In Thailand

แฉทริก แม่บ้านธนาคาร โกงเงินกองทุน 30 ล้าน จับโป๊ะจากสมุดบัญชี ตบตากันดื้อ ๆ

แฉทริก แม่บ้านธนาคาร โกงเงินกองทุน 30 ล้าน จับโป๊ะจากสมุดบัญชี ตบตากันดื้อ ๆ
Written by Thailand News



          หมายจับแม่บ้านธนาคาร โกงเงินกองทุน 30 ล้าน ชาวบ้านเสียหายกว่า 6 พันเสียราย แฉพฤติกรรมตบตาที่สมุดบัญชี ด้านออมสินยันพร้อมเยียวยา

          จากกรณีคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้าน (กทบ.) หรือกองทุนเงินล้านสมาชิก กทบ. ใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ 38 กองทุน กว่า 6,800 คน แฉพฤติกรรมของแม่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน ยักยอกเงินกู้เกือบ 30 ล้านบาท ใช้เครื่องพิมพ์ดีดปรับสมุดบัญชีตบตา อ้างเงินเข้าระบบ รอเบิก ก่อนล่องหนทั้งคนทั้งเงิน ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เผยได้รับแจ้งจากออมสินสาขาใหญ่ เตรียมเยียวยาชาวบ้านลูกหนี้ กทบ. แล้วนั้น

           เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 3 กันยายน 2566 เดลินิวส์  รายงานว่า กลุ่มผู้เสียหายแทบทุกคนยืนยันว่า บุคคลที่ก่อเหตุคือแม่บ้าน ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร เพราะเป็นคนรับผิดชอบเอกสารและการเงินเกี่ยวกับ กทบ. โดยเฉพาะเห็นสวมใส่ชุดทำงาน เป็นเจ้าหน้าที่ประจำธนาคารออมสิน สาขากุฉินารายณ์ มาเป็นเวลากว่า 10 ปี

           ประธานเครือข่าย กทบ.อ.กุฉินารายณ์ กล่าวว่า
ฝั่งกองทุนและธนาคารเองต่างรับรู้ว่าผู้หญิงคนดังกล่าว
ทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับ กทบ. แต่พอเกิดปัญหากลับบอกว่าเป็นแม่บ้าน
ทำให้ทุกคนที่ทราบเรื่องงุนงงไปหมด
ยืนยันว่าธนาคารจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ซึ่งทางกองทุนฯ
จะแจ้งความดำเนินคดี กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด
เพราะเคยแจ้งบริหารระดับสูงของธนาคารแล้ว
กี่ยวกับพฤติกรรมของแม่บ้านคนนี้เมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีหลายกองทุน
ประสบปัญหาความล่าช้าของการเบิกจ่าย
แต่ก็ยังเพิกเฉยจนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้นจนได้

           ด้าน
นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า
กรณีนี้ผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 11 เข้ามาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น
พร้อมรายงานว่า ได้สั่งย้ายผู้บริหารระดับสูงของธนาคารออมสิน
สาขากุฉินารายณ์ออกนอกพื้นที่แล้ว 3 คน ส่วนแม่บ้านที่เป็นต้นเหตุ
ทราบว่าถูกกองทุนและบุคคลภายนอกแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.กุฉินารายณ์
ไว้แล้ว 31 คดี และกำลังดำเนินการรวบรวมเอกสารเข้าแจ้งความอีก 5 กองทุน
รวมเป็น 36 คดี มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 28 ล้านบาท

          
จากรายงานของผู้อำนวยการธนาคารออมสินภาค 11 ยังทราบว่า
ทางบอร์ดใหญ่ธนาคารออมสิน
ได้ตั้งคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงและคณะตรวจสอบความเสียหายเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหา
และหามาตรการเยียวยากองทุนและสมาชิก กทบ. ที่ได้รับความเดือดร้อน
ซึ่งหากกองทุนและสมาชิก กทบ. ทำหน้าที่สุจริต
ก็จะได้รับการเยียวยาอย่างครบถ้วนในลำดับต่อไป

          
มีรายงานจาก สภ.กุฉินารายณ์ว่า แม่บ้านคนดังกล่าวถูกดำเนินคดีไว้จาก 31
กองทุน ประกอบด้วย สถาบันการเงินบ้านกุดหว้า และบุคคลภายนอก 9 ราย
รวมเป็นเงิน 26,595,108 บาท
ทั้งนี้คาดว่ายังจะมีกองทุนและผู้เสียหายแจ้งความเพิ่มอีก
ความเสียหายในภาพรวมไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท
โดยล่าสุดได้ยื่นศาลขอออกหมายจับในข้อหา ยักยอก, ลักทรัพย์,
ปลอมเอกสารสิทธิ์ และใช้เอกสารสิทธิปลอม
โดยประกาศสืบจับไว้แล้วเนื่องจากหลบหนี

           ขณะที่ ข่าวช่องวัน เปิดเผยว่า ประธาน กทบ. หนองแข้ เปิดเผยว่า
ตนมาเห็นพิรุธเรื่องนี้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม
หลังนำสมุดบัญชีธนาคารไปเช็กยอด เดิมเมื่อ 3 เดือนก่อนฝากไว้ 1.8 แสนบาท
แต่กลับพบว่าเงินในบัญชีเหลือ 2,000 บาท ก่อนจะพบว่าหมู่บ้านอื่น ๆ
ก็เสียหายแบบนี้เช่นกัน

          
ส่วนข้อพิรุธในสมุดบัญชีพบว่า
ตัวเลขที่ปรากฏในสมุดนั้นไม่ได้มาจากระบบคอมพิวเตอร์
แต่ถูกพนักงานคนนี้เป็นคนใช้พิมพ์ดีดกรอกเพื่อขึ้นยอดเงินเป็นการตบตา
จึงเชื่อว่าเงินไม่ได้ถูกเก็บไว้ในบัญชีตั้งแต่ตอนนำไปฝากแล้ว
เชื่อว่าไม่น่าจะก่อเหตุเพียงคนเดียว

           ต่อมา วันที่ 4 กันยายน 2566 สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า
จากการส่งผู้บริหารระดับสูงของธนาคารลงไปตรวจสอบเรื่องนี้พบว่า
ตัวผู้ก่อเหตุทำหน้าที่แม่บ้านเป็นลูกจ้างชั่วคราวจากบริษัทภายนอก
โดยทางธนาคารออมสิน
ยืนยันว่าขอให้ผู้เสียหายทุกรายสบายใจได้ว่าทางธนาคารจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่
โดยเริ่มจ่ายเงินชดเชยทันทีตามความเสียหายที่เกิดขึ้นนับจากนี้ภายใน 7 วัน

          
ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ยังกล่าวอีกว่า
การลงโทษในเบื้องต้นทางธนาคารได้ใช้คำสั่งไล่ออกพนักงานระดับปฏิบัติการไปแล้ว
1 ราย และสั่งย้ายพนักงานระดับผู้จัดการกับผู้ช่วยผู้จัดการอีก 2
รายออกจากพื้นที่เอาไว้ก่อนเพื่อทำการตรวจ
พร้อมให้ความมั่นใจว่าทางธนาคารจะดูแลลูกค้าและผู้เสียหายทุกรายอย่างเต็มที่

ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์, ข่าวช่องวัน, สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์





Source link

About the author

Thailand News

Leave a Comment

Translate »