
ไหม้วอด สำนักงานตำรวจ บก.น.5 ย่านสาทร เพลิงเผาทำลายทั้งหลัง
พบใช้เป็นที่เก็บเอกสารทางราชการ คาดอาจมีพยานหลักฐานคดีสำคัญเก็บไว้ด้วย
รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ภายในไฟไหม้สำนักงานตำรวจ บก.น.5ถนนสาทร
แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ
โดยประสานรถป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยกรุงเทพมหานครกว่า 50 คัน
การไฟฟ้านครหลวง และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบ
พบแสงเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารสูง 3 ชั้น เปลวไฟสูงกว่า 10 เมตร
มีเสียงระเบิดดังออกมาเป็นระยะ
เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรบริเวณสี่แยกนรินทร
พร้อมระดมเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงที่กำลังโหมไหม้รุนแรง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่สามารถเข้าไปภายในได้เนื่องจากอาคารถล่มลงมา
ใช้เวลาดับไฟกว่า 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ
ทั้งนี้ หลังตรวจสอบพบว่าไม่มีผู้ติดค้างภายในอาคารขณะเกิดเหตุ และมีรถของตำรวจที่จอดไว้รอบอาคาร เสียหาย 7 คัน หนึ่งในนั้นเป็นรถประจำตำแหน่งของ พล.ต.ต. ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.น.5 ที่กันชนหน้ารถละลายจากความร้อน
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า จากการสอบถามตำรวจเวรยามรักษาการหน้าอาคารทราบว่า ทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิดคล้ายไฟฟ้าลัดวงจรที่ชั้นล่างของอาคาร จากนั้นเห็นแสงเพลิงกำลังลุกไหม้กองเอกสาร จึงรีบนำถังดับเพลิงเข้าไปฉีด แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จึงโทร. เรียกดับเพลิงมาช่วยเหลือ โดยอาคารหลังดังกล่าวถูกไฟไหม้เต็มพื้นที่ ทำให้ทั้งหลังคาและพื้นที่ใช้ไม้เป็นส่วนประกอบถูกไฟเผาจนหมด
ด้าน พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมระบุว่า จากการสอบถามเวรยามรักษาการทราบว่ามีเพลิงลุกไหม้ที่บริเวณชั้น 1 จากนั้นตำรวจรักษาการเห็นเปลวเพลิง และรีบนำถังดับเพลิงมาฉีดสกัด 2 ถัง แต่เนื่องจากจุดที่ไฟไหม้เป็นกองเอกสาร ทำให้ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ จึงรีบโทรแจ้งรถดับเพลิงมาที่เกิดเหตุ ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปยังชั้น 2 และ 3 อย่างรวดเร็ว จนตัวหลังคาพังลงมา และได้รับความเสียหายทั้งหลัง
สำหรับอาคารดังกล่าวใช้เป็นที่เก็บเอกสารทางธุรการ และเอกสารทางราชการ ส่วนจะมีเอกสารในคดีสำคัญถูกเก็บไว้ด้วยหรือไม่ ยังคงต้องใช้เวลาตรวจสอบสักระยะ
ทั้งนี้ หลังจากนี้จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ และต้องตรวจสอบโครงสร้างอาคารว่าจะเสียหายถึงระดับโครงสร้างจนต้องทุบทิ้งหรือไม่
อนึ่ง ในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 มีคดีสำคัญต่าง ๆ หลายคดี ซึ่งอาจมีการรวบรวมพยานหลักฐานมาเก็บไว้ที่อาคารดังกล่าว อาทิ คดีอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองล่วงละเมิดทางเพศและอนาจารผู้เสียหายหลายราย ในพื้นที่ สน.ลุมพินี , คดีบ่อนการพนันในพื้นที่ สน.คลองตัน รวมถึงคดีสำคัญอีกหลายคดี ตัวอาคารก่อสร้างมาแล้วกว่า 42 ปี เคยใช้เป็นที่ทำการของกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ ก่อนจะย้ายที่ทำการไปที่ตึกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน และให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เข้ามาใช้งานต่อ เมื่อเดือนสิงหาคม 2565
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
