ไขปริศนา ลมหนาวสะท้านเดือนเมษายน เย็นวูบวาบชุ่มชื่นใจ
ปรากฏการณ์นี้แท้จริงเกิดจากอะไร ที่แท้เป็นผลกระทบจากภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง
กรมอุตุฯ ชี้ยังหนาวขึ้นอีก
สำหรับลมหนาวในเดือนเมษายน ซึ่งในเช้าวันนี้หลาย ๆ
พื้นที่ก็คงได้สัมผัสกับอากาศหนาวกันบ้างแล้ว
และก็คงอยากรู้กับว่าสภาพอากาศเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
ล่าสุด (3
เมษายน 2565) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์
รองประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของวุฒิสภา
โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ Weerasak Kowsurat”
อธิบายถึงที่มาของอากาศที่ลงในไทยแบบวูบวาบนี้
เป็นผลจากภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือ climate change
ที่เกิดจากอุณหภูมิภายในขั้วโลกทั้งสอง
เกิดอาการหนาวน้อยลงในบางจุดหรือบางจุด
มาจากไออุ่นนอกพื้นที่เบียดรุกเข้าสู่แดนขั้วโลก
พร้อมกันนั้นยังอธิบายว่า น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทำให้กระแสลมที่เคยพัดวนทวนเข็มนาฬิกาด้วยความเร็วเฉลี่ย 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ปกติหมุนพัดที่ความสูง 10 กิโลเมตร จากพื้นดินรอบเขตขั้วโลกมานับล้านปี เกิดสะดุด
กำแพงลมนี้เป็นเสมือนปราการธรรมชาติที่เคยขังไอเย็นไว้ในขั้วโลก บัดนี้เริ่มมีจุดที่มันยืดย้วยออกเป็นห้วง ๆ เพราะไออุ่นจากมหาสมุทรและแผ่นดินทวีปบางย่านที่มากขึ้นลอย ไปกระทบกำแพงลม ทำให้ลมหมุนถูกเบี่ยงเบน อ้อมออกจากเส้นทางเดิม ๆ ทีนี้ไอเย็นก็ขยายออกตามลงมา แล้วแต่ว่ารอยยืดนั้นไปเกิดในจุดไหน
พอจุดนั้นยืดย้วย ก็จะดันเอาอากาศชุดที่ติดกับมันให้ดันกันต่อไปสู่เขตอื่น แม้แต่เขตอากาศของเส้นศูนย์สูตร ความเยือกเย็นจึงถูกดันมาเป็นทอด ๆ ปรากฏการณ์นี้ เรียกว่า Polar Vortex
แม้จะย้วยมาเพียงระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็ชี้ให้เราตระหนักว่า โลกใบนี้เล็กกว่าที่เราเคยรู้จัก
สิ่งที่เกิดกับภาวะโลกร้อน ที่ขั้วโลกเหนือ สะเทือนมาถึงเส้นศูนย์สูตรได้อย่างรวดเร็วเหมือนกัน ในทางกลับกัน กำแพงลมเย็นที่ถูกไออุ่นเบียดให้แคบลงก็แปลว่าจะมีไอร้อนเบียดเข้าหาขั้วโลกเช่นกัน
“ปีนี้เราคงได้เห็นสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่จะเป็นผลตามมา”
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับ 9 ชี้สภาพอากาศยังเย็นขึ้นอีก
ขณะเดียวกันพบว่า อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา มีการออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่ 3 เมษายน 2565)” ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 03 เมษายน 2565 ระบุว่า
บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวไทย ประกอบกับลมฝ่ายตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ Weerasak Kowsurat, กรมอุตุนิยมวิทยา
