
เปิดใจ แยม ธมลพรรณ์ นาทีหนีตายเหตุไฟไหม้รีสอร์ตหรู โซเนวาคีรี เผยต้องอุ้มท้อง 5 เดือนวิ่งหนีเอาตัวรอด หลังมานอนได้คืนเดียว สูญทรัพย์สินไปหลายสิบล้าน อาทิ นาฬิการิชาร์ด มิลล์ ราคา 21 ล้านบาท เสื้อผ้าอีก 80,000 บาท หยิบออกมาได้แค่มือถือกับสูจิบัตรลูก
จากกรณีโซเนวา รีสอร์ต แยม ธมลพรรณ์ และหมอโอ๋ เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน โพสต์เล่าเหตุการณ์หลังรอดชีวิตจากเหตุไฟไหม้รีสอร์ต โซเนวา คีรี รีสอร์ตหรูบนเกาะกรูด จ.ตราด ซึ่งพบว่าแม้ที่นี่จะเป็นรีสอร์ตระดับ 6 ดาว แต่ ณ เวลาที่เกิดเหตุ กลับไม่มีสัญญาณเตือนไฟไหม้ ทุกคนต้องวิ่งหนีตายเอาชีวิตรอดกันเอง
แยม เล่าว่า วิลล่าไฟค่อนข้างน้อย ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าถ้าอยากได้ไฟเพิ่มให้แจ้ง เลยได้สปอตไลท์มาติดตั้งเพิ่ม เพื่อว่ายน้ำในสระในคืนวันที่ไปถึง พอ 5 ทุ่มก็แยกย้ายกันเข้านอน ซึ่งบ้านหลังที่พักเป็นหลังที่แพงที่สุด ตนนอนในห้องกับสามี 2 คน ส่วนลูก ๆ นอนอยู่กับพี่เลี้ยงอีกห้อง
โดยตอนเช้าที่เกิดเรื่อง เวลาประมาณ 6 โมงเช้า ตนได้ยินเสียงคล้ายคนเดินกึ่งวิ่งผ่านหัวนอน ประมาณ 2 นาที เสียงดังจนตื่น ตอนแรกนึกว่าแม่บ้านมาทำความสะอาด มารู้ภายหลังว่าน่าจะเป็นเสียงไม้ที่ถูกไฟไหม้ พอลุกนั่งบนเตียงก็หันไปเห็นแสงลอดจากผ้าม่านหน้าต่าง เป็นสีแดง ๆ ส้ม ๆ เคลื่อนไหวไปมา จากนั้นก็รู้สึกเหมือนมีลมแรง จึงรู้เลยว่าคือไฟไหม้ ตกใจมาก นึกในใจว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก่อนจะรีบวิ่งไปเรียกลูก พอออกมาดูข้างนอกก็พบว่าไฟลุกสูงท่วมชั้น 2 แล้ว มองไม่เห็นทางเดินเลย
แต่ละครอบครัวก็พักกันคนละชั้น ครอบครัวตนพากันหนีออกจากทางด้านหลังห้องใหญ่ ต้องปีนรั้วไม้ไผ่ เพื่อวิ่งหนีออกจากทางป่าด้านหลัง เพราะตรงนั้นไม่มีไฟไหม้ ตอนกำลังจะหนีก็ห่วงลูกคนเล็ก เพราะลูกคนเล็กนอนกับตายาย จึงพยายามโทร. ถามกันว่าทุกคนปลอดภัยหรือไม่ เมื่อรู้ว่าทุกคนปลอดภัยถึงค่อยออกมา แล้วมารวมตัวกันที่หาด
สูญทรัพย์สินหลายสิบล้าน ยันรอดตายมาได้เพราะช่วยเหลือตัวเอง
ตอนกำลังหนีเพิ่งรู้ตัวว่าทรัพย์สินต่าง ๆ ไม่ได้หยิบออกมาเลย เช่นนาฬิกา Richard Mille มูลค่า 20 กว่าล้าน ของสามี ตอนนั้นสามีคิดจะวิ่งกลับเข้าไปเอา แต่ตนและลูกคนโตห้ามไว้ ตนหยิบติดมาแค่กระเป๋าที่มีเอกสารของลูก ซึ่งทรัพย์สินที่สูญไปกับกองเพลิง ส่วนตัวก็มีเสื้อผ้าและของใช้แบรนด์เนม สร้อย ต่างหู และแหวนเพชรแม่สามี และอื่น ๆ อีก ก็มูลค่าจำนวนมากเหมือนกัน
แยม เล่าต่อมา ตอนที่วิ่งหนีนั้นลืมตัวไปเลยว่าท้องอยู่ ในส่วนของครอบครัวตนทุกคนปลอดภัย ยกเว้นครอบครัวของหมอโอ๋ที่ตัวสามีและหมอโอ๋ที่ได้รับบาดเจ็บ
ตนยืนยันว่า การรอดชีวิตครั้งนี้เป็นเพราะโชคชะตาจริง ๆ ทุกคนช่วยตัวเองกันจนรอดมาได้ เพราะไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุก็ยังกลับบ้านไม่ได้ เพราะไม่มีไฟลท์บิน ต้องนอนที่นั่นต่ออีกคืน แต่นอนที่บ้านอีกหลัง ซึ่งตนยอมรับเลยว่านอนไม่หลับ ต้องขอเจ้าหน้าที่มานอนเฝ้า มันหลอนมาก ภาพติดตาตลอด ได้ยินเสียงอะไรก็สะดุ้ง
ติดใจบ้านพักที่มีเครื่องจับควัน – สัญญาณเตือน หลังเกิดเรื่องยังไม่มีผู้บริหารมาคุย
โดยบ้านที่พักคืนหลังเกิดเหตุ มีการเดินสำรวจพบว่ามีติดเครื่องจับควัน แต่จำนวนน้อยมาก และที่เครื่องก็ไม่เห็นไฟกะพริบเหมือนปกติ ส่วนบ้านที่ไฟไหม้ไม่ได้สังเกตว่ามีหรือไม่ ซึ่งโรงแรมแทบไม่มีอะไรเหลือเลย เพราะ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นไม้หมด เหลือแค่สระว่ายน้ำเท่านั้นที่ยังอยู่
ทั้งนี้ หลังเกิดเรื่องก็ไม่ได้มีผู้บริหารมาคุย มีแค่ผู้จัดการมาคุย แต่ก็ไม่ได้รับข้อมูลอะไรมาก บอกว่าต้องเป็นไปตามขั้นตอน มีการถามเรื่องประกันว่าคุ้มครองอย่างไร ก็บอกกลับมาแค่ว่าให้รอคำตอบ 2 วัน เท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
