In Thailand

ไทม์ไลน์ สาวอาบน้ำที่พูลวิลล่า เกือบสิ้นชื่อเจอไฟดูด เอาตัวรอดยังไง ผิดหวังมาก

ไทม์ไลน์ สาวอาบน้ำที่พูลวิลล่า เกือบสิ้นชื่อเจอไฟดูด เอาตัวรอดยังไง ผิดหวังมาก
Written by Thailand News


          สาวอาบน้ำที่พูลวิลล่า เกือบสิ้นชื่อเจอไฟดูด ยังหวาดผวาจนถึงทุกวันนี้ แถมที่พักไม่รับผิดชอบตามสมควร ผิดหวังมาก



ไฟดูด พูลวิลล่า

          วันที่ 2 สิงหาคม 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง เล่าประสบการณ์ถูกไฟดูดขณะอาบน้ำที่พูลวิลล่าแห่งหนึ่ง ทำให้เธอกลัวการอาบมาก รายละเอียดทั้งหมด มีดังนี้

          1. ก่อนอื่นขอเล่าว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ตอนนี้เรายังรู้สึกผวามากและหวาดระแวงมาก เพียงแค่จะเปิดน้ำอาบน้ำก็ยังรู้สึกกลัว เนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 เราได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมเอาต์ติ้งกับเพื่อนร่วมงานในบริษัท พร้อมกับครอบครัว ได้แก่ สามีและลูกวัย 10 เดือน ณ พูลวิลล่าแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรี

          2. ภายในที่พักมีการแยกห้องพักออกเป็นสัดส่วนตามปกติ โดยห้องที่เราพักมีอ่างจากุซซี่ขนาดใหญ่ สามารถลงแช่พร้อมกันได้ทั้งครอบครัว เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันที่ 25 กรกฎาคม เราได้ลงไปแช่น้ำในอ่างหนึ่งรอบ หลังจากนั้นจึงขึ้นจากอ่างมาสระผม และตั้งใจว่าจะลงไปในอ่างอีกครั้งเพื่อล้างเนื้อล้างตัว

ไฟดูด พูลวิลล่า

          3. ระหว่างที่กำลังปรับก๊อกน้ำร้อนและน้ำเย็น ในการหมุนก๊อกครั้งแรก เรารู้สึกเหมือนมีไฟดูดที่มือ แต่ในตอนนั้นยังไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือไม่ จึงทดลองหมุนเปิดก๊อกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกถึงกระแสไฟที่แรงขึ้นอย่างชัดเจน รู้สึกเหมือนไฟดูดตั้งแต่มือไปจนถึงแขน เราจึงรีบถอยออกมาและโทรศัพท์ตามสามีทันที

          4. หลังจากนั้นเราได้ไปหลบอยู่บริเวณมุมใกล้ชักโครก เนื่องจากมีโทรศัพท์วางอยู่ตรงจุดนั้น จึงสามารถโทรขอความช่วยเหลือจากสามี เมื่อสามีเข้ามาถึงจึงรีบพาเราออกจากห้องน้ำ จากนั้นสามีกลับมาที่ห้องน้ำพยายามยืนอยู่ห่าง ๆ และลองเตะบริเวณผิวน้ำดูและรู้สึกมีไฟดูดอยู่จริง (สามีบอกทำแบบนี้อันตรายมากแต่ตอนนั้นไม่ทันได้ฉุกคิด) หลังจากนั้นสามีจึงรีบลงไปตามเพื่อนร่วมงาน แม่บ้าน และเจ้าของที่พัก เพื่อให้เข้ามาปิดน้ำที่เปิดค้างไว้ในอ่างและเพื่อให้ช่วยตัดกระแสไฟ รวมถึงจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

ไฟดูด พูลวิลล่า

          5. ช่วงเวลาประมาณ 22.20 น. ผู้ดูแลพูลวิลล่าซึ่งพักอยู่ได้เดินทางมาถึง (ซึ่งคนนี้เป็นผู้ดูแลพูลวิลล่าหลังใกล้ ๆ เพราะตอนแรกเอเจนซี ยังติดต่อที่ๆพักโดยตรงไม่ได้) และช่วยกันสับเบรกเกอร์เพื่อตัดกระแสไฟ ก่อนเข้าตรวจสอบบริเวณห้องน้ำ ในขณะนั้นเราได้ขอให้ทางที่พักนำอุปกรณ์มาตรวจสอบว่ามีกระแสไฟรั่วจริงหรือไม่ เพื่อให้ทราบสาเหตุที่แน่ชัดและมีหลักฐานยืนยัน แต่ทางที่พักไม่ได้ดำเนินการทดสอบตามที่ร้องขอ โดยพนักงานแจ้งว่าเชื่อว่ามีไฟรั่วอยู่จริง จากนั้นจึงดำเนินการซ่อมแซมและผู้ดูแลได้แจ้งว่าเกิดจากการที่น้ำตกไปที่เครื่องทำน้ำร้อนที่อยู่ด้านข้างอ่าง (บริเวณนั้นมีถุงคลุมอยู่และในถุงมีน้ำเปียกอยู่ตรงบริเวณถุงจริง) และได้ทำการชักปลั๊กไฟที่อยู่ด้านข้างออกหมด และเพื่อปิดเบรกเกอร์ของบริเวณดังกล่าวและ แจ้งห้ามไม่ให้ผู้เข้าพักเข้าใช้งานห้องน้ำต่อ ให้ใช้ห้องน้ำชั้นล่างแทน

