
ตะครุบ ดิสโก้ เจ้าแม่ E-ticket โกงเงินค่าบัตรคอนเสิร์ต
BLACKPINK นำตั๋ววนขายได้กำไร 7 แสน ก่อนหลบหนี คาดติดพนันออนไลน์จนต้องโกง
และมีคดีติดตัวอยู่ 9 คดี
มีมิจฉาชีพมาแอบอ้างสวมรอยนำบัตรคอนเสิร์ตนักร้องดังจากต่างประเทศมาขาย
เพราะความต้องการสูง
จนบางครั้งสามารถสร้างอาชีพนักกดบัตรคอนเสิร์ตกินส่วนต่างมาได้
วันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ช่อง 3 รายงานว่า
เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนางสาวณัฐริกา หรือดิสโก้ เจ้าแม่ E-ticket วัย
26 ปี ข้อหาขายตั๋วคอนเสิร์ตทิพย์จนมีมูลค่าความเสียหายกว่า 7 แสนบาท
โดยแผนการของคนร้าย คือ แฝงตัวตีเนียนเป็นผู้ขายตั๋วคอนเสิร์ต สิ่งที่ทำให้ได้เงินมาก ๆ คือ การหลอกขายตั๋วซ้ำ เมื่อขายตั๋วหมดก็เอาตั๋วใบเดิมกลับมาขายให้คนอื่นอีก กลายเป็นได้เงินซ้ำ ๆ หลายครั้ง เมื่อถูกตำรวจจับ เจ้าตัวกลับอ้างว่า คืนเงินแล้ว พร้อมกับเรียกน้ำตาจากชุดจับกุม
ด้าน พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หัวหน้าชุดจับกุม เปิดเผยว่า แม้ลุงจะพาวง BLACKPINK กลับมาให้เหยื่อชมแบบตัวเป็น ๆ ไม่ได้ แต่ก็ขอจับกุมตัวคนที่ทำร้ายจิตใจน้อง ๆ ให้ได้รับโทษตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมามีคอนเสิร์ตวง BLACKPINK ทางตำรวจทราบว่า มีการฉ้อโกงบัตรคอนเสิร์ตจำนวนมาก และผู้เสียหายคือแฟนคลับ ตำรวจจึงทำการแกะรอยคนร้ายจนทราบว่า ดิสโก้ เจ้าแม่ E-ticket คือคนร้าย พอทราบว่า ผู้ต้องสงสัยหนีไปในละแวกซอยไมยราบ เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ก็นำกำลังเข้าจับกุม
กดบัตร 200 ใบ ได้กำไรเป็นแสน แต่ยังโลภโกงต่อ
ส่วนคำสารภาพของผู้ต้องหา ให้การว่า ได้เงินจากคอนเสิร์ตต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะวง BLACKPINK ที่คนไทยนิยมมาก ตนจึงรับกดบัตรทางออนไลน์ พร้อมให้กลุ่มเพื่อนและน้องสาวช่วยกันกดซื้อบัตรนำมาขายต่อ โดยตนจองบัตรคอนเสิร์ตราคา 9,600 บาท เป็นที่นั่งแพงสุดประมาณ 200 ใบ แล้วขายต่อใบละ 15,000-30,000 บาท มีคนสนใจนับหมื่นคน ขายหมดเกลี้ยง 200 ใบ กำไรหลายแสนบาท
แม้ตั๋วจะขายหมด แต่พอมีคนทักเยอะ ๆ จึงเกิดความโลภ เห็นว่า เป็นตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ จึงนำบัตรที่ขายไปแล้วมาวนขายซ้ำ จนวันจัดคอนเสิร์ต เรื่องถึงโป๊ะแตก เพราะที่นั่งเดียวมีคนแสดงตัวเป็นเจ้าของหลายคน ทำให้ตนผู้เป็นเจ้าของบัตรถูกติดตามตัว และถูกแจ้งความ
ภายหลังตนทยอยคืนเงินให้ผู้เสียหายบางคนแล้ว และก็มีผู้เสียหายจำนวนมากที่ยังไม่ได้คืน เพราะตนไม่มีเงินแล้ว จึงหนีไปกบดานย่านลาดพร้าว จนถูกจับ ตนจะนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายหมดให้ได้
ตำรวจไม่เชื่อ พบติดพนันออนไลน์
ด้าน พล.ต.ต. ธีรเดช กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การหรือคำแก้ตัว แม้จะเรียกน้ำตาความสงสาร เพราะพยานจากผู้เสียหายมัดแน่น ระบุว่า ผู้ต้องหาเป็นสาวโปรไฟล์ดี หาเงินจากการขายบัตรคอนเสิร์ตได้จำนวนมาก ยิ่งสืบเชิงลึกยิ่งพบว่า ติดพนันออนไลน์ พอเสียเงินจนหมดตัวจึงหาเงินด้วยการโกงเพื่อเอาไปเล่นพนันออนไลน์อีก พอถูกตามตัวมาก ๆ ไม่มีเงินจึงหลบหนี
ปัญหาของเรื่องนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับการฉ้อโกงอย่างเดียว แต่คือการทำลายฝันแฟนคลับที่จะได้ดูศิลปินที่ชอบตอนมาไทย เป็นเรื่องของจิตใจด้วย จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ผู้ต้องหามีประวัติโกงบัตรคอนเสิร์ตกว่า 9 คดี
ขอบคุณข้อมูลจาก ช่อง 3
