในช่วงวันที่ 3 – 4 พ.ย. และ ในช่วง 8 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15 – 35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 5 – 7 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20 – 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 33 องศาเซลเซียส

กรุงเทพและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 4 – 6 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 7 – 9 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 33 องศาเซลเซียส 



Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »