แม่ดัดนิสัยลูกชาย ติดทีวีจัด การบ้านไม่ทำ ใช้วิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง ให้ดูทั้งคืน ห้ามลุกห้ามหลับ คนวิจารณ์สนั่นโซเชียล
ภาพจาก Weibo
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกาน 2565 เว็บไซต์อินเดียไทม์ส เผยเรื่องราวชวนอึ้งที่ตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์บนสังคมออนไลน์ของประเทศจีน เมื่อไม่นานมานี้ มีพ่อและแม่ของเด็กชายรายหนึ่ง ทำโทษดัดนิสัยลูกแบบที่เรียกว่า หนามยอกเอาหนามบ่ง ภายหลังจากลูกติดทีวีมากไม่เป็นอันทำอะไร ก็เลยให้ดูทีวีไปทั้งคืน
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งในมณฑลหูหนาน ทางตอนกลางของประเทศจีน ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นเผยว่า พ่อและแม่ของครอบครัวนี้ได้ออกไปทำธุระนอกบ้าน โดยให้ลูกชายวัย 8 ขวบอยู่ที่บ้าน พร้อมทั้งสั่งให้เขาทำการบ้านและเข้านอนก่อนที่จะถึงเวลา 20.30 น.
ภาพจาก Weibo
อย่างไรก็ตาม เมื่อพ่อและแม่ของเด็กชายกลับมาบ้าน
กลับพบว่าลูกของเขายังนั่งดูทีวี การบ้านก็ยังทำไม่เสร็จ
ทำให้พวกเขารู้สึกโมโหไม่พอใจเป็นอย่างมาก ลูกชายกลัวจะถูกดุ
จึงรีบเข้าห้องนอน แต่ปรากฏว่าแม่ของเขาไปพาตัวออกมา
แล้วให้มานั่งดูทีวีต่อ
เด็กชายถูกบังคับให้ลูกชายนั่งดูทีวีไปตลอดทั้งคืน
พร้อมกำชับห้ามลุกไปนอนเด็ดขาด
โดยจากคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ถูกนำมาเผยแพร่จะเห็นว่า
ในตอนแรกเด็กชายก็ยังดูผ่อนคลายปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง
เด็กชายก็เริ่มมีอาการล้าและง่วงนอน พยายามฝืนตัวเองให้ตื่น
ภาพจาก Weibo
ทั้งนี้ มีบางช่วงเวลาที่เด็กชายเกิดอาการทนไม่ไหว
แอบเดินเข้าไปหลับในห้อง แต่สุดท้ายพ่อและแม่ของเขาก็สลับกันเข้าไปปลุก
แล้วพาให้เด็กชายมาดูทีวีต่อ พวกเขาไม่อนุญาตให้ลูกชายนอนได้
จนกว่าจะถึงเวลา 05.00 น.
ภายหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ออกไปในวงกว้าง
ผู้คนจำนวนมากก็เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ ชี้ว่าโหดร้ายเกินไปสำหรับเด็ก
แม้ว่าเด็กชายได้รับบทเรียนและอาจเข็ดขยาดกับการดูทีวีไปพักใหญ่
แต่เหตุการณ์นี้จะสร้างบาดแผลในจิตใจ
และอาจส่งผลกระทบกับเด็กต่อไปในระยะยาว หรือในทางตรงกันข้าม
เด็กอาจจะต่อต้านมากขึ้น พร้อมทั้งแนะนำให้พูดคุยทำความเข้าใจด้วยเหตุผล
น่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่า
ภาพจาก Weibo
อย่างไรก็ตาม มีบางส่วนที่เห็นด้วยกับวิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง เพราะการใช้เหตุผลบางครั้งก็ไม่ได้ผล ชาวเน็ตรายหนึ่ง กล่าวว่า “ฉันมีประสบการณ์ที่คล้ายกัน
ลูกชายเป็นแฟน KFC ชอบกินมาก มันไม่เป็นประโยชน์ต่อเด็ก
เราจึงพาเขาไปกินแฮมเบอร์เกอร์และไก่ติดกันเป็นเวลา 3 วัน
หลังจากนั้นเขาก็ไม่อยากกินมันอีก”
ภาพจาก Weibo
ขอบคุณข้อมูลจาก indiatimes.com