          6. ตอนที่ผู้ดูแลที่พักมาถึง ประมาณ 23.00 น. ประเด็นที่ทำให้เรารู้สึกแย่มากขึ้น คือคำที่เขาที่ได้พูดกับเราว่า ไฟจะดูดได้ยังไง ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีใครมาแล้วโดนไฟดูดเลย ตอนนั้นเรารู้สึกเหมือนสิ่งที่เราเพิ่งเจอมาไม่ได้ถูกให้ความสำคัญ ทั้งที่เรายังตกใจและกลัวอยู่มาก สามีจึงตอบกลับไปว่า ถ้าไม่เชื่อ เดี๋ยวจะเปิดเบรกเกอร์ให้ แล้วลองเข้าไปจับดูได้เลย หลังจากนั้นผู้ดูแลก็เงียบ ไม่ได้พูดหรืออธิบายอะไรต่อ แล้วก็พากันไปดูที่เบรกเกอร์

ไฟดูด พูลวิลล่า

          7. หลังจากนั้นทางเราพยายามติดต่อทั้งเอเจนซีที่รับจองและเจ้าของที่พัก เพื่อขอคำอธิบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทางเอเจนซีแจ้งว่าเป็นเพียงคนกลางจะช่วยประสานงานให้ ช่วงนั้นเราเห็นผู้ดูแลที่พักกำลังคุยโทรศัพท์กับเจ้าของอยู่ จึงขอคุยกับเจ้าของโดยตรง เพราะอยากได้คำอธิบายและแนวทางรับผิดชอบที่ชัดเจนกว่านี้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไร โดยเจ้าของแจ้งเพียงว่า ตอนเช้าจะให้ช่างเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง เราจึงได้ขอเบอร์เจ้าของที่พักไว้

          8. เช้าวันถัดมา ทางที่พักแจ้งว่าจะส่งช่าง (ผู้ดูแลที่พักข้าง ๆ) ซึ่งเป็นคนเดิมกับเมื่อคืนที่ เข้ามาตรวจสอบในตอนแรกมาดูช่างเหมือนถือปืนยาแนวเข้าไปในห้องน้ำสามารถเข้าไปดูเห็นเอาถุงกลับไปคลุมเครื่องทำน้ำร้อนไว้เหมือนเดิมแต่ไม่ได้รื้อดูได้แต่ถ่ายภาพเท่าที่สามารถถ่ายได้ไว้ ส่วนทางเอเจนซีก็ยังแจ้งเหมือนเดิมว่าเป็นเพียงคนกลางและทำได้แค่ช่วยประสานงานให้แต่ไม่สามารถรับผิดชอบหรือตัดสินใจอะไรแทนเจ้าของได้ ขณะที่เจ้าของที่พักไม่รับสาย ทำให้เราไม่สามารถพูดคุยหรือขอคำชี้แจงจากเจ้าของได้โดยตรง สุดท้ายทางเอเจนซีแจ้งว่า ที่พักจะคืนเงินให้ 20% ซึ่งกว่าจะได้ข้อเสนอนี้ก็ต้องพูดคุยและต่อรองกันอยู่หลายรอบ

          สิ่งที่เราเสียความรู้สึกมากที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนเงิน แต่คือตลอดเหตุการณ์แทบไม่มีคำขอโทษ ไม่มีการถามไถ่ว่าคนที่ถูกไฟดูดเป็นอย่างไร ต้องไปพบแพทย์หรือไม่ และเจ้าของที่พักก็ไม่คิดจะรับสายหรือพูดคุยกับเราโดยตรง ส่วนเงินชดเชย 20% เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นและความรู้สึกของผู้เข้าพักทั้งกลุ่ม เรารู้สึกว่าน้อยมาก และเรารู้สึกว่าเหมือนเป็นเพียงข้อเสนอเพื่อให้เรื่องจบลงเร็ว ๆ มากกว่าจะเป็นการแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจังสำหรับเหตุการณ์เรื่องที่เกิดขึ้น





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »