
เปิดวงจรปิดก่อนเกิดเหตุ จีจี้ ลงจากคอนโดชั้น 14 มารับ อิคคิว เหตุแฟนหนุ่มไม่มีคีย์การ์ด ตำรวจยืนยันฝ่ายชายเสียชีวิตจริง ด้านแม่แจงแชตปลอมจ่อเอาผิด
ภาพจาก Instagram giesupitchaa
เปิดวงจรปิดนาที อิคิว ขึ้นคอนโด จีจี้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 21 เมษายน 2566 เพจเฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานหลักฐานกล้องวงจรปิดที่จับภาพ จีจี้ เดินลงจากชั้น 14 ไปรับอิคคิว เนื่องจากอิคคิวขึ้นมาบนห้องเองไม่ได้ เพราะไม่มีคีย์การ์ดและไม่มีลายนิ้วมือที่จะสแกนผ่านเข้า-ออก
ตำรวจยืนยัน อิคคิว เสียชีวิตจริง จ่อสอบปมใช้ปืนพ่อก่อเหตุ
ด้าน พล.ต.ต. อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 หนึ่งในตำรวจที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ยืนยันว่า คดีนี้ไม่ได้มีการให้การช่วยเหลือหรือกระทำการอำพรางเหตุการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิต โดยยืนยันว่าฝ่ายชายเสียชีวิตจริง และมีการตรวจตามขั้นตอนตามกฎหมาย โดยมีพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชของโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมีการตรวจสอบลักษณะบาดแผลของทั้ง 2 ศพ รวมถึงแนววิถีในเบื้องต้น ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งดำเนินการนำศพของฝ่ายหญิงออกจากที่เกิดเหตุก่อน และลำเลียงศพของฝ่ายชายออกตามเป็นลำดับที่ 2 ซึ่งในขั้นตอนเหล่านี้ มีพ่อแม่และครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน รับทราบกระบวนการต่าง ๆ ซึ่งเชื่อว่าหากมีการกระทำการผิดขั้นตอนก็จะถูกทักท้วงจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน
ยืนยันว่า คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา และจะไม่มีการให้การช่วยเหลือบุคคลใด โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการเรียกประชุมคณะตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าวมาไล่เรียงข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้รวบรวมได้ครบถ้วนหมดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีบุคคลที่สามเข้าไปหรือออกมาจากห้องเกิดเหตุ
กรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าให้ดำเนินคดีกับเจ้าของปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น เรื่องนี้ยืนยันว่าตำรวจอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าว แต่ต้องรอผลการตรวจสอบจากหลาย ๆ หน่วยว่า สรุปแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร หากเป็นการจงใจใช้อาวุธปืนเพื่อการก่อเหตุและเป็นความบกพร่องของเจ้าของปืนกระบอกดังกล่าว ก็จะต้องเรียกตัวมาสอบปากคำและหากพบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดีตามขั้นตอน
ภาพจาก Instagram giesupitchaa
ครอบครัวเผยปมคู่รักทะเลาะเริ่มบานปลาย หวังให้ 2 ฝ่ายแยกทาง
ขณะที่ ข่าวช่องวัน รายงานว่า จากข้อมูลเชิงลึกจากคนใกล้ตัวของทั้งน้องจีจี้และน้องอิคคิว ให้ข้อมูลว่า ครอบครัวของน้องอิคคิวได้พูดคุยกับทางครอบครัวของน้องจีจี้อยู่ตลอดหลังเกิดเหตุ โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ของทั้ง 2 ฝ่ายที่จะประสานพูดคุยกัน ซึ่งทางฝ่ายชายได้ตกลงที่จะเข้ามาเยียวยาครอบครัวของฝ่ายหญิงด้วยดี ส่วนวงจรปิดนั้นทางครอบครัวของทั้ง 2 ฝ่าย ได้เห็นภาพที่คอนโดช่วงก่อนเกิดเหตุแล้ว แต่ไม่ขอออกความเห็น และขอให้ภาพบรรยายทุกสิ่ง เนื่องจากทั้งคู่ได้เสียชีวิตลงแล้ว
ส่วนความสัมพันธ์ช่วงตลอดระยะเวลาที่จีจี้และอิคคิว คบหากันนานกว่า 2 ปี เป็นการคบ ๆ เลิก ๆ อยู่บ่อยครั้ง ที่ผ่านมาจีจี้ก็จะอยู่บ้านของฝ่ายชายตลอด โดยครอบครัวฝ่ายชายก็เลี้ยงดูน้องจีจี้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนเป็นลูกอีกคน แต่ช่วงหลัง ๆ อิคคิวทะเลาะกับจีจี้บ่อยขึ้น แม่อิคคิวก็ยอมรับว่า ลูกชายเริ่มใช้ความรุนแรง เนื่องจากลูกชายรักจีจี้มาก เวลาเข้ากรมทหารฯ เป็นเวลานาน ๆ แล้วออกมา ก็จะเห็นแชตบุคคลที่สามเข้ามา จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้มีปัญหา อิคคิวก็โกรธ-โมโห นำมาสู่การหึงหวง ทำให้แม่ของจีจี้และแม่อิคคิวพูดคุยตกลงกันและมีความเห็นว่า ไม่อยากให้ทั้งคู่คบหากันแล้ว จึงทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจย้ายออกมาอยู่คอนโดดังกล่าว
ที่ผ่านมา อิคคิวมักจะมาระบายความในใจให้ที่บ้านฟังว่า รักจีจี้มาก ทุ่มเทให้จีจี้ทุกอย่าง ถึงขั้นยอมตายแทนได้ โดยที่ผ่านมาแม่จีจี้ก็ยังชมน้องอิคคิวและทางบ้านตลอดว่า อิคคิวเป็นสุภาพบุรุษ ครอบครัวฝ่ายชายก็เลี้ยงดูน้องจีจี้ดีมาก ขอบคุณมากพอข่าวออกมาก็รู้สึกงง ที่แม่น้องจีจี้ให้สัมภาษณ์นักข่าวแบบนั้น
ภาพจาก Instagram giesupitchaa
แจงแชต อิคคิว อ้างคำพูดพ่อ เป็นของปลอม จ่อเอาผิด
ตอนนี้สภาพจิตใจของทั้ง 2 ฝ่ายย่ำแย่ แต่ถ้าพูดในมุมที่เห็นและรับรู้ฝ่ายของน้องอิคคิว ทางบ้านเขาเสียใจ และยังร้องไห้กันอยู่ตลอด แต่สาเหตุที่ยังไม่ออกมาพูดอะไรถึงกระแสสังคมที่รุนแรงอยู่ตอนนี้ ก็เพราะว่า ไม่อยากโต้ตอบ แต่ยืนยันว่า จะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่นำแชตของพ่อน้องอิคคิวออกมา เพราะข้อความที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้ “เป็นของปลอม” ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าพ่อแม่คนไหนจะไม่ปรามลูก เวลาลูกใช้อารมณ์หรือความรุนแรงกับผู้หญิง เพราะแม่เขายังอยากให้ทั้งคู่เลิกคบกันอยู่เลย แต่ด้วยความที่ทั้งคู่รักกันมาก ท้ายที่สุดแล้ว อิคคิว ก็เลือกตายตามด้วยการยิงตัวตายเหมือนกัน
ส่วนประเด็นเรื่องปืน ยืนยันว่า อิคคิวไปเอาปืนของพ่อออกมาเอง ซึ่งปืนมีทะเบียนมีเอกสารครบถ้วน แต่อิคคิวจะไปหยิบเอามาช่วงก่อนเกิดเหตุหรือหยิบออกมานานแล้วนั้น ไม่แน่ชัด เพราะที่ผ่านมาน้องอิคคิวก็ต้องมีการฝึกยิงปืน ผู้ปกครอง ก็จะไปด้วยตลอด และยังเคยเตือนว่าอย่าพกปืนถ้าหากเป็นคนอารมณ์ร้อน
ขณะที่วันนี้มีกระแสข่าวว่า ทางครอบครัวอิคคิว จะมีการแถลงข่าวเปิดใจครั้งแรก ล่าสุดทนายความฯ แจ้งว่า ต้องขอเลื่อนไปก่อนเป็นช่วงสัปดาห์หน้า หลังจากเสร็จพิธีลอยอังคาร ส่วนวันเวลาและสถานที่ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ส่วนบรรยากาศวัดที่ตั้งบำเพ็ญกุศลร่างของอิคคิว ใน จ.อยุธยา พบว่า ศาลาปิดเงียบ ปิดประตูเหล็กเกือบทั้งหมด เหลือเพียงประตูกระจกที่จะส่องเข้าไปเห็นด้านในเพียงเล็กน้อย โดยด้านในมีเพียงเก้าอี้ไม่ถึง 20 ตัว พร้อมทั้งมีการนำผ้าสีขาวมาปิดรูปภาพหน้าโลงศพเอาไว้
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว, ข่าวช่องวัน
